AI เปลี่ยนวิธีเรียน แต่ไม่อาจแทนการคิด นิติศาสตร์ SPU ย้ำการวิเคราะห์และเขียนตอบกฎหมายด้วยตนเอง

AI เปลี่ยนวิธีเรียน แต่ไม่อาจแทนการคิด นิติศาสตร์ SPU ย้ำการวิเคราะห์และเขียนตอบกฎหมายด้วยตนเอง

การค้นหาคำตอบได้อย่างรวดเร็วอาจไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในสิ่งที่ศึกษาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเรียนกฎหมายที่ต้องอาศัยความสามารถในการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตีความบทบัญญัติ และอธิบายเหตุผลอย่างเป็นระบบ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนผ่านประสบการณ์การสอนของอาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ซึ่งพบว่านักศึกษาบางส่วนสามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยสรุปคำพิพากษาและจัดเตรียมเนื้อหานำเสนอได้อย่างเป็นระเบียบ แต่เมื่ออธิบายประเด็นข้อกฎหมายโดยไม่มีเทคโนโลยีช่วยเหลือ กลับไม่สามารถตอบคำถามหรือแสดงเหตุผลได้อย่างชัดเจน สถานการณ์นี้จึงนำไปสู่คำถามสำคัญของการศึกษาระดับปริญญาตรีว่า เทคโนโลยีกำลังช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้ได้ดีขึ้น หรือเพียงช่วยให้งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จรวดเร็วกว่าเดิม

อาจารย์ปัณฑ์ชนิต ศิริสาร อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายว่า AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ทั้งในมิติของผู้สอนและผู้เรียน โดยช่วยให้อาจารย์สามารถออกแบบกิจกรรมและสถานการณ์จำลองที่น่าสนใจ ขณะที่นักศึกษาสามารถค้นคว้า สรุป และทำความเข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อนได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการใช้ AI โดยไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามาทำหน้าที่คิดแทนผู้เรียน เพราะการศึกษากฎหมายจำเป็นต้องฝึกทักษะการตั้งคำถาม การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และการใช้เหตุผลด้วยตนเอง โดยเฉพาะในกรณีที่ AI อาจให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน อ้างมาตรากฎหมายผิดพลาด หรือสร้างคำพิพากษาที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและการนำหลักกฎหมายไปใช้ในทางปฏิบัติ

สำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในห้องเรียน อาจารย์ปัณฑ์ชนิต มองว่าเทคโนโลยีควรทำหน้าที่สนับสนุนกระบวนการคิด มากกว่าทำหน้าที่ให้คำตอบสำเร็จรูป อาทิ การเรียนกฎหมายลักษณะละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ซึ่งนักศึกษาสามารถใช้ AI ช่วยอธิบายองค์ประกอบความรับผิด สร้างสถานการณ์จำลอง หรือให้เทคโนโลยีสวมบทบาทเป็นคู่ความฝ่ายต่าง ๆ เพื่อฝึกวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและโต้แย้งประเด็นทางกฎหมายจากหลายมุมมอง กระบวนการดังกล่าวสามารถช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ได้ แต่ผู้เรียนยังจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องกับตัวบทกฎหมายที่มีผลใช้บังคับ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และคำพิพากษาฉบับจริง รวมถึงสามารถอธิบายเหตุผลของตนเองได้อย่างชัดเจน โดยไม่อาศัยคำตอบจาก AI เป็นข้อสรุปสุดท้าย

ในด้านการประเมินผล อาจารย์ปัณฑ์ชนิต เสนอว่าควรแยกการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ออกจากการวัดความสามารถที่แท้จริงของนักศึกษา โดยระหว่างเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยค้นคว้าและฝึกวิเคราะห์ได้ แต่การสอบวัดทักษะพื้นฐานทางกฎหมายควรให้นักศึกษาแสดงความสามารถด้วยตนเอง ผ่านการเขียนตอบข้อสอบอัตนัย การวิเคราะห์ข้อกฎหมาย และการอธิบายเหตุผลต่อหน้าอาจารย์ ขณะเดียวกัน คณะนิติศาสตร์ SPU อยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์ม LawPrep เพื่อสนับสนุนการฝึกเขียนตอบข้อสอบกฎหมายผ่านระบบดิจิทัล โดยมีแนวทางนำ AI มาช่วยประเมินคำตอบและให้ข้อเสนอแนะเบื้องต้น ก่อนให้อาจารย์ผู้สอนตรวจสอบและพิจารณาคะแนนขั้นสุดท้าย สะท้อนการนำเทคโนโลยีมาเสริมกระบวนการศึกษาโดยยังคงรักษาบทบาทและความรับผิดชอบของผู้สอน

อาจารย์ปัณฑ์ชนิต ยังให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานการคิดและการเขียนตอบกฎหมายตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการฝึกอ่านบทบัญญัติ จับประเด็นปัญหา และปรับบทกฎหมายเข้ากับข้อเท็จจริง โดยเสนอให้นักศึกษาฝึกทักษะเหล่านี้ด้วยตนเองก่อนนำ AI มาใช้ตรวจสอบหรือเสนอแนะมุมมองเพิ่มเติม เพราะความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษากฎหมายไม่ควรวัดเพียงความรวดเร็วในการทำงาน แต่ควรพิจารณาว่าเมื่อไม่มี AI ช่วยเหลือ ผู้เรียนยังสามารถคิด วิเคราะห์ และอธิบายเหตุผลทางกฎหมายได้หรือไม่ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางการศึกษานิติศาสตร์ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความรู้และความสามารถที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพในอนาคต

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะนิติศาสตร์ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง

👁 ยอดวิว: 2

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

ก้าวใหม่ของการศึกษานิติศาสตร์ยุค AI SPU วางทิศทางหลักสูตรปี 2570 มุ่งสร้างนักกฎหมายเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

การหลอกลวงออนไลน์ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และความรับผิดจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับวงการกฎหมาย

Law Society จุดประกายนักกฎหมายรุ่นใหม่ นิติศาสตร์ SPU ผลักดัน Legal Tech สร้างนวัตกรรมตอบโจทย์สังคมยุค AI

ปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ อาชญากรรมดิจิทัล และการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ล้วนเป็นสถานการณ์ที่สะท้อนความสำคัญขององค์ความรู้ทางกฎหมายต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคเทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์

AI เปลี่ยนวิธีเรียน แต่ไม่อาจแทนการคิด นิติศาสตร์ SPU ย้ำการวิเคราะห์และเขียนตอบกฎหมายด้วยตนเอง

การค้นหาคำตอบได้อย่างรวดเร็วอาจไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในสิ่งที่ศึกษาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเรียนกฎหมายที่ต้องอาศัยความสามารถในการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตีความบทบัญญัติ และอธิบายเหตุผลอย่างเป็นระบบ ประเด็นดังกล่าวสะท้อนผ่านประสบการณ์การสอนของอาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต

ธุรกิจที่มั่นคงเริ่มต้นจากความเข้าใจกฎหมาย นิติศาสตร์ SPU พัฒนาทักษะการเจรจา บริหารความเสี่ยง และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมลงทุน สัญญากับคู่ค้า และการคุ้มครองสิทธิในธุรกิจ ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินกิจการ เพราะความเสี่ยงทางธุรกิจหลายประการอาจมีจุดเริ่มต้นจากข้อตกลงที่ขาดความชัดเจน