ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมลงทุน สัญญากับคู่ค้า และการคุ้มครองสิทธิในธุรกิจ ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินกิจการ เพราะความเสี่ยงทางธุรกิจหลายประการอาจมีจุดเริ่มต้นจากข้อตกลงที่ขาดความชัดเจน ก่อนขยายกลายเป็นข้อพิพาทในภายหลัง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ทางกฎหมายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการประกอบธุรกิจและการบริหารองค์กร โดยมุ่งสร้างความเข้าใจว่ากฎหมายมีบทบาททั้งในการกำหนดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ การดูแลผลประโยชน์ และการสนับสนุนให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบบนพื้นฐานของสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง
ผศ.ดร.ช้องนาง วิพุธานุพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมาย และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ปัญหาทางธุรกิจจำนวนไม่น้อยมีต้นเหตุมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นกิจการ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ร่วมดำเนินธุรกิจอาจอาศัยความไว้วางใจและไม่ได้กำหนดเงื่อนไขต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ข้อตกลงที่ไม่ครอบคลุมอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ความเข้าใจทางกฎหมายจึงมีความสำคัญในการวางโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การเลือกรูปแบบธุรกิจ การกำหนดข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น การจัดซื้อและจัดจำหน่าย ไปจนถึงการคุ้มครองแบรนด์และผลงานสร้างสรรค์ก่อนขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาความเสี่ยงและกำหนดแนวทางดำเนินงานได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น
สำหรับการบริหารองค์กร ความรู้ทางกฎหมายยังเป็นพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการ การบริหารบุคลากร การจัดสวัสดิการ และการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยผู้บริหารไม่จำเป็นต้องจดจำบทบัญญัติกฎหมายทุกมาตรา แต่ควรสามารถพิจารณาได้ว่าสถานการณ์ใดมีประเด็นสำคัญที่ต้องระมัดระวัง และควรตั้งคำถามอย่างไรเพื่อประกอบการตัดสินใจ ผศ.ดร.ช้องนาง มองว่า การเรียนนิติศาสตร์ช่วยพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานในองค์กร ทั้งการคิดอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง การจัดทำเอกสารอย่างแม่นยำ การประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ตลอดจนการรับฟังและเจรจาเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของแต่ละฝ่าย ทักษะเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือและการบริหารความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว
เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ได้จริง คณะนิติศาสตร์ SPU สอดแทรกประเด็นทางธุรกิจไว้ในกระบวนการเรียนการสอน ขณะที่ศูนย์กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์จริง อาทิ การร่างและตรวจสัญญาทางธุรกิจ งานจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการฝึกเจรจาไกล่เกลี่ยภายใต้การดูแลของคณาจารย์และผู้มีประสบการณ์จากภาควิชาชีพ การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างหลักกฎหมายกับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงได้ฝึกพิจารณาปัญหาและเสนอแนวทางจัดการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละกรณี โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความรอบคอบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เกี่ยวข้อง
เป้าหมายการพัฒนาบัณฑิตของคณะนิติศาสตร์ SPU จึงให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ด้านกฎหมายธุรกิจ เทคโนโลยี และการระงับข้อพิพาท ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานร่วมกับองค์กรในปัจจุบัน โดยมุ่งให้นักศึกษามีความสามารถในการพิจารณาข้อตกลง ประเมินความเสี่ยง และใช้กระบวนการเจรจาเพื่อจัดการความเห็นที่แตกต่างอย่างเหมาะสม การเรียนกฎหมายในมิตินี้จึงไม่ได้มีบทบาทเฉพาะเมื่อเกิดข้อพิพาท แต่ยังสามารถนำไปใช้ตั้งแต่การวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า ไปจนถึงการบริหารองค์กรให้ดำเนินงานภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน สะท้อนคุณค่าขององค์ความรู้ทางนิติศาสตร์ที่สามารถต่อยอดสู่บทบาทผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และบุคลากรในภาคธุรกิจได้อย่างหลากหลาย
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะนิติศาสตร์ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง








