การหลอกลวงออนไลน์ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และความรับผิดจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความท้าทายใหม่ให้กับวงการกฎหมาย ทั้งในด้านการคุ้มครองสิทธิ การพิจารณาข้อพิพาท และการกำกับดูแลเทคโนโลยี ส่งผลให้การศึกษานิติศาสตร์ระดับปริญญาตรีจำเป็นต้องเตรียมผู้เรียนให้มีความรู้ที่ครอบคลุมมากกว่าหลักกฎหมายพื้นฐาน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จึงวางทิศทางการปรับหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตสำหรับปีการศึกษา 2570 โดยมุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านกฎหมายเทคโนโลยีเข้ากับการศึกษาทางนิติศาสตร์ เพื่อเตรียมบัณฑิตให้สามารถเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมดิจิทัล พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่การประกอบวิชาชีพกฎหมายที่ต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น
อาจารย์ปัณฑ์ชนิต ศิริสาร อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลเพียงต่อรูปแบบการดำเนินชีวิต แต่ยังทำให้ลักษณะของการกระทำความผิดและข้อพิพาททางกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น นักศึกษานิติศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจทั้งกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของวิชาชีพ ควบคู่กับการเรียนรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโลกดิจิทัล เพื่อให้สามารถพิจารณาปัญหาได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจ การทำธุรกรรม และการใช้ชีวิตของประชาชน นักกฎหมายรุ่นใหม่จึงต้องสามารถวิเคราะห์ทั้งข้อเท็จจริง หลักกฎหมาย และลักษณะของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างถูกต้องและเหมาะสม
สำหรับทิศทางการพัฒนาหลักสูตร คณะนิติศาสตร์ SPU ให้ความสำคัญกับการเสริมองค์ความรู้ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนประเด็นความรับผิดและการกำกับดูแล AI ควบคู่กับการส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม อาจารย์ปัณฑ์ชนิต มองว่า ในวันที่ AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานของหลายวิชาชีพ ความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างให้กับบัณฑิตนิติศาสตร์ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือความเข้าใจทางกฎหมายที่สามารถนำมาใช้ประเมินผลลัพธ์ของ AI พิจารณาความเหมาะสมของการนำข้อมูลไปใช้ และรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับวิจารณญาณของมนุษย์ในทุกขั้นตอนของการทำงาน
ภายใต้เป้าหมายการปรับหลักสูตรสำหรับปีการศึกษา 2570 คณะนิติศาสตร์ SPU ยังวางกรอบการพัฒนาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 4 ปี โดยมุ่งเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้กฎหมายเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง สามารถประยุกต์ใช้ AI ในการวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมาย และต่อยอดองค์ความรู้สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม ทั้งนี้ อาจารย์ปัณฑ์ชนิต ได้กำหนดภาพอนาคตของบัณฑิตนิติศาสตร์ SPU ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเทคโนโลยี (Technology Law Specialist) ที่มีความรู้ความเข้าใจทั้งข้อกฎหมายและลักษณะของระบบดิจิทัล สามารถทำงานร่วมกับนักพัฒนาเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากศาสตร์อื่น เพื่อรับมือกับประเด็นทางกฎหมายรูปแบบใหม่ และรองรับความต้องการบุคลากรขององค์กรที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
อาจารย์ปัณฑ์ชนิต เน้นย้ำว่า หัวใจของการศึกษานิติศาสตร์ในอนาคตไม่ได้อยู่ที่การสร้างบัณฑิตให้ใช้ AI ได้อย่างคล่องแคล่วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างนักกฎหมายที่มีพื้นฐานความรู้เข้มแข็ง สามารถคิดวิเคราะห์ ใช้เหตุผล และตัดสินใจภายใต้หลักนิติธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะแม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการค้นคว้าและประมวลผลข้อมูล แต่การใช้ดุลพินิจและความรับผิดชอบต่อผลของการทำงานยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ ทิศทางการพัฒนาบัณฑิตของคณะนิติศาสตร์ SPU จึงมุ่งสร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้งกฎหมายและเทคโนโลยี สามารถนำความรู้จากทั้งสองศาสตร์ไปประยุกต์ใช้กับความท้าทายใหม่ของวิชาชีพ พร้อมสร้างสรรค์แนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและส่งเสริมความเป็นธรรมในสังคม
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะนิติศาสตร์ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง










