SPU ขยายเครือข่ายวิชาการระดับอาเซียน จับมือ ITS อินโดนีเซีย วางแนวทางวิจัยและความร่วมมือการศึกษานานาชาติ

SPU ขยายเครือข่ายวิชาการระดับอาเซียน จับมือ ITS อินโดนีเซีย วางแนวทางวิจัยและความร่วมมือการศึกษานานาชาติ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสการพัฒนางานวิจัยและการศึกษาสู่มาตรฐานนานาชาติ โดย ผศ.ดร.สุพัฒตรา ศรีญาณลักษณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและการประกันคุณภาพการศึกษา เดินทางเยือน Institut Teknologi Sepuluh Nopember (ITS) ณ เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านวิจัย นวัตกรรม และการจัดการศึกษา พร้อมได้รับการต้อนรับจาก Prof. Nurul Widiastuti Vice Rector of Academic and Student Affairs, Prof. Agus Muhamad Hatta Vice Rector of Research, Innovatio, Cooperation, and Alumni และ Assoc. Prof. Unggul Wasiwitono Director of Global Engagement พร้อมคณะผู้บริหาร ITS เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 การเยือนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทั้งสองสถาบันร่วมกันจัดทำมาตั้งแต่ปี 2566 สู่การพัฒนาเครือข่ายวิชาการที่มุ่งสร้างโอกาสและผลลัพธ์ร่วมกันในระยะยาว

สาระสำคัญของการหารือมุ่งไปที่การสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย (Research Collaboration) ผ่านการจับคู่เครือข่ายนักวิจัย การพัฒนาโครงการวิจัยร่วม (Joint Research) และการส่งเสริมคุณภาพผลงานวิชาการเพื่อเพิ่มโอกาสการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล Scopus ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขยายการเผยแพร่องค์ความรู้และเพิ่มการยอมรับผลงานวิจัยในระดับสากล ขณะเดียวกันทั้งสองสถาบันยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาหลักสูตรร่วม (Joint Curriculum Development) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้และแนวทางการจัดการเรียนการสอนระหว่างประเทศ ควบคู่กับการสำรวจโอกาสด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Student Exchange) การฝึกงานนานาชาติ (International Internship) และการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางวิชาการ (Academic Mobility) ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม และเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรได้พัฒนาศักยภาพในบริบทการศึกษาระดับนานาชาติ

ความร่วมมือระหว่าง SPU และ ITS สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างเครือข่ายความรู้ที่เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา นักวิจัย และบุคลากรทางวิชาการข้ามพรมแดน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 17: Partnerships for the Goals ที่ให้ความสำคัญกับความร่วมมือเพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างสองสถาบันครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโอกาสสร้างผลงานวิจัยร่วม เพิ่มศักยภาพการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ และขยายช่องทางการเรียนรู้ระดับนานาชาติให้แก่นักศึกษา พร้อมวางรากฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยในอนาคต นับเป็นอีกก้าวของมหาวิทยาลัยศรีปทุมในการเชื่อมองค์ความรู้และความร่วมมือระดับอาเซียนเข้ากับการพัฒนาคุณภาพการวิจัยและการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางวิชาการที่ก้าวไกลกว่าขอบเขตของประเทศ และเพิ่มบทบาทของมหาวิทยาลัยในเครือข่ายการศึกษานานาชาติอย่างต่อเนื่อง

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง

รูป 4
👁 ยอดวิว: 9

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

SPU ขยายเครือข่ายวิชาการระดับอาเซียน จับมือ ITS อินโดนีเซีย วางแนวทางวิจัยและความร่วมมือการศึกษานานาชาติ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสการพัฒนางานวิจัยและการศึกษาสู่มาตรฐานนานาชาติ โดย

มีเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ! วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึง CEO แนคโดรน ถอดบทเรียนธุรกิจโดรนไทย ชี้ยอดขายต้องเดินคู่การพัฒนา

การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ หากผลิตภัณฑ์ยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เพราะแม้จะมีความพร้อมด้านนวัตกรรม แต่หากไม่มีลูกค้าหรือยอดขายเพียงพอ ธุรกิจก็อาจไม่สามารถนำรายได้กลับมาสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง

โดรนขนส่งคุ้มจริงหรือ? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญเจาะต้นทุน–ความคุ้มค่า ผ่านกรณีศึกษาภูกระดึง

ต้นทุนต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเลือกใช้โดรนขนส่งได้คุ้มค่าในทุกสถานการณ์ เพราะการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีขนส่งต้องพิจารณาทั้งลักษณะพื้นที่ ปริมาณสินค้า ระยะทาง และเวลาที่ใช้ในการเดินทาง

วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญ เปิดภารกิจจริง ‘โดรนขนส่ง’ ส่งอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เข้าถึงยาก

ในสถานการณ์น้ำท่วมที่เส้นทางคมนาคมถูกจำกัด การลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นไปยังผู้ประสบภัยกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของงานโลจิสติกส์ เทคโนโลยีโดรนขนส่งจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนภารกิจดังกล่าว โดยสามารถนำสิ่งของเข้าสู่พื้นที่ที่ยานพาหนะทั่วไปเดินทางได้ยาก และช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งระหว่างจุดปฏิบัติงานกับพื้นที่เป้าหมาย