การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้กับงานด้านการจัดการเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนผ่านนวัตกรรมซึ่งสามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) สะท้อนศักยภาพดังกล่าวผ่านผลงานนักศึกษาที่พัฒนาระบบ CRM ให้กับบริษัท Nobrainpany โดยสามารถลดเวลาการทำงานจากวันละ 8 ชั่วโมงเหลือเพียง 2 ชั่วโมง พร้อมลดกระบวนการดำเนินงานจาก 14 ขั้นตอนเหลือ 5 ขั้นตอน ตามข้อมูลที่ได้รับการรับรองจากผู้บริหารบริษัท นับเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อาจารย์เกวลิน สามเจริญ หัวหน้าสาขาวิชาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า การพัฒนานวัตกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจปัญหาก่อนเลือกใช้เทคโนโลยี โดยพิจารณาว่ากระบวนการใดมีขั้นตอนซ้ำซ้อน ใช้เวลานาน หรือมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด ก่อนนำ AI และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องมาออกแบบแนวทางแก้ไข จากนั้นจึงทดลองใช้งานกับผู้ใช้จริง ประเมินผล และพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับลักษณะงาน แนวทางดังกล่าวช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการในมิติที่ลึกขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบระบบ ไปจนถึงการประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรมจากผลที่เกิดขึ้นจริง
หนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญคือระบบ CRM ของบริษัท Nobrainpany ซึ่งนักศึกษาได้พัฒนาเพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยผลการใช้งานแสดงให้เห็นถึงการลดภาระงานและขั้นตอนการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผลงานเว็บไซต์และแดชบอร์ดของ Better Day Agency ซึ่งพัฒนาโดยนักศึกษาเช่นกัน สามารถช่วยลดเวลาการทำงานลงได้ประมาณร้อยละ 80 ตัวอย่างจากทั้งสององค์กรสะท้อนให้เห็นว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับลักษณะปัญหาสามารถนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ โดยเฉพาะกระบวนการจัดการข้อมูลและการปฏิบัติงานที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องและความรวดเร็ว
ผลจากการเรียนรู้ผ่านโจทย์ของสถานประกอบการยังขยายไปสู่การพัฒนาระบบให้กับองค์กรภายนอก โดยนักศึกษาสามารถสร้างผลงานแล้วจำนวน 10 ระบบ จาก 5 องค์กร ซึ่งสะท้อนการนำทักษะด้านการบริหารจัดการมาประยุกต์ร่วมกับเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง อาจารย์เกวลิน อธิบายว่า ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจว่าการพัฒนาระบบที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งความเข้าใจความต้องการขององค์กร ความสามารถในการออกแบบขั้นตอนการทำงาน และการตรวจสอบผลลัพธ์ เพื่อให้เครื่องมือที่สร้างขึ้นสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานและเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
กรณีศึกษาดังกล่าวจึงสะท้อนอีกมิติหนึ่งของการนำ AI มาใช้พัฒนางานด้านการจัดการ ซึ่งสามารถประเมินคุณค่าจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับองค์กร ทั้งการลดระยะเวลา ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยคณะบริหารธุรกิจ SPU ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้จากห้องเรียนไปพัฒนานวัตกรรมร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานจริง ผลงานที่ผ่านการใช้งานและมีข้อมูลรับรองจากภาคธุรกิจจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของนักศึกษาในการเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อกระบวนการทำงานขององค์กรได้อย่างชัดเจน
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะบริหารธุรกิจ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง








