การพัฒนานักศึกษาให้สามารถใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจไม่ใช่เพียงการสร้างความสามารถในการใช้เครื่องมือ แต่ยังรวมถึงการนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดและสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษาผ่าน “SPU AI Business Talent Club” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ต่อยอดทักษะจากห้องเรียนสู่การปฏิบัติงานร่วมกับภาคธุรกิจ โดยมีนักศึกษาได้รับโอกาสทำหน้าที่ผู้ช่วยวิทยากร (TA) ในหลักสูตรอบรมผู้บริหาร รวมถึงบางส่วนได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรด้าน AI ด้วยตนเอง สะท้อนพัฒนาการของผู้เรียนจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์กับการทำงานในองค์กรจริง
อาจารย์เกวลิน สามเจริญ หัวหน้าสาขาวิชาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายว่า การนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทำให้บทบาทของอาจารย์เปลี่ยนไปสู่การเป็นโค้ชที่คอยสนับสนุนและส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาความสามารถด้วยตนเอง โดยเริ่มจากการใช้ AI ในรายวิชา ก่อนต่อยอดผ่านกิจกรรม Workshop และการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายของคณะและมหาวิทยาลัย กระทั่งก้าวไปสู่การถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น ซึ่งเป็นอีกขั้นสำคัญของการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน เพราะนอกจากต้องเข้าใจเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องสามารถสื่อสาร อธิบาย และนำเสนอองค์ความรู้ได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาบุคลิกภาพ ความรับผิดชอบ และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในองค์กรยุคดิจิทัล
แนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจตั้งแต่ช่วงต้นของการศึกษา อาทิ โครงการ LINE OpenChat Business Case ที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้ฝึกวางแผนการตลาดให้กับแบรนด์จริง รวมถึงการเข้าร่วมประกวด Smart Management with AI ของสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ซึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมได้รับรางวัลชนะเลิศ ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกคิดวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง ก่อนต่อยอดสู่การมีส่วนร่วมในหลักสูตรอบรมผู้บริหารในฐานะผู้ช่วยวิทยากร ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI พร้อมเรียนรู้บทบาทและความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับบุคลากรในภาคธุรกิจ
การพัฒนานักศึกษาผ่านประสบการณ์ดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมการเรียนรู้จากการทำงานจริงของคณะบริหารธุรกิจ SPU ซึ่งมีการดำเนินงานร่วมกับองค์กรภายนอกกว่า 60 แห่ง และนักศึกษาสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนรวมกว่า 1.2 ล้านบาท ขณะเดียวกัน อาจารย์เกวลิน ระบุว่า นักศึกษาหลายคนได้รับโอกาสเข้าทำงานตั้งแต่ก่อนสำเร็จการศึกษา และบางคนได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร AI ด้วยตนเอง ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาความสามารถที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะความรู้ทางเทคโนโลยี แต่ยังครอบคลุมทักษะการสื่อสาร การถ่ายทอดประสบการณ์ และการสร้างความพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนไปต่อยอดเป็นโอกาสในการทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก
สำหรับทิศทางการพัฒนาในระยะ 3 ปีข้างหน้า อาจารย์เกวลิน ตั้งเป้าหมายให้คณะบริหารธุรกิจ SPU ก้าวสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาบุคลากรด้าน AI สำหรับงานบริหารจัดการ โดยวางแผนบูรณาการ AI เข้ากับรายวิชาอย่างเป็นระบบ ก่อนพัฒนา SPU AI Business Talent Club ให้เป็นศูนย์รับโจทย์จริงจากองค์กร โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการนำ AI ไปใช้แต่ยังขาดบุคลากร และต่อยอดแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงไปสู่สาขาอื่นในคณะ เป้าหมายดังกล่าวจึงไม่เพียงมุ่งสร้างนักศึกษาที่มีความสามารถในการใช้ AI แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนที่สามารถสร้างผลงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำทักษะไปตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างโอกาสให้นักศึกษาเติบโตจากผู้เรียนสู่บุคลากรที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรในอนาคต
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะบริหารธุรกิจ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง









