เมื่อ Automation และ Robot เข้ามามีบทบาทมากขึ้น คำถามสำคัญของตลาดแรงงานอาจไม่ใช่เพียงว่า “เครื่องจักรจะเข้ามาแทนคนหรือไม่” แต่คือ คนทำงานเดิมจะปรับบทบาทและพัฒนาทักษะเพื่อทำงานในระบบใหม่อย่างไร
หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนในกิจกรรม The Professional Series: “Smart Mobility : The Next Move” ของวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คือประสบการณ์จากการเยี่ยมชม Toyota Gateway ซึ่งวิทยากรนำมาใช้เป็นตัวอย่างอธิบายการเปลี่ยนแปลงของ Warehouse และแรงงานเมื่อกระบวนการผลิตถูกปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จากประสบการณ์ที่วิทยากรถ่ายทอด พื้นที่ Warehouse บางส่วนถูกลดการใช้งาน เมื่อระยะทางระหว่างจุดรับสินค้าและสายการผลิตสั้นลง ส่งผลให้การใช้รถ Forklift และกำลังคนในงานบางประเภทลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่วิทยากรต้องการชี้ให้เห็นคือ คนทำงานเดิมไม่ได้จำเป็นต้องหยุดอยู่กับหน้าที่เดิม โดยจากข้อมูลที่ได้รับระหว่างการเยี่ยมชม มีการนำบุคลากรบางส่วนไปเรียนรู้งานเกี่ยวกับหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมระบบขนส่งชิ้นส่วนในสายการผลิต จากเดิมที่ทำงานในคลังสินค้าไปสู่บทบาทที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติมากขึ้น
วิทยากรยังเชื่อมโยงกรณีดังกล่าวกับแนวคิดเรื่องการลด Waste โดยมองว่าพื้นที่จัดเก็บที่ลดลงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนอื่น ขณะที่บุคลากรที่ได้รับผลจากการเปลี่ยนกระบวนการสามารถถูกพัฒนาไปทำงานที่สร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ได้
กรณีศึกษานี้จึงสะท้อนภาพของตลาดงานโลจิสติกส์ที่กำลังเปลี่ยนจากงานปฏิบัติการบางประเภทไปสู่การทำงานร่วมกับ Automation, Software และ Robot มากขึ้น และทำให้การเรียนรู้ทักษะใหม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในอนาคต

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้









