การบริหาร Supply Chain ในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถในการขนส่งหรือจัดเก็บสินค้า แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ความสามารถในการเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างสมาชิกใน Supply Chain เพื่อทำให้กระบวนการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นในกิจกรรม The Professional Series: “Smart Mobility : The Next Move” จัดโดยวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย ผศ.ดร.วิทยา สุหฤทดำรง และ ดร.สุรทิน ธัญญะผลิน ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Smart Mobility, Data และ Supply Chain แห่งอนาคต
บนเวทีมีการอธิบายว่า เมื่อ Supply Chain ทำงานในลักษณะ Network สมาชิกในระบบจำเป็นต้องแชร์ข้อมูลระหว่างกัน เพื่อช่วยให้การส่งสินค้า การจัดเก็บ และการให้บริการลูกค้าปลายทางสามารถดำเนินการได้อย่าง ประหยัด ตรงเวลา และรักษาคุณภาพ ขณะที่ AI สามารถเข้ามาช่วยต่อยอดข้อมูลเพื่อเพิ่ม Productivity และ Efficiency ของระบบได้
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลยังช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถรู้ Status ของสิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีสอบถามหรือประสานงานในรูปแบบเดิมตลอดเวลา ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะของ Smart Mobility ที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้กระบวนการทำงานสะดวกและเห็นสถานะได้ชัดเจนขึ้น
ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า Supply Chain แห่งอนาคตจึงไม่ได้เปลี่ยนเพียงเครื่องมือหรือยานพาหนะ แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบที่ ข้อมูลสามารถเดินทางไปพร้อมกับสินค้าและบริการ และถูกนำมาใช้สนับสนุนการตัดสินใจตลอดทั้งเครือข่าย

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #TheProfessionalSeries #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้









