โดรนขนส่งคุ้มจริงหรือ? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญเจาะต้นทุน–ความคุ้มค่า ผ่านกรณีศึกษาภูกระดึง

โดรนขนส่งคุ้มจริงหรือ? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญเจาะต้นทุน–ความคุ้มค่า ผ่านกรณีศึกษาภูกระดึง

ต้นทุนต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเลือกใช้โดรนขนส่งได้คุ้มค่าในทุกสถานการณ์ เพราะการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีขนส่งต้องพิจารณาทั้งลักษณะพื้นที่ ปริมาณสินค้า ระยะทาง และเวลาที่ใช้ในการเดินทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีถนนเข้าถึง การใช้รถจักรยานยนต์หรือรถบรรทุกอาจยังมีต้นทุนต่ำกว่าโดรน ขณะที่พื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่เดินทางลำบากอาจเป็นโอกาสสำคัญของเทคโนโลยีขนส่งทางอากาศ

คุณอัศวิน โรมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แนคโดรนอินดัสเทรียล จำกัด กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในการเสวนา Regional Supply Chain Roundtable ครั้งที่ 291 หัวข้อ “โดรนขนส่งกับอนาคตโลจิสติกส์ทางอากาศ” จัดโดยวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 โดยเน้นย้ำว่า ความคุ้มค่าของโดรนขนส่งขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับภารกิจและสภาพพื้นที่

คุณอัศวินยกตัวอย่างการลำเลียงสัมภาระขึ้นภูกระดึง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รถยนต์ไม่สามารถเดินทางขึ้นไปได้ตามปกติ การขนส่งสิ่งของจึงต้องอาศัยแรงงานลูกหาบ โดยคิดค่าบริการประมาณกิโลกรัมละ 30 บาท หากต้องขนส่งสัมภาระน้ำหนัก 50 กิโลกรัม จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาท และต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง

เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้โดรนขนส่งน้ำหนัก 50 กิโลกรัม คุณอัศวินอธิบายว่า โดรนสามารถบินขึ้นไปยังพื้นที่เป้าหมายตามตัวอย่างการคำนวณได้ในเวลาประมาณ 8 นาที โดยมีต้นทุนด้านพลังงานและค่าเสื่อมแบตเตอรี่ประมาณ 70 บาทต่อเที่ยว ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณต้นทุนเบื้องต้น ยังไม่ครอบคลุมค่าเสื่อมของตัวโดรนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากนำโดรนมาใช้งานในพื้นที่ราบที่มีถนนเข้าถึง ต้นทุนอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ที่สามารถบรรทุกสิ่งของได้มากกว่าในบางกรณี และมีต้นทุนค่าน้ำมันต่ำกว่า จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าโดรนเป็นระบบขนส่งที่ประหยัดกว่ายานพาหนะทั่วไปในทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ คุณอัศวินยังกล่าวถึงการขนส่งในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการเปรียบเทียบต้นทุนการใช้รถขนส่งกับโดรน โดยชี้ว่า แม้รถหนึ่งเที่ยวจะสามารถบรรทุกสินค้าได้มากกว่า แต่สำหรับการขนส่งสิ่งของปริมาณไม่มากในพื้นที่สูง การใช้โดรนอาจมีความเหมาะสมกว่าเมื่อพิจารณาจากระยะเวลาและค่าใช้จ่ายต่อภารกิจ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าโดรนมีต้นทุนต่อเที่ยวต่ำเพียงใด แต่อยู่ที่การเปรียบเทียบความสามารถของระบบขนส่งแต่ละประเภทในเงื่อนไขเดียวกัน ทั้งปริมาณสินค้า ระยะทาง เวลาที่ต้องใช้ และข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ผู้ประกอบการต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

การเสวนาครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เรียนรู้การประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยีขนส่งจากตัวอย่างจริง พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านต้นทุนและการบริหารจัดการโลจิสติกส์เข้ากับการตัดสินใจเลือกใช้รูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้

👁 ยอดวิว: 4

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

SPU ขยายเครือข่ายวิชาการระดับอาเซียน จับมือ ITS อินโดนีเซีย วางแนวทางวิจัยและความร่วมมือการศึกษานานาชาติ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสการพัฒนางานวิจัยและการศึกษาสู่มาตรฐานนานาชาติ โดย

มีเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ! วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึง CEO แนคโดรน ถอดบทเรียนธุรกิจโดรนไทย ชี้ยอดขายต้องเดินคู่การพัฒนา

การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ หากผลิตภัณฑ์ยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เพราะแม้จะมีความพร้อมด้านนวัตกรรม แต่หากไม่มีลูกค้าหรือยอดขายเพียงพอ ธุรกิจก็อาจไม่สามารถนำรายได้กลับมาสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง

โดรนขนส่งคุ้มจริงหรือ? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญเจาะต้นทุน–ความคุ้มค่า ผ่านกรณีศึกษาภูกระดึง

ต้นทุนต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเลือกใช้โดรนขนส่งได้คุ้มค่าในทุกสถานการณ์ เพราะการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีขนส่งต้องพิจารณาทั้งลักษณะพื้นที่ ปริมาณสินค้า ระยะทาง และเวลาที่ใช้ในการเดินทาง

วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญ เปิดภารกิจจริง ‘โดรนขนส่ง’ ส่งอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เข้าถึงยาก

ในสถานการณ์น้ำท่วมที่เส้นทางคมนาคมถูกจำกัด การลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นไปยังผู้ประสบภัยกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของงานโลจิสติกส์ เทคโนโลยีโดรนขนส่งจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนภารกิจดังกล่าว โดยสามารถนำสิ่งของเข้าสู่พื้นที่ที่ยานพาหนะทั่วไปเดินทางได้ยาก และช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งระหว่างจุดปฏิบัติงานกับพื้นที่เป้าหมาย