ภาพคุ้นเคยของมหาวิทยาลัยคือการเรียนอยู่หลายปีก่อนออกไปเจอโลกการทำงาน แต่สำหรับนักศึกษาบางกลุ่ม เส้นแบ่งระหว่าง “การเรียน” กับ “การทำงาน” กำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม เมื่อประสบการณ์วิชาชีพไม่จำเป็นต้องรอถึงช่วงสหกิจศึกษาหรือก่อนเรียนจบ แต่สามารถเริ่มสะสมได้ตั้งแต่ปีแรกของชีวิตมหาวิทยาลัย
วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) โดย DEK THAI CATH-Club ส่งนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 60 คน จาก 3 ชั้นปี 3 สาขาวิชา ร่วมปฏิบัติงานกับ CHANEL ในค่ำคืนของ CHANEL Culture Fund ทำหน้าที่ Banquet Server และดูแลแขก VIP ณ Dib Bangkok เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569
จุดที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงการได้ร่วมงานกับแบรนด์ลักชัวรี แต่คือการที่ในกลุ่มนักศึกษาครั้งนี้มี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 รวมอยู่ด้วย นั่นทำให้โลกของการทำงานจริงไม่ได้อยู่ห่างออกไปอีกหลายปี แต่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตั้งแต่ช่วงต้นของการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัย
เมื่อได้รับหน้าที่จริง ความหมายของคำว่า “ประสบการณ์” ก็เปลี่ยนไป นักศึกษาไม่ได้เพียงสังเกตว่ามืออาชีพทำงานอย่างไร แต่ต้องรับผิดชอบต่อบทบาทของตัวเอง ทั้งการบริการแขก VIP การสื่อสาร การทำงานร่วมกับทีม การแก้ปัญหา และการปรับตัวต่อสถานการณ์ตรงหน้า พร้อมรักษาวินัย ความตรงต่อเวลา และรายละเอียดของงานบริการในบริบทจริง

ก่อนเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงาน นักศึกษายังได้รับการเตรียมความพร้อมตั้งแต่การแต่งหน้า การทำผม Grooming บุคลิกภาพ ไปจนถึงวิธีคิดในการทำงานบริการ ภายใต้การดูแลของ ดร.วรวลัญช์ ธนัชปิยะธันย์ (อาจารย์กระแต) ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ ผู้ก่อตั้งและผู้ริเริ่ม DEK THAI CATH-Club โดยให้ความสำคัญกับ First Impression ตั้งแต่การเดิน การยืน การแต่งกาย สีหน้า และแววตา
ดร.วรวลัญช์ กล่าวว่า สำหรับงานบริการในโลกของแบรนด์ลักชัวรี “คน” คือองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความรู้สึกและความประทับใจให้กับผู้รับบริการ การเตรียมนักศึกษาจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ครอบคลุมถึงทัศนคติ ความใส่ใจในรายละเอียด การสังเกต การอ่านสถานการณ์ล่วงหน้า และการทำความเข้าใจ Character ของแต่ละแบรนด์
อีกมิติที่ทำให้ประสบการณ์ครั้งนี้แตกต่าง คือบริบทของงานที่เชื่อม Global Luxury × Art × Culture เข้าด้วยกัน ผ่านการเฉลิมฉลองการเปิดตัว CHANEL Gateway Commission at Dib Bangkok ความร่วมมือระหว่าง CHANEL Culture Fund และ Dib Bangkok เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ของศิลปินไทย พร้อมเปิดตัว Project 147 (๑๔๗) ผลงานของศิลปินไทย นวิน หนูทอง ซึ่งเป็นผลงานแรกของ CHANEL Gateway Commission ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัย การได้เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้คำว่า “โลกการทำงาน” ไม่ได้เป็นเพียงภาพของอนาคตหลังรับปริญญา แต่กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นักศึกษาเริ่มเห็นว่าความเป็นมืออาชีพประกอบขึ้นจากรายละเอียดอะไร ต้องวางตัวอย่างไรเมื่อรับผิดชอบงานจริง และมาตรฐานของอุตสาหกรรมต่างจากสถานการณ์จำลองในห้องเรียนอย่างไร
แนวคิด Earn to Learn ของ DEK THAI CATH-Club จึงมีความหมายมากกว่าเพียงการทำงานระหว่างเรียน เพราะ การเรียนรู้ งานจริง และรายได้ สามารถเกิดขึ้นไปพร้อมกันได้ตั้งแต่ปี 1 ทำให้ช่วงเวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีไว้เพียงสะสมหน่วยกิต แต่สามารถใช้สะสม “ต้นทุนวิชาชีพ” ทั้งประสบการณ์ ความมั่นใจ ความคุ้นเคยกับมาตรฐานการทำงาน และความเข้าใจต่ออุตสาหกรรมที่ผู้เรียนกำลังจะก้าวเข้าไป
ในมุมนี้ ชื่อของ CHANEL จึงไม่ใช่ปลายทางของเรื่อง แต่เป็นหลักฐานของ “โอกาส” ที่นักศึกษาได้รับระหว่างเรียน สิ่งที่มีคุณค่ากว่าการมีชื่อแบรนด์อยู่ในประวัติการทำงาน คือการได้เริ่มรู้จักความรับผิดชอบของคนทำงานจริง และค่อย ๆ สร้างมาตรฐานของตัวเองขึ้นจากแต่ละประสบการณ์
สำหรับ CATH SPU นี่คืออีกภาพของ เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง ที่ไม่ได้รอให้ผู้เรียนพร้อมทุกอย่างแล้วจึงค่อยส่งออกไปเจอโลกภายนอก แต่เลือกเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงทีละขั้น ตั้งแต่ปีแรก เพื่อสะสมทั้ง Future Skills และความเข้าใจต่อวิชาชีพไปพร้อมกับการเรียนในมหาวิทยาลัย
เพราะหากโลกการทำงานสามารถเริ่มต้นได้ก่อนวันรับปริญญา สิ่งที่นักศึกษาพกติดตัวออกจากมหาวิทยาลัยก็อาจไม่ได้มีเพียงวุฒิการศึกษา แต่รวมถึงประสบการณ์จริงที่สะสมมาตลอดเส้นทาง และความเข้าใจว่าโลกของวิชาชีพต้องการอะไรจากพวกเขา
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SripatumUniversity #วิทยาลัยการบินการท่องเที่ยวและการบริการ #CATHSPU #DEKTHAICATHClub #CHANEL #CHANELCultureFund #DibBangkok #GlobalLuxury #LuxuryService #Hospitality #EarnToLearn #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #โอกาส #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills








