Waste-D นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน ตอบโจทย์ธุรกิจจริงสร้างมูลค่าให้สังคม ผลงาน #DekSE SPU คว้า Top 10 ทีมเด่นระดับประเทศ เวที Innovator Journey โดย NIA

จากขยะที่ถูกมองว่าไร้ค่า สู่โอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม แนวคิดของ Waste-D Ecosystem ไม่ได้เป็นเพียงโปรเจกต์ในห้องเรียน แต่คือโมเดลธุรกิจที่ลงมือแก้ปัญหาจริงในชุมชน ผลงานของ ภูริชญา จันทรวงษ์ และพัชรมัย ศรีเพชร นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่สะท้อนศักยภาพในการเชื่อมโลกการเรียนรู้สู่โลกธุรกิจ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน

“เราเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า ทำไมขยะที่มีมูลค่า ถึงยังถูกทิ้งรวมอยู่ทุกวัน”   แป้ง-ภูริชญา จันทรวงษ์ นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล่าจุดตั้งต้นของ Waste-D Ecosystem นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน ที่เธอและทีมพัฒนาร่วมกับบริษัท Get Digital Solution จำกัด ภายใต้โครงการ Innovator Journey ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

โปรเจกต์นี้ไม่ได้เกิดจากการคิดขึ้นมา แต่เกิดจากการลงไปเห็นจริงในพื้นที่ ทำให้ทีมค้นพบว่า ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องของจิตสำนึกเพียงอย่างเดียว แต่คือปัญหาเชิงระบบ ที่ยังไม่เอื้อต่อการลงมือทำของผู้คน

Pain Point ที่คนส่วนใหญ่ “อยากทำ แต่ทำไม่ได้”

จากการลงพื้นที่และทำงานกับผู้ใช้งานจริง ทีมพบว่าปัญหาสำคัญของการจัดการขยะไม่ได้อยู่ที่การขาดความตั้งใจ แต่เป็นข้อจำกัดในชีวิตประจำวัน ผู้คนจำนวนมากไม่มีเวลาในการนำขยะไปขาย ขณะเดียวกันก็ยังไม่มั่นใจในเรื่องราคาหรือความโปร่งใสของการชั่งน้ำหนัก อีกทั้งจุดรับซื้อส่วนใหญ่อยู่ไกล ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าขยะที่ตนเองมีอยู่สามารถสร้างมูลค่าได้จริง ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลให้ขยะรีไซเคิลจำนวนมากถูกทิ้งรวมและสูญเสียคุณค่าไปอย่างน่าเสียดาย

เปลี่ยน “ขยะ” ให้กลายเป็น “รายได้”

Waste-D จึงถูกออกแบบในรูปแบบของ Waste-as-a-Service หรือบริการจัดการขยะครบวงจร ที่เน้นการทำให้การขายขยะเป็นเรื่องง่าย สำหรับทุกคนในชุมชน ระบบนี้เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการผ่าน LINE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน พร้อมบริการรับซื้อขยะถึงบ้าน เพื่อลดภาระการเดินทางและประหยัดเวลา

ขณะเดียวกัน ระบบยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มคุณภาพของวัสดุรีไซเคิล และสร้างแรงจูงใจผ่านรายได้จริงควบคู่กับระบบสะสมแต้ม ทำให้การจัดการขยะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กลายเป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

แนวคิดสำคัญของ Waste-D คือการออกแบบระบบที่ทำให้คนอยากทำ มากกว่าการรณรงค์ให้คนทำ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากแนวทางเดิม

จากโปรเจกต์ห้องเรียน สู่โมเดลธุรกิจที่ใช้ได้จริง

การได้ทำงานร่วมกับสถานประกอบการจริง ทำให้ทีมได้เรียนรู้ว่าไอเดียที่ดีต้องสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนกระดาษ การเรียนในคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมกระบวนการคิดของนักศึกษา ให้สามารถมองปัญหาอย่างลึกซึ้งและตั้งคำถามเพื่อหาทางออกที่เป็นไปได้จริง

นักศึกษาได้ใช้เครื่องมือทางธุรกิจอย่างจริงจัง ตั้งแต่การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การออกแบบโมเดลธุรกิจ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ภาคเอกชน ซึ่งช่วยให้ Waste-D ไม่ได้เป็นเพียงโปรเจกต์ในชั้นเรียน แต่เป็นต้นแบบของธุรกิจที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ในอนาคต

เมื่อขยะ = โอกาสของชุมชน

Waste-D ไม่ได้มองขยะเป็นเพียงปัญหา แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างคุณค่าได้ หากระบบเอื้อให้เกิดการจัดการที่ถูกต้อง เมื่อผู้คนสามารถขายขยะได้ง่ายขึ้นและได้รับรายได้กลับมา พฤติกรรมการทิ้งขยะก็จะค่อยๆ เปลี่ยนจากการทิ้งรวม มาเป็นการคัดแยกอย่างตั้งใจ

การเปลี่ยนแปลงนี้จะค่อยๆ ขยายจากระดับครัวเรือนไปสู่ระดับชุมชน ทำให้ปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบลดลง ขณะเดียวกันวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ก็จะถูกนำกลับเข้าสู่ระบบมากขึ้น นอกจากผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว Waste-D ยังสร้างคุณค่าทางสังคม ด้วยการเปิดโอกาสให้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย สามารถสร้างรายได้จากสิ่งใกล้ตัว และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

ธุรกิจที่ดี ต้องสร้าง “คุณค่า” ไม่ใช่แค่ “กำไร”

ประสบการณ์จากการพัฒนา Waste-D ทำให้ภูริชญาเห็นชัดเจนว่า บทบาทของธุรกิจในปัจจุบันไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่การสร้างกำไร แต่สามารถเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาสังคมได้

ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงภาพลักษณ์ หรือแคมเปญระยะสั้น แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ ทั้งผู้ใช้งาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

มุมมองนี้ทำให้เธอเชื่อว่า ผู้ประกอบการยุคใหม่ควรวัดความสำเร็จจาก “คุณค่าที่สร้างให้กับสังคม” ควบคู่ไปกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ

SPU: พื้นที่ที่ทำให้ “ไอเดีย” กลายเป็น “ของจริง”

ความสำเร็จของ Waste-D ที่สามารถคว้า 1 ใน 10 ทีมโดดเด่นระดับประเทศ จากโครงการ Innovator Journey โดย NIA ไม่ได้สะท้อนเพียงศักยภาพของนักศึกษา แต่สะท้อนถึงแนวทางการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง

เพราะในโลกปัจจุบัน นวัตกรรมที่ดีไม่ใช่เพียงสิ่งที่คิดได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ใช้งานได้จริง และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง และ Waste-D คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปลี่ยนการเรียนรู้ ให้กลายเป็น ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อสังคมอย่างแท้จริง

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #Sripatumuniversity #SPU #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #DEKSPU #showcase

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Social Media

Most Popular

Categories

On Key

Related Posts

Waste-D นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน ตอบโจทย์ธุรกิจจริงสร้างมูลค่าให้สังคม ผลงาน #DekSE SPU คว้า Top 10 ทีมเด่นระดับประเทศ เวที Innovator Journey โดย NIA

จากขยะที่ถูกมองว่าไร้ค่า สู่โอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม แนวคิดของ Waste-D Ecosystem