START ME UP!
เปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านบอร์ดเกมจำลองโลกธุรกิจ
ในโลกธุรกิจที่ไม่มี “สูตรสำเร็จ” และทุกการตัดสินใจอาจหมายถึงทั้งโอกาส ความเสี่ยง หรือจุดเปลี่ยนของธุรกิจ การเรียนรู้เพื่อเป็นผู้ประกอบการจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงในตำรา แต่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ทดลอง ตัดสินใจ และเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง ก่อนก้าวเข้าสู่สนามธุรกิจจริง
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็น “START ME UP!” บอร์ดเกมจำลองโลกธุรกิจ ผลงานของ ดร.พีรยา สุขกิจเจ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และหัวหน้าสาขาวิชาสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมกับ อาจารย์นารีรัตน์ ปรีชาถาวณิชกุล อาจารย์คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องการเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องผู้ประกอบการจากเนื้อหาในชั้นเรียน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนสามารถลงมือคิดและตัดสินใจได้จริง ผ่านการผสานแนวคิด Entrepreneurial Mindset เข้ากับกระบวนการ Design Thinking และสถานการณ์จำลองทางธุรกิจ
เมื่อเข้าสู่เกม ผู้เล่นจะรับบทเป็น “ผู้ประกอบการ” ที่ต้องเผชิญกับโจทย์ไม่ต่างจากการทำธุรกิจจริง ตั้งแต่การมองหาโอกาส การวางแผน การบริหารทรัพยากร การจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำ ไปจนถึงการตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด เพราะในแต่ละรอบ ผู้เล่นมีทั้งจำนวน Action และเวลาที่จำกัด ทุกทางเลือกจึงมีผลต่อเส้นทางของธุรกิจในเกม และทำให้ผู้เล่นต้องคิดให้รอบด้านว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรชะลอ จะจัดสรรทรัพยากรอย่างไร และจะรับมือกับปัญหาหรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแบบใด
Add Your Heading Text Here
หัวใจของ START ME UP! จึงไม่ได้อยู่ที่การ “เล่นให้ชนะ” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการคิดระหว่างทาง เพราะโลกธุรกิจจริงไม่มีผู้ประกอบการคนใดมีเงิน เวลา หรือทรัพยากรอย่างไม่จำกัด การตัดสินใจทุกครั้งจึงต้องแลกกับบางสิ่งเสมอ เกมจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่จำลองให้ผู้เรียนได้ลองคิด ลองเลือก และเห็นผลจากการตัดสินใจของตนเอง โดยสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดและนำประสบการณ์นั้นกลับมาปรับวิธีคิดได้ ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์จริงที่มีต้นทุนสูงกว่า
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของเกมคือการนำ Design Thinking เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ พร้อมออกแบบการ์ดคำถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้เล่นตั้งคำถาม วิเคราะห์ปัญหา มองหาโอกาส และคิดหาทางเลือกก่อนตัดสินใจ ทำให้ Design Thinking ไม่ได้ถูกเรียนรู้ในฐานะขั้นตอนหรือทฤษฎีบนสไลด์เท่านั้น แต่ถูกแปลงให้กลายเป็นกระบวนการคิดที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่น ผู้เรียนต้องใช้ทั้งการสังเกต การตั้งคำถาม การแก้ปัญหา และการตัดสินใจร่วมกับผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง
ดร.พีรยาอธิบายว่า เกมถูกออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึก “กระบวนการคิด” มากกว่าการท่องจำ โดยระหว่างการเล่น ผู้เรียนจะได้สื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แก้ไขปัญหาร่วมกัน และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวมากกว่าการเรียนรู้ผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียว รูปแบบดังกล่าวยังช่วยสร้างสมาธิ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทาง Active Learning ที่ผู้เรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข้อมูล แต่มีบทบาทในการสร้างประสบการณ์และค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
START ME UP! เตรียมนำมาใช้ในหลักสูตร สหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับ Design Thinking ตลอดจน Workshop การแข่งขัน และกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียน เพื่อขยายประสบการณ์การเรียนรู้จากห้องเรียนไปสู่พื้นที่ที่หลากหลายมากขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เกมทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรื่องธุรกิจซึ่งอาจดูซับซ้อน กลายเป็นสิ่งที่ผู้เรียนเข้าถึง เข้าใจ และทดลองได้ผ่านประสบการณ์ตรง
ตลอดกระบวนการ ผู้เล่นไม่ได้เรียนรู้เพียงเรื่องการเริ่มต้นธุรกิจ แต่ยังได้พัฒนาทักษะสำคัญสำหรับอนาคต ทั้ง Entrepreneurial Mindset การมองเห็นโอกาส การคิดเชิงกลยุทธ์ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ การบริหารความเสี่ยง ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถต่อยอดได้ทั้งในโลกธุรกิจ การทำงาน และการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในบริบทที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความน่าสนใจของเกมยังอยู่ที่การเรียนรู้ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการเล่นจบลง แต่ผู้สอนจะนำผู้เรียนเข้าสู่กระบวนการ Reflection และ Debrief เพื่อย้อนกลับไปวิเคราะห์การตัดสินใจที่เกิดขึ้นระหว่างเกม ทั้งเหตุผลที่เลือกแต่ละทางเลือก ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จหรือความผิดพลาด ตลอดจนแนวทางที่สามารถปรับปรุงได้ หากต้องเผชิญกับสถานการณ์คล้ายกันอีกครั้ง กระบวนการดังกล่าวช่วยเชื่อมประสบการณ์จากโลกจำลองเข้ากับบริบทของธุรกิจจริง และทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าความสำคัญไม่ได้อยู่เพียงที่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่อยู่ที่การมองเห็นเหตุผลและเรียนรู้จากกระบวนการของตัวเอง
จากการนำเกมมาใช้ พบว่านักศึกษามีส่วนร่วมกับกิจกรรมมากขึ้น กล้าแสดงความคิดเห็น และเข้าใจแนวคิดทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถนำแนวทางการคิดและการแก้ปัญหาไปต่อยอดในการแข่งขัน รวมถึงพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ด้านผู้ประกอบการสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบ และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปิดบริษัทหรือมีธุรกิจเป็นของตัวเองทันที แต่สามารถเริ่มต้นจากการฝึกให้คนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาส กล้าคิด กล้าลอง กล้าตัดสินใจ และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น
การพัฒนา START ME UP! จึงเป็นมากกว่าการสร้างบอร์ดเกมเพื่อใช้ประกอบการเรียน แต่เป็นการออกแบบ Learning Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เข้าใกล้ “วิธีคิดของผู้ประกอบการ” ผ่านการลงมือทำ ตั้งแต่การคิดไอเดีย วิเคราะห์สถานการณ์ บริหารทรัพยากร วางกลยุทธ์ ไปจนถึงการรับมือกับผลจากการตัดสินใจของตนเอง ก่อนนำประสบการณ์เหล่านี้ไปต่อยอดสู่โจทย์จริงในอนาคต
สำหรับ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม START ME UP! ยังสะท้อนแนวทางการเรียนรู้ภายใต้ #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงการพบกับผู้ประกอบการหรือผู้มีประสบการณ์จากโลกธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการออกแบบประสบการณ์ให้นักศึกษาได้ฝึกคิดและลงมือทำเสมือนอยู่ในสถานการณ์จริง พร้อมเปิด โอกาส ให้ลองผิดลองถูก เรียนรู้จากการตัดสินใจ และได้รับการส่งเสริมผลักดันให้พัฒนา Future Skills ที่จำเป็นต่อการเป็นผู้ประกอบการและการทำงานในอนาคต
เพราะก่อนจะก้าวออกไปสร้างธุรกิจจริง สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการมี “ไอเดียที่ดี” แต่คือการรู้ว่าจะเปลี่ยนไอเดียนั้นให้เดินต่ออย่างไร จะตัดสินใจอย่างไรเมื่อทรัพยากรมีจำกัด และจะเรียนรู้อย่างไรเมื่อสิ่งที่เลือกไม่ได้เป็นไปตามแผน ซึ่งทั้งหมดนี้คือบทเรียนที่ START ME UP! กำลังนำมาไว้บนกระดาน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองก่อนออกไปเผชิญสนามธุรกิจจริง
#SPUSE #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #โอกาส #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills #SripatumUniversity



