Portfolio ที่สะท้อนความสามารถผ่านผลงานจริง ทักษะ AI ที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการสื่อสารอย่างมืออาชีพ กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน โดยเฉพาะการฝึกสหกิจศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโจทย์จากสถานประกอบการ อาจารย์จีระวรรณ ฤกษะสุต อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เผยแนวทางเตรียมความพร้อมนักศึกษายุคดิจิทัล ตั้งแต่การสร้าง Portfolio ให้โดดเด่นและตอบโจทย์ผู้ประกอบการ การพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือ AI อย่างมีวิจารณญาณ ไปจนถึงการเสริมสร้างบุคลิกภาพและความสามารถในการสื่อสาร เพื่อให้นักศึกษาสามารถแสดงศักยภาพและปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงานได้อย่างมั่นใจ สะท้อนแนวทางการเรียนรู้ของ SPU ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และความพร้อมสำหรับการทำงานจริง
หัวใจสำคัญของการสร้าง Portfolio ให้โดดเด่น คือการเลือกนำเสนอความสามารถให้ตรงกับความต้องการขององค์กร มากกว่าการรวบรวมผลงานจำนวนมากโดยขาดจุดเน้น อาจารย์จีระวรรณอธิบายว่า ผู้ประกอบการมีเวลาในการพิจารณาใบสมัครแต่ละคนค่อนข้างจำกัด นักศึกษาจึงควรคัดเลือกผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัครประมาณ 2–3 โครงการ และนำเสนอรายละเอียดอย่างชัดเจน พร้อมแนะนำโครงสร้าง Portfolio 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลแนะนำตัวที่กระชับ ทักษะและระดับความสามารถ ผลงานโครงงานที่แสดงกระบวนการทำงานจริง และผลงานเสริม เช่น ใบรับรองทักษะหรือประสบการณ์การแข่งขัน โดยเฉพาะส่วน Project Showcase ที่ควรอธิบายให้เห็นตั้งแต่โจทย์ปัญหา บทบาทความรับผิดชอบ เครื่องมือที่ใช้ ไปจนถึงผลลัพธ์ของผลงาน พร้อมหลักฐานประกอบอย่าง GitHub หรือ Live Demo เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ นักศึกษายังควรศึกษาลักษณะธุรกิจและคุณสมบัติที่แต่ละองค์กรต้องการ ก่อนปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับตำแหน่งงาน เพราะ Portfolio ที่มีประสิทธิภาพต้องสื่อสารให้องค์กรเห็นอย่างชัดเจนว่าผู้สมัครมีความสามารถและพร้อมนำทักษะไปใช้สร้างประโยชน์ได้อย่างไร
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI กำลังยกระดับความคาดหวังของผู้ประกอบการต่อทักษะบุคลากรรุ่นใหม่ โดยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กับความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัล อาจารย์จีระวรรณมองว่า นักศึกษาควรเตรียมความพร้อมผ่านเครื่องมือ 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น Excel สำหรับวิเคราะห์และสรุปข้อมูล รวมถึง Canva สำหรับจัดทำสื่อและงานนำเสนอ กลุ่มเครื่องมือ AI ที่สามารถสนับสนุนการเขียนโปรแกรม ตรวจสอบข้อผิดพลาด สรุปเอกสาร และจัดการงานต่าง ๆ โดยต้องรู้จักตั้งคำถามและตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้ และกลุ่มเครื่องมือสนับสนุนการทำงานร่วมกัน เช่น Git, Trello, Notion และ Slack ซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับกระบวนการทำงานขององค์กรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แนวคิดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การเตรียมกำลังคนดิจิทัลต้องพัฒนาความเข้าใจในการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม พร้อมเชื่อมโยงทักษะทางเทคนิคเข้ากับการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติงานจริง
อีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญไม่แพ้ความสามารถด้านเทคโนโลยี คือการสื่อสารอย่างมืออาชีพ ซึ่งอาจารย์จีระวรรณระบุว่าเป็นประเด็นที่พี่เลี้ยงในสถานประกอบการสะท้อนกลับมาอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากนักศึกษาจำนวนไม่น้อยมีความรู้ด้านเทคนิค แต่ยังขาดความมั่นใจในการอธิบายงาน ตั้งคำถาม หรือรายงานความคืบหน้าให้ผู้ร่วมงานเข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อได้รับมอบหมายโจทย์ที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงต้องเริ่มจากการตั้งคำถามให้ตรงประเด็น การสรุปสถานะงานอย่างกระชับ และการอธิบายเรื่องเทคนิคให้บุคลากรจากสายงานอื่นสามารถเข้าใจได้ อาจารย์จึงแนะนำให้นักศึกษาฝึกนำเสนอผลงานของตนเองภายในหนึ่งนาที โดยอธิบายให้ครบว่ากำลังทำอะไร พบปัญหาใด และมีแนวทางดำเนินงานต่อไปอย่างไร ควบคู่กับการฝึกเขียนอีเมล การกล้าซักถาม และการนำเสนอหน้าชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพราะทักษะการสื่อสารสามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝน ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติที่ช่วยให้นักศึกษา SPU เตรียมความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ บุคลิกภาพ และความมั่นใจ ก่อนก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงานจริง
การเตรียมนักศึกษาให้พร้อมเข้าสู่โลกวิชาชีพจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่การสร้างผลงาน การพัฒนาทักษะ ไปจนถึงทัศนคติในการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยอาจารย์จีระวรรณเน้นย้ำว่า วันแรกของการฝึกสหกิจศึกษาเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างความไว้วางใจจากองค์กร นักศึกษาควรเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องความตรงต่อเวลา การแต่งกายที่เหมาะสม การจัดเตรียมเอกสาร ตลอดจนการรับฟังและจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับระบบงานอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมแสดงความกระตือรือร้นในการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคลากรในทีม การแนะนำตัวอย่างกระชับ โดยบอกถึงความถนัดและเป้าหมายในการเรียนรู้ รวมถึงการมีความอ่อนน้อมและกล้าสอบถามเมื่อไม่เข้าใจ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความประทับใจและส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มุมมองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ SPU ในการส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร และเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ เพื่อก้าวสู่การเป็นบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ มีความรับผิดชอบ และพร้อมเติบโตในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง








