เมื่อมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการศึกษา แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างการเปลี่ยนแปลง นี่คือเรื่องราวของการผนึกกำลังครั้งสำคัญที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดพื้นที่ให้พลังของคนรุ่นใหม่ได้เปล่งประกาย เปลี่ยนไอเดียในห้องเรียนให้กลายเป็นนวัตกรรมที่พร้อมใช้งานจริง ขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาไทยด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ภาพของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา อาจดูเหมือนภาพพิธีการทั่วไป แต่เบื้องหลังความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยศรีปทุม, บริษัท รีวิชั่นซัคเซส จำกัด และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 (สพม.2) คือจุดเปลี่ยนที่น่าจับตาของการนำเทคโนโลยีมาสู่ห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีแพลตฟอร์ม ‘RevisionSuccess AI for Education’ เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน ซึ่งจะเริ่มนำร่องใช้งานจริงใน 3 โรงเรียนมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนพรตพิทยพยัต, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสุวินทวงศ์ และโรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง
มหาวิทยาลัยศรีปทุม: จากห้องเรียนสู่ระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม
สิ่งที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีความหมายมากกว่าแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ คือเรื่องราวต้นกำเนิดของ RevisionSuccess ที่พัฒนาขึ้นโดยกลุ่มเยาวชนไทยตั้งแต่อยู่ในรั้วโรงเรียน พวกเขาเข้าใจถึง ‘Pain Point’ ของเพื่อนนักเรียนด้วยกันอย่างลึกซึ้ง และเปลี่ยนประสบการณ์นั้นให้กลายเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ ภายใต้การสนับสนุนและบ่มเพาะจาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยมี คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ (College of Entrepreneurship) เป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญในการเปลี่ยนโปรเจกต์ของนักเรียนให้เติบโตเป็นบริษัทสตาร์ทอัปอย่างเต็มตัว สะท้อนพันธกิจของ SPU ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างและพัฒนาผู้เรียนให้เป็น ‘ผู้ลงมือทำ’ ตัวจริง
ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวถึงวิสัยทัศน์ครั้งนี้ว่า “มหาวิทยาลัยศรีปทุมพร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนที่มีความฝันและลงมือทำจริง ได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง RevisionSuccess เป็นหนึ่งในตัวอย่างของพลังคนรุ่นใหม่ที่เราภูมิใจสนับสนุน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมสร้างประโยชน์ต่อระบบการศึกษาไทยในวงกว้าง” คำกล่าวนี้ตอกย้ำนโยบายของ ศรีปทุม ที่มุ่งใช้ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม ผสานกับการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีและ AI เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
ความร่วมมือนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบเทคโนโลยี แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ที่ซึ่งสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเยาวชนนวัตกร ทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถรับมือกับความท้าทายแห่งอนาคตได้อย่างมั่นใจ
เพราะอนาคตของการศึกษาไม่ได้ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่ถูกสร้างขึ้นจากมือของคนที่กล้าฝันและลงมือทำมากที่สุด







