คณะวิศวกรรมศาสตร์ SPU: ปั้น ‘ผู้คุมเทคโนโลยี’ รุ่นใหม่ ตอบโจทย์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์และ AI
ในยุคที่เครื่องจักรไม่ได้ทำงานตามคำสั่ง แต่มองเห็น คิด และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง โลกไม่ได้ต้องการแค่วิศวกรผู้สร้าง แต่ต้องการ ‘ผู้ควบคุม’ ที่เข้าใจทั้งสมองและร่างกายของเทคโนโลยี นี่คือภารกิจสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กำลังลงมือทำ
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ Automation, Robotics และ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ตั้งแต่โรงงานอัจฉริยะ รถยนต์ไฟฟ้า ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ไปจนถึงหุ่นยนต์บริการที่พบเห็นได้ทั่วไป สิ่งเหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก และนั่นทำให้ตลาดแรงงานกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญอย่างหนัก สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จึงไม่ได้เป็นเพียงสาขาใหม่ แต่คือพื้นที่บ่มเพาะกำลังคนสำคัญของประเทศ
ผศ.ดร.วนายุทธ์ แสนเงิน หัวหน้าสาขาวิชาฯ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายภาพใหญ่ว่า “วันนี้เราอยู่ในยุค Digital Transformation ที่แทบทุกอุตสาหกรรมหันมาใช้หุ่นยนต์ ตั้งแต่ EV, โลจิสติกส์, เกษตรอัจฉริยะ ไปจนถึงการแพทย์ สาขานี้จึงไม่ใช่ ‘ทางเลือก’ แต่เป็น ‘ทางหลัก’ ของโลกอนาคต ใครที่คุมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้ ก็เหมือนกุมกุญแจสำคัญของเศรษฐกิจโลก”
เรียนรู้ครบวงจรที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU): สร้างสมองและร่างกายให้เครื่องจักร
แกนกลางของการเรียนที่ SPU คือกระบวนการ Sense–Think–Act ที่สอนให้นักศึกษาเข้าใจระบบอย่างครบวงจร ตั้งแต่การรับรู้ผ่านเซนเซอร์ (Sense) การคิดและตัดสินใจด้วย AI (Think) และการสั่งการให้หุ่นยนต์ทำงาน (Act) หลักสูตรถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Learning by Doing ให้นักศึกษาได้สัมผัสอุปกรณ์ระดับอุตสาหกรรมจริงตั้งแต่ปีแรก เพื่อสร้างทักษะรอบด้านทั้ง Automation (ระบบโรงงานอัจฉริยะ, PLC, IIoT), Robotics (หุ่นยนต์แขนกล, AGV, ROS) และ AI (Machine Learning, Deep Learning) เพื่อปูพื้นฐานสู่การเป็น System Integrator ในโลกของ Industry 4.0
“เราไม่ได้สอนแยกส่วน แต่สอนให้มองเป็นระบบ และต้องลงมือทำได้จริง” ผศ.ดร.วนายุทธ์เน้นย้ำ “นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากโจทย์จริงผ่านเครือข่ายพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งของ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ไม่ได้เรียนเพื่อสอบ แต่เรียนเพื่อทำงานได้จริง” บัณฑิตจากสาขานี้จึงไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน แต่คือผู้สร้างและควบคุม AI ที่มีความรู้ข้ามศาสตร์ทั้ง Hardware และ Software ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดแรงงาน และไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเทคโนโลยีแย่งงาน
เพราะในวันที่โลกขับเคลื่อนด้วยจักรกลอัจฉริยะ คนที่เข้าใจระบบเหล่านี้ คือผู้ที่สามารถกำหนดทิศทางอนาคตได้อย่างแท้จริง







