เมื่อผู้แทนจากทั่วโลกเดินทางมาประเทศไทยเพื่อ “ประชุม” มูลค่าของการเดินทางไม่ได้เริ่มและจบอยู่เพียงภายในห้องประชุม แต่เชื่อมต่อไปถึงสนามบิน ระบบขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร งานจัดเลี้ยง การบริการ และสามารถเดินทางต่อไปถึงแหล่งท่องเที่ยวหลังภารกิจสิ้นสุดลง นี่คืออีกมิติของ 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ
ในมุมของ วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) การประชุมครั้งนี้จึงน่าสนใจมากกว่าในฐานะเวทีเศรษฐกิจและการเงินโลก เพราะยังเป็นกรณีศึกษาของ Mega Event ที่ทำให้เห็นการทำงานของอุตสาหกรรม MICE, Hospitality และ Tourism เชื่อมต่อกันในระดับเมือง ตั้งแต่การรองรับผู้เดินทาง ที่พัก การเดินทางระหว่างโรงแรมกับสถานที่ประชุม อาหารและเครื่องดื่ม งานจัดเลี้ยง ไปจนถึงคุณภาพของการบริการและบุคลากร ทุกจุดล้วนมีส่วนต่อประสบการณ์ของผู้มาเยือนและภาพจำที่มีต่อประเทศไทย
ผลทางเศรษฐกิจของ Mega Event จึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภายในศูนย์ประชุม เพราะการเดินทางของผู้เข้าร่วมยังสามารถกระจายการใช้จ่ายไปยัง โรงแรม ร้านอาหาร งานจัดเลี้ยง การขนส่ง และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่รอบสถานที่จัดงานที่มีโอกาสรองรับทั้งการเข้าพัก การประชุมย่อย อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนบริการต่าง ๆ ตลอดช่วงการประชุม ทำให้ MICE เชื่อมต่อโดยตรงกับห่วงโซ่เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ
แต่สิ่งที่ทำให้ Mega Event มีความหมายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่าการสร้างรายได้ในช่วงจัดงาน คือการเดินทางที่อาจไม่สิ้นสุดพร้อมวันปิดประชุม ข้อมูลจากภาคโรงแรมสะท้อนว่า ผู้เข้าร่วมและครอบครัวบางส่วนมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่อหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและพัทยา ทำให้ผู้ที่เดินทางมาในฐานะ “ผู้เข้าร่วมประชุม” สามารถเปลี่ยนบทบาทเป็น “นักท่องเที่ยว” และขยายการใช้จ่ายออกไปนอกพื้นที่จัดงานได้
ภาพนี้ทำให้ IMF–World Bank 2026 เป็นกรณีศึกษาสำคัญของอุตสาหกรรม MICE และ Hospitality เพราะมูลค่าของการประชุมระดับนานาชาติไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้เข้าร่วม หรือความสำเร็จของกิจกรรมภายในสถานที่จัดงาน แต่ยังอยู่ที่ความสามารถของประเทศเจ้าภาพในการทำให้ผู้มาเยือน อยากอยู่ต่อ ใช้จ่ายต่อ เดินทางต่อ และกลับมาอีก หากประสบการณ์ตลอดเส้นทางมีคุณภาพ การประชุมหนึ่งครั้งก็สามารถสร้างการรับรู้ต่อประเทศไทยในฐานะ Destination และกระจายโอกาสไปสู่ธุรกิจรอบระบบการท่องเที่ยวได้ไกลกว่าระยะเวลาของงาน
สำหรับศาสตร์ด้านการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ กรณีศึกษานี้ยังสะท้อนว่า Guest Experience ไม่ได้ถูกสร้างโดยธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง โรงแรมไม่สามารถสร้างประสบการณ์ทั้งหมดได้โดยลำพัง เช่นเดียวกับศูนย์ประชุม สายการบิน ระบบขนส่ง ร้านอาหาร หรือแหล่งท่องเที่ยว เพราะผู้มาเยือนสัมผัสประเทศไทยผ่านหลายจุด ตั้งแต่เดินทางเข้าสู่ประเทศ การเข้าพัก การเดินทาง การรับประทานอาหาร การใช้บริการ ไปจนถึงการท่องเที่ยวก่อนเดินทางกลับ การแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ประเทศไทยมีอะไรให้เที่ยว” แต่รวมถึงว่า ประเทศไทยสามารถออกแบบและส่งมอบประสบการณ์ตลอดทั้งการเดินทางได้ดีเพียงใด
การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 จึงทำให้กรุงเทพฯ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็น “สถานที่ประชุม” แต่เป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยสามารถแสดงศักยภาพผ่าน MICE, Hospitality, Transportation, Food, Service และ Destination Experience ต่อผู้มาเยือนจากทั่วโลก และหากประสบการณ์ระหว่างการเดินทางสามารถทำให้ผู้เข้าร่วมเลือกอยู่ต่อ ท่องเที่ยวต่อ หรือกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง มูลค่าของ Mega Event ก็จะไม่ได้จบลงพร้อมวันปิดประชุม แต่สามารถเดินทางต่อไปสู่ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SripatumUniversity #วิทยาลัยการบินการท่องเที่ยวและการบริการ #CATHSPU #IMFWorldBank2026 #AM2026 #MICE #Hospitality #TourismEconomy #DestinationExperience #GuestExperience #MegaEvent #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #โอกาส #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills










