เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานด้านบัญชี จากกระบวนการบันทึกและจัดการข้อมูลแบบเดิม ไปสู่การใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการวิเคราะห์และการตัดสินใจทางธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ทักษะดิจิทัลกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของนักบัญชียุคใหม่ ศูนย์การบัญชีมืออาชีพ (S-PAC) คณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จึงนำ AI และเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ โดยมุ่งให้นักศึกษาเข้าใจเทคโนโลยีผ่านการทดลองใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้หลักการหรือรับฟังการบรรยาย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกวิชาชีพบัญชีที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางการเงิน ความสามารถด้านเทคโนโลยี และทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลควบคู่กัน

อาจารย์สรวิชญ์ แหนไส ผู้อำนวยการศูนย์การบัญชีมืออาชีพ (S-PAC) มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า การพัฒนาทักษะดิจิทัลของนักศึกษา S-PAC ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ระบบอัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์ม Make.com ซึ่งช่วยให้นักศึกษาได้ทดลองออกแบบกระบวนการทำงานและการจัดการข้อมูลด้วยตนเอง พร้อมเรียนรู้การใช้ NotebookLM เพื่อสนับสนุนการสรุป วิเคราะห์เอกสาร และค้นคว้าข้อมูลสำหรับงานวิชาการและวิชาชีพ โดยมีรุ่นพี่นักศึกษาที่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีเข้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้และแบ่งปันแนวทางการใช้งานจริง สะท้อนรูปแบบการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเป็นทั้งผู้เรียนและผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ AI กับกระบวนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการพัฒนาทักษะให้ครอบคลุมการทำงานบัญชียุคดิจิทัล S-PAC ยังออกแบบแผนการฝึกปฏิบัติที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการใช้ AppSheet เพื่อออกแบบระบบรับข้อมูลทางบัญชี การประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับ Excel การจัดทำรายงานทางการเงินด้วย Excel ขั้นสูง และการเรียนรู้โปรแกรมบัญชี TR Cloud ซึ่งใช้ในการดำเนินงานของสำนักงานบัญชี นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์งบการเงินเพื่อประเมินฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และสภาพคล่องของกิจการ เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้มีหน้าที่เพียงลดขั้นตอนการทำงาน แต่สามารถช่วยจัดระบบข้อมูลและสนับสนุนการวิเคราะห์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทักษะสำคัญคือการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับลักษณะงาน และสามารถตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้จริง
AI ไม่ได้มาแย่งงานนักบัญชี แต่จะมาแย่งงานของนักบัญชีที่ไม่ยอมปรับตัว อาจารย์สรวิชญ์ สะท้อนมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพบัญชี พร้อมอธิบายว่า นักบัญชีในอนาคตจำเป็นต้องมีทักษะมากกว่าความรู้ด้านการบันทึกบัญชี โดยเฉพาะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ข้อมูล การใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัล การคิดเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลทางการเงินให้ผู้บริหารสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจได้ ขณะเดียวกัน จรรยาบรรณวิชาชีพและวิจารณญาณยังคงเป็นองค์ประกอบที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด เพราะแม้ AI จะช่วยประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็ว แต่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชียังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของข้อมูลที่นำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ
จากทิศทางดังกล่าว S-PAC จึงวางเป้าหมายพัฒนาสู่การเป็น ศูนย์ฝึกปฏิบัติงานบัญชีดิจิทัลต้นแบบภายในระยะเวลา 3 ปี ผ่านการเพิ่มหลักสูตรและเวิร์กช็อปด้าน AI Automation การขยายความร่วมมือกับสำนักงานบัญชีและบริษัทเทคโนโลยีเพื่อนำกรณีใช้งานจริงมาประกอบการเรียนรู้ รวมถึงการส่งเสริมให้นักศึกษาได้รับการรับรองทักษะด้านโปรแกรมบัญชีดิจิทัลหรือ AI ก่อนสำเร็จการศึกษา ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของอาจารย์และบุคลากรให้ก้าวทันเทคโนโลยี เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างนักบัญชีที่สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลได้ แต่คือการพัฒนาบุคลากรที่ทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์และสร้างคุณค่าจากข้อมูลทางการเงิน และมีพื้นฐานสำหรับการเติบโตสู่บทบาทผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บริหารด้านบัญชีและการเงินในอนาคต
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะบัญชี #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง









