มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตอกย้ำบทบาทบนเวทีนานาชาติ เดินหน้าขยายเครือข่ายพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตในเอเชีย
ในบริบทที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค การเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและโลกอุตสาหกรรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ได้ตอกย้ำจุดยืนในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งสร้างบัณฑิตให้พร้อมสำหรับเวทีสากล ผ่านการเข้าร่วมเวทีความร่วมมือระดับเอเชีย เพื่อสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการสร้างบุคลากรแห่งอนาคต
ล่าสุด คณะศิลปศาสตร์ SPU ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยส่ง Assistant Professor Dr. Yasumasa MORI ที่ปรึกษาคณบดีด้านการต่างประเทศ เข้าร่วม “การประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 5 ของแพลตฟอร์มการสร้างธุรกิจในเอเชีย (The 5th General Meeting of Kankeiren ABC Platform)” ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้ เวทีดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับภูมิภาคเอเชีย
ต่อยอดความร่วมมือ SPU Global Collaboration ผ่านกลไก Public Private Academic Partnership
การประชุมครั้งนี้สะท้อนภาพความร่วมมือแบบ Triple Helix Model ที่เข้มแข็ง โดยมีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เป็นผู้ดำเนินรายการ และได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญอย่าง Mr. Daisaku HAGIWARA รองอธิการบดีสถาบัน Ehle Institute ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมเข้ากับสถาบันการศึกษาภายใต้ ABC Platform การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยศรีปทุมในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุม แต่เป็นการเข้าไปมีบทบาทในฐานะภาคีเครือข่ายของคณะทำงานด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Utilization Asia) อย่างเป็นรูปธรรม
แพลตฟอร์มนี้ขับเคลื่อนโดย สหพันธ์เศรษฐกิจคันไซ หรือ Kansai Economic Federation (Kankeiren) ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมบริษัทชั้นนำจากภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือใน 7 ด้านสำคัญที่ตอบโจทย์อนาคต ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การแพทย์ การเกษตร ไปจนถึงสตาร์ทอัพ
การเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติของ คณะศิลปศาสตร์ SPU จึงเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกแห่งความเป็นจริง สอดคล้องกับปรัชญา “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง” เพื่อผลิตบัณฑิตที่ไม่เพียงมีองค์ความรู้เชิงวิชาการ แต่ยังมีความพร้อมและทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในตลาดแรงงานสากล (Global Workforce Development) และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต









