‘SPUCON2026’ เปิดเวทีวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ขับเคลื่อน ‘Research Driven Economy’ เชื่อม ‘AI–นวัตกรรม–ความยั่งยืน’ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ

‘SPUCON2026’ เปิดเวทีวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ขับเคลื่อน ‘Research Driven Economy’ เชื่อม ‘AI–นวัตกรรม–ความยั่งยืน’ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) โดยศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและการประกันคุณภาพการศึกษา ผนึกกำลัง 11 องค์กรเครือข่าย จากสถาบันอุดมศึกษา สมาคมวิชาการ และสมาคมวิชาชีพ ทั้งในและต่างประเทศ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 21 และการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม หรือ “SPUCON2026” ภายใต้แนวคิด “Research Driven Economy: Ideas That Grow the Nations – เมื่อโลกเปลี่ยนด้วย AI และความยั่งยืนกำหนดทิศทางธุรกิจ งานวิจัยที่ใช่ คือ พลังที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง” เปิดพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากแวดวงวิชาการสู่การแลกเปลี่ยนมุมมอง การต่อยอดงานวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อผลักดันงานวิจัยให้ก้าวพ้นจากข้อค้นพบในเอกสาร สู่การใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าร่วมกว่า 250 คน

ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล รองอธิการบดี ม.ศรีปทุม ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน SPUCON2026 กล่าวว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานวิจัยจำเป็นต้องก้าวให้ทันความเป็นจริงและสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เกิดคุณค่าได้ เพราะประเทศจะเดินหน้าอย่างมั่นคงได้จากพลังของความรู้และความคิดที่สามารถต่อยอดงานวิจัยไปสู่การแก้ปัญหา การสร้างนวัตกรรม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่สิ้นสุดเพียงการตีพิมพ์ทางวิชาการ ขณะเดียวกัน การผนึกกำลังกับ 11 องค์กรเครือข่ายระดับโลก ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนและยกระดับมาตรฐานงานวิจัยไทย ให้เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรมในระดับสากล

ด้าน ผศ.ดร.สุพัฒตรา ศรีญาณลักษณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและการประกันคุณภาพการศึกษา ม.ศรีปทุม ในฐานะผู้อำนวยการจัดงาน SPUCON2026 กล่าวว่า เวทีนี้ได้รวบรวมบทความวิจัยและบทความวิชาการมากกว่า 150 บทความ ทั้งในและต่างประเทศ จากหลากหลายศาสตร์ โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้แบบข้ามศาสตร์ (Cross-disciplinary) ตั้งแต่มนุษยวิทยา สังคมศาสตร์ ไปจนถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการสร้างองค์ความรู้และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในมิติที่ซับซ้อนมากขึ้น และเป็นเวทีที่ให้นักวิจัยได้พบกับเครือข่าย องค์ความรู้ได้พบกับโอกาส และความคิดได้ถูกต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อสร้างคุณค่าแก่เศรษฐกิจ สังคม และประเทศ  ดังแนวคิด “Ideas that Grow the Nations”

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ SPUCON2026 คือ ปาฐกถาพิเศษ “เมือง งานวิจัย และนวัตกรรม: พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ” ซึ่งนำเสนอภาพการพัฒนาเมืองผ่านมุมมองที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับการแก้ปัญหาและการสร้างโอกาสใหม่ให้กับพื้นที่ โดยมี ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด และ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์จากสองมิติสำคัญของการพัฒนาประเทศ ทั้งการใช้พื้นที่เป็นฐานในการขับเคลื่อนงานวิจัย และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับเมืองและกำลังคน

ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถในการจัดการภาครัฐและท้องถิ่น หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า การพัฒนาประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องมองพื้นที่ เป็นฐานสำคัญ ผ่านแนวคิด Area-Based Approach ที่เชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับปัญหา ศักยภาพ และความต้องการของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้องค์ความรู้ถูกนำไปใช้แก้ปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ทั้งการแก้ปัญหาความยากจน การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาผู้ประกอบการ และการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ พร้อมพัฒนาเมืองให้เป็นพื้นที่แห่งการทำงาน การใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคีในพื้นที่

ขณะที่ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวว่า การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคนที่มีทักษะ โดยแนวคิด Smart City ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องเชื่อมโยงมิติสิ่งแวดล้อม พลังงาน การคมนาคม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต คน และการบริหารจัดการภาครัฐเข้าด้วยกัน พร้อมใช้ข้อมูลและ AI เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเมืองและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของ AI และ Digital Disruption กำลังปรับรูปแบบการทำงานและความต้องการด้านทักษะ จึงจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนดิจิทัลตั้งแต่ทักษะพื้นฐานไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ

SPUCON2026 จึงเป็นเวทีที่ไม่ได้มองงานวิจัยเพียงในฐานะองค์ความรู้ แต่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนความคิดให้เป็นการลงมือทำ และเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นพลังของการพัฒนา เชื่อมโยงนักวิจัย นักวิชาการ ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และโอกาสใหม่ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศ ให้ก้าวทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงต่อไป

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง # SPUCON2026

👁 ยอดวิว: 11

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

‘SPUCON2026’ เปิดเวทีวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ขับเคลื่อน ‘Research Driven Economy’ เชื่อม ‘AI–นวัตกรรม–ความยั่งยืน’ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) โดยศูนย์ส่งเสริมการวิจัยและการประกันคุณภาพการศึกษา ผนึกกำลัง 11

นักศึกษาวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU พัฒนา ‘CareLog’ แพลตฟอร์ม AI จัดการโลจิสติกส์สุขภาพ คว้ารางวัลชมเชย Wellnation Thailand 2026

นักศึกษาวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในนามทีม

‘GeoFix’ ทีมนักวิจัยวิศวกรรม SPU–KMUTNB โชว์ศักยภาพงานวิจัย–นวัตกรรม ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย EGAT Green I ปีที่ 3 เวทีพัฒนาคอนกรีตทางเลือกเพื่อความยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอแสดงความยินดีกับ ทีม GeoFix