จากปัญหาใกล้ตัว สู่ไอเดียธุรกิจ! ‘BaoSaBai’ นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU พาผลงานไปทดสอบในสนาม Startup ระดับประเทศ

จากปัญหาใกล้ตัว สู่ไอเดียธุรกิจ! ‘BaoSaBai’ นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU พาผลงานไปทดสอบในสนาม Startup ระดับประเทศ

บางครั้งจุดเริ่มต้นของธุรกิจอาจไม่ได้มาจากไอเดียที่ซับซ้อน แต่อาจเริ่มจากปัญหาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำในชีวิตประจำวัน และคำถามว่า “ถ้าสิ่งที่มีอยู่ยังแก้ปัญหาได้ไม่ดีพอ เราสามารถทำอะไรให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่”

สำหรับทีม BaoSaBai คำถามนั้นเริ่มต้นจากอาการปวดเมื่อยบริเวณบ่าและไหล่ของสมาชิกในทีมจากการสะพายกระเป๋าเป็นประจำ เมื่อทดลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาด กลับพบว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาที่พวกเขาเจอได้อย่างที่ต้องการ ช่องว่างเล็กๆ ตรงนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Project และต่อยอดมาเป็น “BaoSaBai Shoulder Pad” แผ่นรองบ่าสะพายกระเป๋าเพื่อสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “แบ่งภาระให้เรา…เบาสบาย”

เบื้องหลังผลงานนี้คือ ธีรเดช มีปัญญา, สุริยะ สุดสวาท, วิริทธิ์พล แก้วลำพูน, ทรงพล พุทธพงษ์ และพุทธิพงศ์ ทิพยศ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นำปัญหาใกล้ตัวมาพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ ก่อนผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ 120 ทีมสุดท้ายระดับประเทศ จากผู้สมัคร 253 ทีม 51 มหาวิทยาลัย ในเวที Startup Thailand League 2026

แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น BaoSaBai ไม่ได้เกิดขึ้นจากไอเดียเพียงครั้งเดียวแล้วกลายเป็นผลิตภัณฑ์ทันที ทีมต้องทดลองทำ Prototype เปลี่ยนวัสดุ และปรับไปเรื่อยๆ จนได้ต้นแบบตัวแรกที่พร้อมนำไปแสดงในเวทีการแข่งขัน กระบวนการนี้ทำให้สมาชิกทีมเริ่มเห็นว่า การมี Idea เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะเมื่อคิดจะทำให้สิ่งหนึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์จริง ยังต้องตอบอีกหลายคำถาม ตั้งแต่วัสดุเหมาะสมหรือไม่ ผู้ใช้ต้องการอะไร สินค้าแก้ Pain Point ได้จริงแค่ไหน ไปจนถึงมีโอกาสพัฒนาต่อในเชิงธุรกิจหรือไม่

สมาชิกทีมมองว่า รูปแบบการเรียนในสาขาสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มีส่วนช่วยให้พวกเขาค่อยๆ มอง Project นี้เป็นกระบวนการทางธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนแบบ Project-Based Learning ที่เปิดให้นักศึกษาได้คิดและลงมือทำจริง พร้อมกับคำแนะนำจากอาจารย์ที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ รวมถึงกิจกรรมที่พาคนในวงการและผู้ประกอบการเข้ามาถ่ายทอดประสบการณ์ในห้องเรียน

จากเดิมที่ทีมให้ความสำคัญกับ “ผลิตภัณฑ์” เป็นหลัก การทำ BaoSaBai ทำให้พวกเขาเริ่มมองเห็นว่า ธุรกิจไม่ได้มีเพียงสินค้าที่ดี แต่ยังต้องเข้าใจผู้ใช้ ตลาด และความเป็นไปได้ในการนำสิ่งที่คิดไปต่อยอดจริงด้วย

หนึ่งในสมาชิกทีมสะท้อนบทเรียนนี้ไว้ว่า “จากเดิมที่คิดถึงแต่ผลิตภัณฑ์ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าอย่างอื่นสำคัญไม่แพ้กัน การที่รู้กับการที่เข้าใจต่างกันมาก” เพราะการเรียนรู้ว่าต้องคิดเรื่องผู้ใช้ ตลาด หรือธุรกิจ กับการต้องนำทุกองค์ประกอบมาใช้กับผลงานของตัวเองจริงๆ เป็นคนละประสบการณ์กัน เมื่อทุกการตัดสินใจส่งผลกับ Project ที่ทีมกำลังสร้าง นักศึกษาจึงไม่ได้เรียนเพียงว่าผู้ประกอบการ “ควรคิดอะไร” แต่ต้องเริ่มฝึกคิดและตัดสินใจแบบผู้ประกอบการด้วยตัวเอง

Startup Thailand League 2026 จึงกลายเป็นอีกสนามที่ทำให้การเรียนรู้ชัดขึ้น จาก Project ที่พัฒนากันภายในมหาวิทยาลัย ทีมต้องนำผลงานออกไปอยู่ในพื้นที่เดียวกับนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และพบว่าโลกข้างนอกมีทั้งแนวคิดใหม่ๆ ทีมที่แข็งแรง และคนเก่งอีกจำนวนมาก “ได้รู้ว่ามีคนอื่นๆ เก่งๆ อีกเยอะมากครับ”

แม้การผ่านเข้าสู่ 120 ทีมสุดท้ายจะทำให้ทีมดีใจ เพราะในช่วงเริ่มต้นพวกเขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเดินมาได้ถึงจุดนี้ แต่ประสบการณ์เดียวกันก็ทำให้เห็นว่า การได้รับโอกาสไม่ได้หมายความว่าพร้อมแล้วทุกด้าน เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องกลับมาพัฒนา

ระหว่างทาง ทีมยังได้ฝึกทักษะที่ไม่ได้เกิดจากการท่องจำ ตั้งแต่การแก้ปัญหา การตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร ไปจนถึงการรับมือกับความกดดัน โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันที่สมาชิกทีมยอมรับว่าเป็นหนึ่งในช่วงที่ยากที่สุด ทุกคนต้องคุยกันมากขึ้น ช่วยกันตัดสินใจ และคอย “เชียร์อัพ” กันเพื่อให้ทีมสามารถพางานเดินหน้าต่อได้

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ BaoSaBai ไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น แต่กลายเป็นพื้นที่ทดลองของการเป็นผู้ประกอบการจริง ตั้งแต่การมองเห็นปัญหา การคิดทางออก การทดลองและปรับแก้ ไปจนถึงการนำผลงานออกไปเผชิญ Feedback และการแข่งขันในสนามจริง

สำหรับทีม BaoSaBai เส้นทางยังไม่ได้หยุดอยู่ที่การผ่านเข้ารอบ Startup Thailand League เพราะเป้าหมายต่อไปคือการพัฒนาทั้งตัวผลิตภัณฑ์และแผนธุรกิจให้ชัดขึ้น โดยหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถต่อยอดจาก Project ในมหาวิทยาลัยไปสู่ธุรกิจจริงหลังเรียนจบ

เรื่องราวของ BaoSaBai จึงอาจยังไม่ใช่เรื่องของธุรกิจที่สำเร็จแล้ว แต่เป็นภาพของกระบวนการที่นักศึกษาได้เริ่มต้นทดลองเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่ยังเรียน จากปัญหาใกล้ตัวหนึ่งเรื่อง ถูกตั้งคำถาม พัฒนาเป็น Idea ทำเป็น Prototype นำไปทดสอบในสนามจริง และกลับมามองเห็นอีกครั้งว่ายังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาต่อ

เพราะในท้ายที่สุด การสร้างผู้ประกอบการอาจไม่ได้เริ่มจากการบอกให้นักศึกษามีธุรกิจเป็นของตัวเองทันที แต่เริ่มจากการเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ คิดเอง ลงมือทำเอง เจอปัญหาจริง และเรียนรู้ว่าจะพา Idea ของตัวเองเดินต่อไปอย่างไร

และหากต้องสรุปสิ่งที่ได้จากเส้นทาง BaoSaBai ให้รุ่นน้องฟังเพียงหนึ่งประโยค สมาชิกทีมเลือกตอบอย่างเรียบง่ายว่า “ทำให้เต็มที่ แล้วมีความหวัง”

#SPUSE #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #โอกาส #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills #SripatumUniversity

👁 ยอดวิว: 16

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU เปิดประสบการณ์ “Personal Color” พานักศึกษาค้นหาสีที่ใช่ เสริมความมั่นใจในแบบของตัวเอง

คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านกิจกรรม Workshop “Personal

อธิการบดี ม.ศรีปทุม มอบของขวัญแสดงความยินดีแด่ข้าราชการตำรวจ สน.บางเขน เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม มอบของขวัญแสดงความยินดีแด่ข้าราชการตำรวจ