สำหรับนักศึกษาหลายคน Project อาจสิ้นสุดลงเมื่อส่งงาน ได้คะแนน และปิดรายวิชา แต่สำหรับ “ดุล” เกียรติศักดิ์ สิงห์งาม ศิษย์เก่าสาขาวิชาสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม สิ่งที่เริ่มต้นขึ้นระหว่างเรียนกลับไม่ได้จบลงพร้อมชีวิตมหาวิทยาลัย เพราะหนึ่งในไอเดียที่เขาเริ่มพัฒนาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา วันนี้ยังถูกนำมาต่อยอดอย่างต่อเนื่องในชื่อ MeLearn แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่นำ AI และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยบริหารจัดการการเรียนการสอน
MeLearn เริ่มต้นจากการนำความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการมาประกอบกันเป็น Product โดยมีแนวคิดใช้ AI เป็น Co-Mentor ช่วยสอนและตอบคำถามผู้เรียน รวมถึงการประยุกต์เทคโนโลยีกับระบบ Certificate เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่เพียงการที่นักศึกษาคนหนึ่งสามารถสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาได้ แต่คือการที่ Project นั้นถูกพัฒนา ทดลอง และเดินหน้าต่อ แม้เจ้าของผลงานจะสำเร็จการศึกษาไปแล้ว
ดุลเล่าว่า หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่นำมาใช้จริงจากการเรียนในคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ คือ Design Thinking ซึ่งทำให้เขาเรียนรู้ที่จะไม่เริ่มต้นจากคำถามว่า “เราอยากสร้างอะไร” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจก่อนว่า ผู้ใช้กำลังเจอปัญหาอะไร ต้องการอะไร แล้วจึงออกแบบสิ่งที่ตอบโจทย์ ขณะเดียวกันยังใช้แนวคิด Build–Measure–Learn ในการพัฒนางาน คือคิด ทดลองทำ วัดผล เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วนำข้อมูลกลับมาพัฒนารอบต่อไป
“ผมนำสิ่งที่เรียนจากคณะมาใช้เต็มที่เลยครับ โดยเฉพาะแนวคิด Design Thinking ที่เริ่มจากการเข้าใจผู้ใช้ก่อนว่าเขาเจอปัญหาอะไร ต้องการอะไร แล้วค่อยออกแบบให้ตอบโจทย์ นอกจากนี้ยังใช้ Mindset แบบ Build–Measure–Learn เหมือนสตาร์ทอัพ คือคิด–ลองทำ–วัดผล–เรียนรู้–แล้ววนไปต่อ”

วิธีคิดดังกล่าวทำให้ MeLearn ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็น Project สำหรับส่งอาจารย์ แต่ถูกนำออกไปทดลองกับสนามภายนอก ทั้งการ Pitching และการแข่งขัน เพื่อรับ Feedback และมองหาโอกาสในการพัฒนาต่อ ระหว่างเรียน ดุลและทีมเคยนำ MeLearn ไปนำเสนอในเวทีระดับประเทศ ก่อนจะนำประสบการณ์ที่ได้กลับมาพัฒนาตัวแพลตฟอร์มต่อเนื่อง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงผลการแข่งขัน แต่คือการได้เรียนรู้ว่า เมื่อ Product ออกไปเจอคนอื่น สิ่งที่เราคิดไว้ต้องปรับอย่างไร และจะพาไอเดียให้เดินต่อไปได้อย่างไร
แม้เปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาเป็นศิษย์เก่า MeLearn ก็ยังไม่จบตามไปด้วย ล่าสุดแพลตฟอร์มได้รับทุนสนับสนุน 150,000 บาท จากโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) ภายใต้ Ideation Incentive Program (IDEA) ของ TED Fund เพื่อใช้เป็นโอกาสในการต่อยอดพัฒนาแพลตฟอร์มอีกขั้น จากสิ่งที่เริ่มต้นในมหาวิทยาลัย MeLearn จึงค่อยๆ เปลี่ยนจาก “Project ของนักศึกษา” ไปสู่โจทย์ใหม่ที่ต้องคิดทั้งเรื่องผู้ใช้ Product การพัฒนา และโอกาสทางธุรกิจจริง
วิธีคิดแบบทดลองแล้วพัฒนาต่อของดุลยังเห็นได้จากอีกพื้นที่หนึ่ง คือช่อง TikTok “เรื่องดุลดุล” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการทำคลิปวิดีโอส่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่หลังส่งงาน เขาเลือกที่จะไม่หยุด และใช้ช่องดังกล่าวเป็นเสมือนสนามทดลองของตัวเองในการเล่าเรื่องเทคโนโลยีและ AI ที่ซับซ้อนให้สนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น ตั้งแต่การใช้ ChatGPT การสร้าง Animation ด้วย AI ไปจนถึงการประยุกต์เทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ ให้กลายเป็นคอนเทนต์สั้น
“ถ้าคลิปไหนไม่เวิร์ก เราก็เปลี่ยนแนวทันที แต่ถ้าเวิร์ก เราจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ” วิธีคิดนี้แทบไม่ต่างจาก Build–Measure–Learn ที่เขาใช้กับการสร้าง Product เพียงแต่ครั้งนี้ สิ่งที่ต้องวัดไม่ใช่ฟังก์ชันของแพลตฟอร์ม แต่คือความสนใจและ Feedback จากผู้ชม จากคลิปส่งอาจารย์จึงค่อยๆ เติบโตเป็นช่องที่มีรูปแบบและตัวตนของตัวเอง และกลายเป็นอีกพื้นที่ที่ดุลได้ทดลองผสม Content, Technology และความเข้าใจผู้ใช้ เข้าด้วยกัน

เมื่อมองทั้ง MeLearn และ “เรื่องดุลดุล” ควบคู่กัน จะเห็นเส้นทางเดียวกันซ่อนอยู่ นั่นคือการ คิดแล้วลองทำ ออกไปเจอคนจริง รับ Feedback กลับมา แล้วปรับต่อ ซึ่งดุลมองว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้าง Product แบรนด์ หรือธุรกิจของตัวเอง เพราะไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อม 100% ก่อนเริ่ม และสิ่งที่ทำในครั้งแรกก็ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือการกล้าเริ่มจากสิ่งที่สนใจ และเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
เส้นทางของ “ดุล” เกียรติศักดิ์ สิงห์งาม จึงสะท้อนภาพการเรียนของ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU ที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การให้นักศึกษาคิด Business Idea หรือสร้าง Project เพื่อผ่านรายวิชา แต่สร้างพื้นที่ให้ได้ทดลองบทบาทของผู้ประกอบการตั้งแต่ยังเรียน ตั้งแต่การมองปัญหา เข้าใจผู้ใช้ สร้าง Solution ทดลอง รับ Feedback ไปจนถึงการออกไป Pitching และมองหาโอกาสให้สิ่งที่สร้างขึ้นสามารถเดินต่อได้
เพราะผลลัพธ์ของการเรียนเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจอาจไม่ได้วัดเฉพาะว่า ระหว่างเรียนสร้าง Project ได้กี่ชิ้น แต่อยู่ที่ว่า เมื่อไม่มีโจทย์จากอาจารย์และไม่มีคะแนนรออยู่ปลายทางแล้ว นักศึกษายังสามารถพาสิ่งที่ตัวเองเริ่มต้นเดินต่อได้หรือไม่ และในกรณีของดุล จาก MeLearn ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ยังเรียนและยังเดินหน้าต่อหลังสำเร็จการศึกษา ไปจนถึง “เรื่องดุลดุล” ที่เริ่มจากงานส่งอาจารย์และเติบโตเป็นพื้นที่ของตัวเอง อาจสะท้อนคำตอบได้ชัดว่า สำหรับการเรียนเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ “เรียนจบ” ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า “Project จบ”
#SPUSE #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #โอกาส #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills #SripatumUniversity









