SPU เปิดมุมคิด ‘Smart Mobility: The Next Move’ เมื่ออนาคตโลจิสติกส์ไม่ได้หยุดแค่ ‘การขนส่ง’ แต่ต้องขับเคลื่อนด้วย Data–AI และการตัดสินใจที่ฉลาดขึ้น

SPU เปิดมุมคิด ‘Smart Mobility: The Next Move’ เมื่ออนาคตโลจิสติกส์ไม่ได้หยุดแค่ ‘การขนส่ง’ แต่ต้องขับเคลื่อนด้วย Data–AI และการตัดสินใจที่ฉลาดขึ้น

โลกกำลังเปลี่ยนจากการ “เคลื่อนที่” ไปสู่การ “เคลื่อนที่อย่างชาญฉลาด” และนั่นกำลังทำให้ความหมายของโลจิสติกส์เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงการนำคนหรือสินค้าเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง แต่คือการนำ ข้อมูล เทคโนโลยี และกระบวนการ เข้ามาช่วยให้ทุกการเคลื่อนที่เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน และตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีขึ้น

วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จัดกิจกรรม The Professional Series: “Smart Mobility : The Next Move” เจาะลึกนวัตกรรม Smart Mobility และซัพพลายเชนแห่งอนาคต เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ ห้องออดิทอเรียม 2 อาคาร 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกการเดินทาง การขนส่ง และ Supply Chain ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากภาควิชาการและภาคธุรกิจ

เวทีได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.วิทยา สุหฤทดำรง รองประธานสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และประธานอนุกรรมการร่างมาตรฐานเมืองอัจฉริยะ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ดร.สุรทิน ธัญญะผลิน รองนายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเวิลด์ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุวรรณไพศาลขนส่ง 2010 จำกัด ร่วมถ่ายทอดมุมมองตั้งแต่ Smart City, Digital, Data ไปจนถึง AI และการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพโลจิสติกส์ในอนาคต

Smart Mobility ไม่ใช่แค่ “รถ” แต่คือการทำให้ทุกการ Move ฉลาดขึ้น

หนึ่งในประเด็นสำคัญของเวที คือการชวนมอง Smart Mobility ให้กว้างกว่าภาพของรถยนต์ไฟฟ้า รถไร้คนขับ หรือระบบขนส่งสมัยใหม่ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่ “ข้อมูล” ซึ่งสามารถเข้าถึง จัดเก็บ และส่งต่อ เพื่อนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ โดย Smart Mobility เชื่อมโยงโดยตรงกับชีวิตของผู้คนและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

ในมุมของโลจิสติกส์ “การเคลื่อนที่” จึงมีมากกว่ามิติทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงการเคลื่อนที่ของข้อมูลที่ช่วยให้คนสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น เช่น การใช้ข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์เพื่อเลือกเส้นทาง การติดตามสถานะการเดินทาง หรือการรู้ว่าควรเคลื่อนคนและสินค้าไปที่ใด ในเวลาใด และด้วยวิธีใดจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างที่ใกล้ตัวอย่าง Google Maps สะท้อนภาพนี้ได้ชัด เพราะข้อมูลดิบจากการเคลื่อนที่จำนวนมากสามารถถูกรวบรวมและแปรเป็น Information ที่ผู้ใช้มองเห็นและนำไปตัดสินใจได้ เช่น เส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นหรือเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยกว่า

สารสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “โลจิสติกส์กำลังหายไป” แต่ตรงกันข้าม Smart Mobility จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแรงรองรับ เพราะการเคลื่อนที่ของเมือง คน และสินค้า ยังคงต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ทำให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ

Supply Chain แห่งอนาคต ต้อง “แชร์ข้อมูล” มากกว่าแค่ส่งของ

เมื่อมองจากระดับการเดินทางเข้าสู่ระดับธุรกิจ แนวคิด Smart Mobility จะยิ่งมีบทบาทกับ Supply Chain เพราะอนาคตของการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับว่า สมาชิกทั้งเครือข่ายสามารถเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลร่วมกันได้มากเพียงใด เมื่อข้อมูลสินค้า การจัดเก็บ การขนส่ง และความต้องการของลูกค้าสามารถเชื่อมถึงกัน จะช่วยให้การส่งมอบประหยัดขึ้น ตรงเวลาขึ้น และรักษาคุณภาพได้ดีขึ้น ขณะที่ AI สามารถเข้ามาช่วยต่อยอดข้อมูลเหล่านั้นเพื่อเพิ่ม Productivity และ Efficiency ให้กับระบบ

อีกมุมคิดที่ถูกเน้นบนเวทีคือ “Smart ไม่ใช่ Device” เพราะการมีเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้องค์กรกลายเป็น Smart Organization สิ่งสำคัญกว่าคือการนำเทคโนโลยีเข้าไปแก้ Pain Point และออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของ Process หรือกระบวนการทำงานจริง  นี่จึงเป็นการเปลี่ยนคำถามจาก “เรามีเทคโนโลยีอะไร” ไปสู่ “เราจะใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาอะไร และทำให้กระบวนการเดิมดีขึ้นอย่างไร”

AI–Robot มาแน่ แต่โจทย์สำคัญกว่าคือ “คนจะทำงานกับมันอย่างไร”

อีกประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาถกอย่างเข้มข้น คือผลกระทบของ AI และ Automation ต่อตลาดแรงงาน โดยมุมมองบนเวทีไม่ได้มอง AI ในฐานะ “คู่แข่งของมนุษย์” เพียงด้านเดียว แต่ชวนตั้งคำถามกลับว่า เมื่อ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานมากขึ้น มนุษย์จะใช้ความสามารถของตัวเองทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเหล่านั้นอย่างไร

“Human Intelligence” จึงยังเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเทคโนโลยีอาจช่วยประมวลผลหรือสร้างคำตอบได้รวดเร็ว แต่คนยังต้องเป็นผู้กำหนดโจทย์ วิเคราะห์บริบท และตัดสินใจว่าจะนำคำตอบนั้นไปใช้อย่างไร

สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องเตรียมจึงไม่ใช่เพียง Hard Skill หรือความสามารถเฉพาะด้าน แต่ต้องก้าวไปสู่ Competency ที่นำหลายทักษะมาประกอบกัน ทั้งความรู้ ความสามารถในการคิด การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับศาสตร์อื่น และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพราะโลกการทำงานในอนาคตจะไม่หยุดอยู่กับองค์ความรู้จากสาขาใดสาขาหนึ่ง

The Next Move ของคนโลจิสติกส์ คือ “มองทั้งระบบ”

จากการเดินทางในชีวิตประจำวัน สู่การบริหารเมือง การขนส่งสินค้า พลังงาน ระบบอัตโนมัติ และ AI ทั้งหมดกำลังเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น ทำให้คนทำงานด้านโลจิสติกส์ในอนาคตต้องไม่มองเพียง “การขนส่ง” แต่ต้องเข้าใจทั้งระบบ ตั้งแต่ Data, Technology, Process, Supply Chain ไปจนถึงพฤติกรรมของคน นี่คือโจทย์ของ The Next Move  ไม่ใช่การวิ่งตามเทคโนโลยีทุกตัวที่เกิดขึ้น แต่คือการมองให้ออกว่าเทคโนโลยีใดสามารถแก้ Pain Point สร้างคุณค่า และทำให้การเคลื่อนที่ของคน สินค้า และข้อมูลมีประสิทธิภาพขึ้นได้จริง

และเป็นภาพเดียวกับทิศทางของ วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่กำลังขยายการเรียนรู้จากโลกของ Logistics และ Supply Chain ไปสู่บริบทของ Smart Mobility เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่ “ตามโลกให้ทัน” แต่ต้องเข้าใจว่า Next Move ของโลกกำลังไปทางไหน และตัวเองจะ Move ไปกับมันอย่างไร

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #TheProfessionalSeries #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้

👁 ยอดวิว: 27

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

SPU เปิดเทคนิคทำ Portfolio ให้โดนใจองค์กร พร้อมเสริมทักษะ AI และการสื่อสาร เตรียมนักศึกษาสู่การฝึกสหกิจศึกษาอย่างมืออาชีพ

Portfolio ที่สะท้อนความสามารถผ่านผลงานจริง ทักษะ AI ที่ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สมาคมเครือข่ายศิษย์เก่าวิศวกรรมศาสตร์ SPU เปิดรับสมัครสมาชิก เชื่อมสัมพันธ์รุ่นพี่–รุ่นน้อง สร้างเครือข่ายวิชาชีพวิศวกรให้เติบโตไปด้วยกัน

สมาคมเครือข่ายศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SEAN SPU) ขอเชิญชวนศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ทุกสาขาและทุกรุ่น

วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU เสริมทักษะนักศึกษาสร้างนวัตกรรมด้วย AI Solution ผสาน Design Thinking เปลี่ยนแนวคิดสู่การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU)