งานบริการยุคใหม่ไม่ได้จบที่การ “ให้บริการดี” เพราะเบื้องหลังประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ยังมีทั้งผลิตภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจผู้บริโภค และการตัดสินใจทางธุรกิจอยู่ร่วมกัน วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงเปิดให้นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ ขยายวิธีคิดจาก Service Professional ไปสู่ Product Thinking ผ่านการแข่งขัน The University Pastry Chef Championship ภายใต้โครงการ DIT x Iron Chef Thailand

เวทีนี้ทำให้นักศึกษาต้องมอง “อาหาร” ไกลกว่าการเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการ เพราะโจทย์ไม่ได้ถามเพียงว่าจะสร้างเพสตรี้หรือเบเกอรีจาก กล้วยหอมทอง มะพร้าวน้ำหอม และกุ้งขาวแวนนาไม อย่างไร แต่ถามต่อไปถึงความแตกต่าง ความน่าสนใจ และความเป็นไปได้ที่ผลิตภัณฑ์จะตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง
จุดนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง Service Mind กับ Business Mind ชัดขึ้น เพราะคนบริการที่เข้าใจเพียงขั้นตอนการให้บริการอาจทำงานได้ดีในหนึ่งบทบาท แต่คนที่มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสินค้า ลูกค้า และประสบการณ์ จะเริ่มเข้าใจว่าคุณค่าในธุรกิจบริการถูกสร้างขึ้นจากหลายองค์ประกอบพร้อมกัน
สำหรับนักศึกษาธุรกิจเรือสำราญ ความรู้เรื่องอาหารจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในฐานะสิ่งที่เสิร์ฟให้ผู้โดยสาร แต่ยังสามารถถูกมองในฐานะ Product ที่ต้องผ่านการคิดตั้งแต่วัตถุดิบ รูปแบบ ความแตกต่าง ไปจนถึงเหตุผลที่ผู้บริโภคจะสนใจ
การแข่งขันครั้งนี้จึงเปิดให้นักศึกษาได้ฝึก Product Thinking ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เริ่มจากการตีโจทย์วัตถุดิบ ไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ และคิดต่อว่าผลงานหนึ่งชิ้นจะมีคุณค่าอย่างไรเมื่อออกจากโต๊ะแข่งขันไปอยู่ต่อหน้าผู้บริโภคจริง
นี่คือมิติที่ต่างจากการฝึกทำอาหารเพียงอย่างเดียว เพราะความคิดสร้างสรรค์จะมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อสามารถเชื่อมกับความต้องการของลูกค้าและโอกาสทางตลาดได้
โครงสร้างการแข่งขันยิ่งทำให้ภาพนี้ชัดเจนขึ้น เมื่อทีมชนะเลิศมีโอกาสร่วมคิดพัฒนาเมนูและกิจกรรมทางการตลาดกับร้านค้าชั้นนำอย่าง Café Amazon, Punthai, Inthanin, Coffee World, Mezzo, Karun และ After You ทำให้นักศึกษาได้เห็นเส้นทางที่ผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นสามารถขยับจากเวทีแข่งขันไปสู่บริบทเชิงพาณิชย์ได้จริง
สำหรับผู้เรียน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงโอกาสของทีมที่ชนะ แต่คือการได้เห็นว่า Commercial Potential ต้องถูกคิดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอให้ผลงานเสร็จแล้วจึงค่อยถามว่าจะขายได้หรือไม่
การได้แข่งขันกับนักศึกษาจากหลายสถาบันยังเปิดอีกมิติของการเรียนรู้ เพราะเมื่อทุกทีมเริ่มต้นจากวัตถุดิบชุดเดียวกัน ความแตกต่างจึงเกิดจากวิธีคิด วิธีตีโจทย์ และวิธีสร้างคุณค่า ซึ่งทำให้นักศึกษา SPU ได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีไม่ได้เกิดจากวัตถุดิบที่เหนือกว่าเสมอไป แต่เกิดจากความสามารถในการมองเห็น “ความเป็นไปได้” ที่คนอื่นอาจยังไม่เห็น
ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ณัฐกฤตา นันทะสิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ นักศึกษาได้ใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่ทดลองความรู้ รับโจทย์จริง และเรียนรู้จากมาตรฐานของการแข่งขันภายนอกมหาวิทยาลัย
ประสบการณ์ดังกล่าวจึงช่วยขยายบทบาทของนักศึกษาสายบริการจาก “ผู้ปฏิบัติ” ไปสู่คนที่เริ่มมองภาพธุรกิจได้กว้างขึ้น ตั้งแต่สิ่งที่ลูกค้าได้รับ ไปจนถึงสิ่งที่องค์กรต้องคิดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและแตกต่าง
นี่คือเหตุผลที่ Service Professional ในวันนี้ต้องมี Business Mind เพราะการสร้างประสบการณ์ที่ดีไม่สามารถแยกออกจากความเข้าใจผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภค และความเป็นไปได้ทางธุรกิจได้อีกต่อไป
สำหรับ CATH SPU การเปิด #ประสบการณ์จริง ในลักษณะนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้นักศึกษา “ทำเป็น” แต่ต้องทำให้ผู้เรียน คิดเป็นในระดับที่กว้างขึ้น จากการให้บริการ ไปสู่การมองเห็นว่าอะไรคือคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้ อะไรคือความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และอะไรคือโอกาสที่สามารถต่อยอดได้ในเชิงธุรกิจ
จาก Service Mind สู่ Business Mind เวที The University Pastry Chef Championship จึงกลายเป็นมากกว่าการแข่งขันเพสตรี้ แต่เป็นพื้นที่ที่นักศึกษาธุรกิจเรือสำราญ SPU ได้ฝึกมองธุรกิจบริการในภาพที่ครบขึ้นว่า บริการที่ดีต้องไม่เพียงสร้างความประทับใจ แต่ต้องเชื่อมผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ ผู้บริโภค และคุณค่าทางธุรกิจเข้าด้วยกัน
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SPUCATH #CATH #ธุรกิจเรือสำราญSPU #TheUniversityPastryChefChampionship #DITxIronChefThailand #IronChefThailand #ServiceProfessional #ProductThinking #BusinessMind #CommercialPotential #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #FutureSkills










