เรียนโลจิสติกส์ ทำงานอะไรได้บ้าง? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU เจาะเบื้องหลัง Event Management ที่ต้องใช้ทักษะจัดการจริง

เรียนโลจิสติกส์ ทำงานอะไรได้บ้าง? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU เจาะเบื้องหลัง Event Management ที่ต้องใช้ทักษะจัดการจริง

ภาพจำของการเรียนโลจิสติกส์อาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า คลังสินค้า หรือการบริหารจัดการโซ่อุปทาน แต่ในโลกการทำงานจริง ทักษะด้านการวางแผน การบริหารเวลา และการประสานงานยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจประเภทอื่นได้เช่นกัน โดยเฉพาะงาน Event & Exhibition Management ซึ่งต้องอาศัยการจัดการกระบวนการทำงานของหลายฝ่ายให้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ

ประเด็นนี้ถูกถ่ายทอดผ่านกิจกรรม EXCLUSIVE TALK : “พบกับตัวจริง ประสบการณ์จริง” จัดโดยวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยศิษย์เก่าสาขาโลจิสติกส์ที่ปัจจุบันทำงานด้าน Project Management ในธุรกิจ Event & Exhibition ได้เล่าถึงรูปแบบการทำงานจริงซึ่งมีความเชื่อมโยงกับทักษะด้านการจัดการที่เรียนมา

ลักษณะงานดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดกิจกรรมในวันงาน แต่ครอบคลุมการบริหารจัดการตั้งแต่เบื้องหลังไปจนถึงการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง โดยเฉพาะงานแสดงสินค้าที่มีการติดตั้งโครงสร้าง บูธ และเครื่องจักร ซึ่งต้องประสานงานระหว่างทีมต่าง ๆ ให้สามารถดำเนินงานตามลำดับที่วางแผนไว้

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมา คือ การจัดการพื้นที่งานแสดงสินค้าที่แบ่งออกเป็นหลายโซน โดยแต่ละโซนอาจมีทีมโครงสร้าง ทีมขนส่ง และทีมติดตั้งเครื่องจักรเข้าปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ผู้รับผิดชอบโครงการจึงต้องตรวจสอบแผนผังงานและกำหนดลำดับการทำงานให้เหมาะสม

โดยเฉพาะการขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้รถเครนเข้าดำเนินงาน จำเป็นต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับเวลาที่รถเครนเข้าพื้นที่ ระยะเวลาดำเนินงาน และความพร้อมของพื้นที่ติดตั้ง เพื่อให้การขนย้ายเครื่องจักรไม่กระทบกับงานโครงสร้างหรือการปฏิบัติงานของทีมอื่น

อีกองค์ประกอบสำคัญคือการประสานงานด้านเวลา เนื่องจากการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่มีความเชื่อมโยงกัน ผู้รับผิดชอบจึงต้องทราบว่าแต่ละทีมจะเริ่มและสิ้นสุดงานเมื่อใด เพื่อให้สามารถวางแผนงานขั้นตอนต่อไปได้อย่างเหมาะสม

จากตัวอย่างดังกล่าว สามารถมองเห็นทักษะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเรียนโลจิสติกส์ ได้แก่ การวางแผนงานล่วงหน้า การบริหารลำดับขั้นตอน การจัดการเวลา การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และความรับผิดชอบต่อกระบวนการทำงานโดยรวม

ประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานจริงจึงช่วยให้นักศึกษาเห็นว่า ความรู้ด้านโลจิสติกส์สามารถนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดเส้นทางอาชีพไว้เฉพาะงานขนส่งหรือคลังสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่งานด้านการบริหารโครงการและการจัดการกิจกรรมที่มีความซับซ้อนได้

กิจกรรม EXCLUSIVE TALK ของวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ความเชื่อมโยงระหว่างทักษะที่เรียนกับการทำงานจริง พร้อมมองเห็นทางเลือกในการพัฒนาตนเองและวางแผนเส้นทางอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้

👁 ยอดวิว: 0

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

นิติศาสตร์ SPU เสริมศักยภาพคณาจารย์ผ่าน SPU-PSF รุ่น 13 พัฒนาผลงานการสอน สู่การจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เข้าร่วมโครงการอบรมการเขียนผลงานด้านการสอน SPU-PSF

SPU ขยายเครือข่ายวิชาการระดับอาเซียน จับมือ ITS อินโดนีเซีย วางแนวทางวิจัยและความร่วมมือการศึกษานานาชาติ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสการพัฒนางานวิจัยและการศึกษาสู่มาตรฐานนานาชาติ โดย

มีเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ! วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึง CEO แนคโดรน ถอดบทเรียนธุรกิจโดรนไทย ชี้ยอดขายต้องเดินคู่การพัฒนา

การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้รับประกันว่าจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ หากผลิตภัณฑ์ยังไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เพราะแม้จะมีความพร้อมด้านนวัตกรรม แต่หากไม่มีลูกค้าหรือยอดขายเพียงพอ ธุรกิจก็อาจไม่สามารถนำรายได้กลับมาสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง

โดรนขนส่งคุ้มจริงหรือ? วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ SPU ดึงผู้เชี่ยวชาญเจาะต้นทุน–ความคุ้มค่า ผ่านกรณีศึกษาภูกระดึง

ต้นทุนต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเลือกใช้โดรนขนส่งได้คุ้มค่าในทุกสถานการณ์ เพราะการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีขนส่งต้องพิจารณาทั้งลักษณะพื้นที่ ปริมาณสินค้า ระยะทาง และเวลาที่ใช้ในการเดินทาง