การไปเรียนต่างประเทศอาจเริ่มต้นจากการเดินทาง แต่คุณค่าของประสบการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันที่นักศึกษาเข้าสู่ห้องเรียน สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ภายใต้ หลักสูตร 2+2 (Double Degree) การศึกษาในประเทศจีนคือเส้นทางที่เชื่อมการเรียน ภาษา การปรับตัว และชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงเมืองซีอาน ไปจนถึงการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยและสังคมรอบตัว

วันแรกของการใช้ชีวิตที่ซีอานจึงไม่ได้มีเพียงการเตรียมตัวเข้าเรียน แต่เริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่ต้องจัดการด้วยตัวเอง ทั้งการเปิดใช้งานซิมการ์ด การติดต่อสื่อสาร การเตรียมสิ่งของที่จำเป็น และการทำความเข้าใจข้อมูลรอบตัว สิ่งที่เคยเรียนอยู่ในห้องจึงเริ่มถูกนำมาใช้เพื่อจัดการชีวิตประจำวันจริง
จากการจัดการชีวิตในวันแรก นักศึกษาก้าวเข้าสู่การทำความเข้าใจระบบการศึกษาและสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ผ่านการปฐมนิเทศที่ให้ข้อมูลตั้งแต่รูปแบบการเรียน กฎระเบียบ ความปลอดภัย การใช้บริการ ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในมหาวิทยาลัย การเตรียมความพร้อมจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านวิชาการ แต่ครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ที่นักศึกษาจะต้องอยู่ตลอดช่วงการศึกษา
เมื่อเริ่มใช้ชีวิตภายในมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบ พื้นที่ต่าง ๆ ก็เริ่มมีความหมายมากกว่าสถานที่ นักศึกษาต้องทำความรู้จักอาคารเรียน พื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการใช้โรงอาหาร ตั้งแต่การเลือกอาหาร การสอบถามข้อมูล ไปจนถึงการสื่อสารกับผู้คนรอบตัว ทำให้ชีวิตประจำวันค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ควบคู่กับบทเรียนในชั้นเรียน

อีกมิติของ Student Journey เกิดขึ้นในห้องเรียน เมื่ออาจารย์ผู้ดูแลนักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ SPU เข้าไปสังเกตการณ์การเรียนการสอนของนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ณ มหาวิทยาลัยซีอาน เพื่อเห็นทั้งรูปแบบการเรียน บรรยากาศ การมีส่วนร่วม และการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ทำให้การติดตามนักศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นจากระยะไกลเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมกับสภาพแวดล้อมจริงที่ผู้เรียนกำลังใช้ชีวิตและเรียนอยู่
สิ่งที่เกิดขึ้นยังมีความหมายมากกว่านักศึกษารุ่นปัจจุบัน เพราะข้อมูลจากการติดตามสามารถนำกลับมาใช้ประกอบการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษารุ่นต่อไป ทั้งเรื่องรูปแบบการเรียน การปรับตัว การใช้ชีวิต ตลอดจนความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรม ประสบการณ์ของนักศึกษาหนึ่งรุ่นจึงไม่ได้จบลงเฉพาะกับผู้เรียนกลุ่มนั้น แต่สามารถกลับมาเป็นข้อมูลสำหรับการดูแลคนรุ่นใหม่ได้ด้วย

Student Journey ยังเดินต่อออกไปนอกห้องเรียน ผ่านเทศกาล ประเพณี และวิถีชีวิตที่นักศึกษาได้สัมผัสระหว่างอยู่ในประเทศจีน หนึ่งในตัวอย่างคือกิจกรรมทำขนมไหว้พระจันทร์ก่อนเข้าสู่เทศกาลไหว้พระจันทร์ นักศึกษาได้ลงมือทำตั้งแต่การเตรียมส่วนผสม การขึ้นรูป ไปจนถึงการอบขนม พร้อมเรียนรู้ความหมายของเทศกาลที่เชื่อมโยงกับการอยู่พร้อมหน้าของครอบครัว ความรัก และความปรารถนาดี ทำให้เรื่องวัฒนธรรมไม่ได้อยู่เพียงในตำรา แต่เกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ตรง
เมื่อมองทั้งเส้นทางร่วมกัน หลักสูตร 2+2 จึงมีความหมายมากกว่าการแบ่งช่วงเวลาเรียนระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน เพราะนักศึกษาไม่ได้เพียงเปลี่ยนสถานที่เรียน แต่ค่อย ๆ เรียนรู้การจัดการชีวิต การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหม่ ทำความเข้าใจระบบการศึกษา ใช้ภาษาในบริบทจริง และสัมผัสวัฒนธรรมผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว
นี่ทำให้ Student Journey ของนักศึกษาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากวิชาใดวิชาหนึ่ง แต่เกิดจากหลายประสบการณ์ที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การเริ่มต้นชีวิตด้วยตัวเอง การเรียนในมหาวิทยาลัย การสื่อสารกับผู้คน ไปจนถึงการเข้าใจวัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้พัฒนาการปรับตัว การเรียนรู้ด้วยตนเอง ความรับผิดชอบ และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมจากสถานการณ์จริง
สำหรับคณะศิลปศาสตร์ SPU หลักสูตร 2+2 จึงไม่ได้มีจุดหมายเพียงการส่งนักศึกษาไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่คือการทำให้ทุกช่วงของประสบการณ์ในประเทศจีนมีความหมายต่อการเรียนรู้ ตั้งแต่วันแรกที่ต้องเริ่มจัดการชีวิต ไปจนถึงวันที่การเรียน วัฒนธรรม และชีวิตประจำวันค่อย ๆ เชื่อมเข้าหากัน พร้อมมีการติดตามและนำประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกลับมาใช้เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษารุ่นต่อไป



จาก Study Abroad สู่ Student Journey คุณค่าของหลักสูตรจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าผู้เรียนเดินทางไปไกลแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าตลอดเส้นทางนั้น นักศึกษาได้เรียนรู้อะไร ปรับตัวอย่างไร และเปลี่ยนประสบการณ์ต่างประเทศให้กลายเป็นต้นทุนของการเรียนรู้และความพร้อมสำหรับอนาคตได้มากเพียงใด
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #คณะศิลปศาสตร์SPU #ภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ #หลักสูตร2บวก2 #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #โอกาส #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills








