ศิลปศาสตร์ SPU ชูหลักสูตร 2+2 ส่ง 87 นักศึกษาภาษาจีนฯ เรียนรู้ในจีน 2 ปีเต็ม เชื่อมภาษา–ชีวิต–วัฒนธรรมสู่ประสบการณ์จริง

ศิลปศาสตร์ SPU ชูหลักสูตร 2+2 ส่ง 87 นักศึกษาภาษาจีนฯ เรียนรู้ในจีน 2 ปีเต็ม เชื่อมภาษา–ชีวิต–วัฒนธรรมสู่ประสบการณ์จริง

การเรียนภาษาจีนให้ลึกกว่าการ “สื่อสารได้” ต้องเกิดพร้อมกับความเข้าใจผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังภาษา หลักสูตร 2+2 สาขาวิชาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงเปิดเส้นทางให้ 87 นักศึกษา ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม เพื่อให้การเรียนภาษาเชื่อมเข้ากับการใช้ชีวิตและการเรียนรู้ในบริบทจริงอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของ หลักสูตร 2+2 จึงไม่ได้อยู่เพียงการเรียนในสองประเทศ แต่คือการเปิดช่วงเวลาถึงสองปีให้นักศึกษาได้อยู่ท่ามกลางภาษา ผู้คน สังคม และวัฒนธรรมจีน ทำให้สิ่งที่เคยเรียนรู้ในชั้นเรียนได้รับการต่อยอดผ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

เพราะภาษาไม่ได้ดำรงอยู่แยกออกจากสังคม การเข้าใจว่าคำหนึ่งคำหรือประโยคหนึ่งประโยคควรถูกใช้อย่างไร จำเป็นต้องเข้าใจด้วยว่า กำลังสื่อสารกับใคร อยู่ในบริบทแบบไหน และผู้คนในสังคมนั้นมีวิธีคิดหรือวิถีชีวิตอย่างไร สองปีในประเทศจีนจึงทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ “บริบทของภาษา” ควบคู่ไปกับตัวภาษาเอง

จากการเรียนในมหาวิทยาลัย ไปจนถึงการสื่อสาร การเดินทาง และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน นักศึกษาต้องนำความรู้ด้านภาษาจีนออกมาใช้จริง พร้อมเปิดรับสิ่งที่แตกต่างจากความคุ้นเคย ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในชั่วโมงเรียน แต่ต่อเนื่องไปกับประสบการณ์รอบตัว

นี่คือจุดที่ ภาษา–ชีวิต–วัฒนธรรม เชื่อมเข้าหากัน เพราะเมื่อผู้เรียนเข้าไปอยู่ในสังคมที่ใช้ภาษาจีนจริง ภาษาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร แต่ยังเป็นประตูสู่การทำความเข้าใจผู้คน ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต และความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้ครบจากตำราเพียงอย่างเดียว

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ฝากให้นักศึกษาทั้ง 87 คน ใช้โอกาสในการศึกษาที่ประเทศจีนเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ฝึกใช้ภาษาจีนอย่างต่อเนื่อง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากผู้คน สังคม และวัฒนธรรมรอบตัว เพื่อให้สองปีของการศึกษาเป็นช่วงเวลาของการพัฒนาตนเองในหลายมิติ

การใช้ชีวิตในต่างประเทศยังทำให้นักศึกษาต้องเรียนรู้เรื่องที่กว้างกว่าภาษา ทั้งการปรับตัว การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ความรับผิดชอบต่อตนเอง และการเปิดรับความแตกต่าง ซึ่งล้วนเป็น Future Skills ที่เกิดขึ้นจากการเผชิญสถานการณ์และจัดการชีวิตด้วยตัวเอง

อธิการบดียังเน้นย้ำเรื่อง วินัย ความรับผิดชอบ ความสุภาพ และการเคารพกฎระเบียบ ทั้งของสถาบันการศึกษา กฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของประเทศจีน พร้อมตระหนักถึงบทบาทของตนเองในฐานะตัวแทนของสาขาวิชา คณะศิลปศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม

สำหรับศิลปศาสตร์ SPU หลักสูตร 2+2 จึงไม่ได้ออกแบบเพียงเส้นทางการศึกษา แต่เปิด #โอกาส ให้นักศึกษาเติบโตผ่านการใช้ชีวิตในบริบทนานาชาติ ทำให้ความรู้ด้านภาษาเดินไปพร้อมกับประสบการณ์ ความเข้าใจวัฒนธรรม และทักษะชีวิตที่ต้องใช้จริง

จาก SPU สู่มหาวิทยาลัยซีอาน นักศึกษาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจทั้ง 87 คนจึงกำลังก้าวเข้าสู่ 2 ปีที่การเรียนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่เกิดขึ้นพร้อมกับทุกการสื่อสาร ทุกความแตกต่าง และทุกประสบการณ์ของการใช้ชีวิตในประเทศจีน

นี่คืออีกหนึ่งคุณค่าของ หลักสูตร 2+2 ที่ทำให้การศึกษาภาษาจีนขยับจากการเรียน “ภาษา” ไปสู่การเรียนรู้ ภาษาในชีวิต ภาษาในสังคม และภาษาในวัฒนธรรมจริง เพื่อให้นักศึกษาได้สร้างทั้งความสามารถด้านการสื่อสาร ความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม และความพร้อมสำหรับการนำประสบการณ์เหล่านี้ไปต่อยอดสู่การศึกษาและโลกการทำงานในอนาคต

#ศิลปศาสตร์SPU #ภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ #หลักสูตร2plus2 #มหาวิทยาลัยซีอาน #ChinaExperience #ChineseLanguage #CrossCulturalCommunication #FutureSkills #GlobalExperience #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SripatumUniversity #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #โอกาส

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

วิทยาลัยการบินฯ SPU ส่ง DEK THAI CATH-Club ทำงานจริงกับ PRADA THAILAND เปิดประสบการณ์มาตรฐานลักชัวรีระดับโลก เรียนรู้จากมืออาชีพ–ต่อยอดสู่โลกงานบริการระดับสากล

วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดโอกาสทางวิชาชีพให้นักศึกษา

SPUIC เชื่อม Learning Design–Playful Pedagogy ปรับวิธีสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้ทันโลก

เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว การปรับการศึกษาไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงจากการเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไปในหลักสูตร เพราะคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ผู้เรียนจะเรียนรู้อย่างไร” วิทยาลัยนานาชาติ

ศิลปศาสตร์ SPU ส่งนักศึกษาญี่ปุ่นฯ ทดสอบตัวเองนอกคลาส เปลี่ยนผลการแข่งขันเป็นแผนพัฒนาที่ชัดขึ้น

การเรียนภาษาไม่ได้พัฒนาได้ไกลจากการ “รู้มากขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสามารถในการมองกลับมาที่ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า วันนี้ทำได้แค่ไหน