วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จัดเสวนา Regional Supply Chain Roundtable #293 ในหัวข้อ “Updated สถานการณ์ส่งออกไทย: เติบโตอย่างยั่งยืนหรือภาพลวง” เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ร่วมวิเคราะห์ภาพรวมการส่งออกไทย ทิศทางเศรษฐกิจการค้าโลก และความท้าทายด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
คุณคงฤทธิ์เปิดเผยว่า สถานการณ์การส่งออกไทยในปี 2569 มีทิศทางเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเดือนกันยายนขยายตัวถึง 24% และตลอด 9 เดือนแรกของปีเติบโต 19.6% จากเดิมที่คาดการณ์ช่วงต้นปีว่าการส่งออกอาจเติบโตเพียง 2–3% เท่านั้น โดยมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากความต้องการเทคโนโลยี AI การลงทุนด้าน Data Center และการขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งช่วยสนับสนุนมูลค่าการส่งออกไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกที่เติบโตสูงไม่ได้หมายความว่าทุกภาคอุตสาหกรรมจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากสินค้าบางกลุ่มยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขัน ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อรองรับการผลิตสินค้าส่งออกก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจไทยกับห่วงโซ่อุปทานโลก และความจำเป็นในการพิจารณาคุณภาพของการเติบโตควบคู่ไปกับตัวเลขทางเศรษฐกิจ
คุณคงฤทธิ์อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ภาพรวมการส่งออกไทยจะเติบโตในระดับสูง แต่การขยายตัวยังไม่ได้เกิดขึ้นในทุกกลุ่มสินค้าอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบางส่วนยังมีการเติบโตไม่มากนักหรืออยู่ในระดับทรงตัว สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของภาคการส่งออกไทยยังคงพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ

คุณคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการเสวนาคือ บทบาทของโลจิสติกส์ต่อการเติบโตของภาคการส่งออก โดยแม้ปริมาณการค้าจะขยายตัว แต่ระบบขนส่งสินค้าของไทยยังเผชิญข้อจำกัดจากโครงสร้างพื้นฐาน ความแออัด และผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการขนส่งทั้งทางราง ทางเรือ และทางอากาศ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับต้นทุนค่าระวางที่อยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนว่า ความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผลิตและคำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับความพร้อมของระบบโลจิสติกส์ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่งสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบถึงตลาดปลายทาง โดยเฉพาะในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ สามารถส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลกได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ คุณคงฤทธิ์ยังกล่าวถึงแนวโน้มการค้าโลกในระยะต่อไป ซึ่งยังมีทั้งปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้นทุนการขนส่ง และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน โดยผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณาทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและวางแผนการขนส่ง เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การเสวนาครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคการส่งออกไทย จำเป็นต้องพิจารณามากกว่าตัวเลขมูลค่าการค้า แต่ต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ ความสามารถในการบริหารต้นทุน และความพร้อมในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกควบคู่กัน
สำหรับ วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม การจัดเวที Regional Supply Chain Roundtable #293 ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์และการจัดการห่วงโซ่อุปทานเข้ากับสถานการณ์จริงในภาคอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้รับมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง พร้อมทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการค้าระหว่างประเทศ ระบบการขนส่ง และปัจจัยที่กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์
เวทีดังกล่าวยังสะท้อนแนวทางการเรียนรู้ของวิทยาลัยฯ ที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เรียนได้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและเห็นบทบาทของโลจิสติกส์ในฐานะกลไกสำคัญที่สนับสนุนเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้









