เส้นทางสู่การเป็นวิศวกรไม่ได้เริ่มต้นจากคนที่มีพื้นฐานทางวิศวกรรมเสมอไป เช่นเดียวกับเรื่องราวของ ชมพู่-ชนิษฐา สุระ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ แต่การตัดสินใจเปิดรับโอกาสใหม่กลับพาเธอไปสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การฝึกปฏิบัติงานระบบรางในประเทศไทย การเรียนรู้เทคโนโลยีที่ประเทศจีน การแข่งขันทักษะวิชาชีพและนวัตกรรมระดับนานาชาติ จนถึงการนำความรู้มาต่อยอดผ่านการฝึกสหกิจศึกษากับผู้ประกอบการรถไฟฟ้าตัวจริง
ชนิษฐาเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งได้ แต่ด้วยเหตุผลทางครอบครัวทำให้ไม่สามารถเข้าศึกษาต่อได้ตามแผนเดิม จึงเริ่มมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะการศึกษาต่อในประเทศจีน ก่อนจะพบข้อมูลหลักสูตรวิศวกรรมระบบรางของ SPU ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และมีโอกาสไปศึกษาในต่างประเทศ จึงตัดสินใจสมัครเรียน แม้จะไม่มีพื้นฐานด้านระบบรางเลยก็ตาม
“จริงๆ ตอนแรกหนูไม่คิดว่าจะเรียนวิศวะเลยค่ะ พอได้เห็นสาขาวิศวกรรมระบบรางของ SPU ก็รู้สึกสนใจ เพราะเป็นสาขาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และมีโอกาสไปเรียนที่จีนด้วย ช่วงแรกที่เข้ามาเรียนยากมาก เพราะไม่มีพื้นฐานด้านระบบรางเลย แต่พอได้เรียนและมีโอกาสไปศึกษาดูงานตามบริษัทต่างๆ ก็เริ่มเข้าใจว่างานด้านนี้ทำอะไรบ้าง และสามารถต่อยอดไปทำงานได้หลายด้านมากกว่าที่เคยคิดไว้”
ตลอดการศึกษาในหลักสูตรวิศวกรรมระบบราง ชนิษฐาได้รับโอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรมและการฝึกปฏิบัติที่หลากหลาย ทั้งการศึกษาดูงานในหน่วยงานด้านระบบราง การฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ และการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยหนึ่งในประสบการณ์ที่เธอประทับใจมากที่สุด คือการเข้าฝึกประสบการณ์กับแขวงบำรุงทางเขตลำปางและเขตลำพูน ฝ่ายการช่างโยธา เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้การทำงานของวิศวกรและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนเข้ากับกระบวนการทำงานด้านระบบราง

ระหว่างการฝึก เธอได้เรียนรู้การวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางรถไฟ การใช้โปรแกรมคำนวณทางโค้ง การศึกษากระบวนการระเบิดหิน ตลอดจนการทำงานของรถซ่อมบำรุงหนัก ซึ่งช่วยให้เข้าใจลักษณะงานด้านวิศวกรรมระบบรางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ชนิษฐายอมรับว่าการฝึกภาคสนามไม่ได้หมายความว่าจะสามารถลงมือปฏิบัติงานได้ทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เนื่องจากงานระบบรางมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก โดยมีวิศวกร เจ้าหน้าที่ และอาจารย์คอยให้คำแนะนำ อธิบายขั้นตอน และเปิดโอกาสให้เรียนรู้จากการทำงานอย่างใกล้ชิด
“แม้จะไม่ได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองแบบ 100% เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยก่อน แต่พี่ ๆ และอาจารย์ก็คอยดูแลและอธิบายขั้นตอนให้เราเข้าใจ ช่วงนั้นมีทั้งความเหนื่อยและความสนุก แต่เป็นความเหนื่อยที่ทำให้ได้ประสบการณ์กลับมาเยอะมาก เพราะเราได้เรียนรู้จากคนที่มีความรู้ความสามารถและทำงานจริงค่ะ”
อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือการเดินทางไปศึกษาและฝึกประสบการณ์ด้าน Railway Engineering Technology ที่ Hunan Vocational College of Railway Technology (HVCRT) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลา 1 ปีการศึกษา ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้เทคโนโลยีระบบรางผ่านทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ โดยได้ฝึกกับรางรถไฟจริง ตั้งแต่การเปลี่ยนน็อต การบำรุงรักษาประแจและเครื่องยึดเหนี่ยวราง การอัดหิน และการตรวจสภาพรางด้วยเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงฝึกทักษะด้านระบบไฟฟ้า เช่น การต่อวงจรและการบัดกรี เพื่อให้เข้าใจองค์ประกอบและขั้นตอนการทำงานของระบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ผ่านห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ทั้งห้องจำลองระบบรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทั่วไป ห้องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมศึกษาส่วนประกอบและอุปกรณ์ภายในตัวรถ ห้องจำลองการขับรถไฟเสมือนจริง ตลอดจนการฝึกขับโดรน ซึ่งช่วยให้มองเห็นภาพรวมของระบบรางได้มากกว่าการเรียนจากตำราหรือสื่อการสอนเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน การใช้ชีวิตในต่างประเทศยังเปิดโอกาสให้ชนิษฐาได้พัฒนาทักษะภาษาจีนจนสอบผ่านระดับ HSK 4 พร้อมเรียนรู้การปรับตัว การทำงานร่วมกับเพื่อนต่างวัฒนธรรม และการสื่อสารในสภาพแวดล้อมนานาชาติ
“การได้ไปเรียนที่จีนทำให้หนูได้สัมผัสอุปกรณ์จริงและเข้าใจขั้นตอนการทำงานมากขึ้น ไม่ได้เรียนรู้แค่จากหนังสือหรือไฟล์ PPT อย่างเดียว ประสบการณ์ตลอดหนึ่งปีช่วยให้เชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีกับสิ่งที่ได้ลงมือทำ และสามารถนำไปต่อยอดกับงานได้หลายด้าน โดยเฉพาะด้านการซ่อมบำรุงตัวรถและรางรถไฟค่ะ”
ประสบการณ์ในประเทศจีนยังเปิดโอกาสให้ชนิษฐาก้าวสู่เวทีการแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ โดยเข้าร่วมการแข่งขัน 2025 Golden Seed Cup College Student Entrepreneurship Competition ณ Central South University ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 ในฐานะสมาชิกทีมพัฒนาผลงานนวัตกรรม “Smart and Secure Power System with End-Edge-Cloud Collaboration” ซึ่งสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 หรือเหรียญทองแดงระดับนานาชาติ พร้อมเงินรางวัล 10,000 หยวน จากการแข่งขันที่มีผลงานสมัครเข้าร่วม 9,928 โครงการ ก่อนคัดเลือก 160 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย


ผลงานดังกล่าวเป็นนวัตกรรมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะที่มุ่งเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการควบคุมระบบไฟฟ้า โดยบูรณาการเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และ Artificial Intelligence (AI) ผ่านการทำงานร่วมกันของระบบ End สำหรับตรวจจับข้อมูลจากระบบไฟฟ้า Edge สำหรับประมวลผลข้อมูลใกล้จุดตรวจจับเพื่อให้ตอบสนองได้รวดเร็ว และ Cloud สำหรับจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไฟฟ้า
ชนิษฐามีบทบาทเป็นสมาชิกทีมวิจัยและพัฒนา โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีม ซึ่งความท้าทายสำคัญคือการทำงานร่วมกับเพื่อนและอาจารย์ชาวจีนที่มีความแตกต่างทั้งด้านภาษาและวิธีการทำงาน ทำให้ต้องอาศัยทักษะการสื่อสาร การประสานความเข้าใจ และการแก้ปัญหาร่วมกัน ขณะเดียวกัน ชนิษฐาและทีมยังได้ยื่นจดสิทธิบัตรผลงานนวัตกรรมดังกล่าวในชื่อ “The End-Edge-Cloud Collaborative Smart and Safe Electricity System” ซึ่งสะท้อนการนำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีมาต่อยอดสู่การพัฒนาผลงานนวัตกรรม
“สิ่งที่ท้าทายคือการทำงานร่วมกับทีมเพื่อนและอาจารย์จีน ทั้งเรื่องภาษาและวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน เราต้องสื่อสารให้เข้าใจตรงกันและช่วยกันแก้ปัญหา ประสบการณ์นี้ทำให้หนูเข้าใจว่า การเป็นวิศวกรที่ดีไม่ใช่แค่มีความรู้ แต่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นและนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาได้จริงด้วยค่ะ”
นอกจากความสำเร็จด้านนวัตกรรม ชนิษฐายังได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะการตรวจประเมินคุณภาพทางรถไฟและการเชื่อมเทอร์มิต ในการแข่งขันทักษะวิชาชีพและประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์ นักศึกษาระดับ ปวส. และอุดมศึกษา ในระบบนิเวศการศึกษาลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 3 โดยร่วมกับเพื่อนในทีมคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
การแข่งขันประกอบด้วยการตรวจประเมินคุณภาพทางรถไฟด้วยค่า Quality Index (QI) และการเชื่อมรางด้วยวิธีเทอร์มิต โดยชนิษฐารับผิดชอบในทีมแข่งขันการเชื่อมรางด้วยวิธีเทอร์มิต ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจหลักการทำงาน การใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง ความละเอียดรอบคอบ และการประสานงานเป็นทีม เนื่องจากทุกขั้นตอนเกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของงานระบบราง แม้จะมีพื้นฐานจากรายวิชาและผ่านการอบรมเพิ่มเติมกับอาจารย์ก่อนการแข่งขัน แต่เมื่อเข้าสู่สนามจริงกลับพบว่าอุปกรณ์ที่ใช้แข่งขันแตกต่างจากเครื่องมือที่เคยฝึก ทำให้ต้องปรับตัวและเรียนรู้วิธีใช้งานระหว่างปฏิบัติ โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่สั่งสมมาและความร่วมมือของสมาชิกในทีมจนสามารถคว้ารางวัลมาได้
จากประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชนิษฐาได้นำความรู้และทักษะที่สั่งสมมาต่อยอดสู่การฝึกสหกิจศึกษาเป็นระยะเวลา 8 เดือน ในส่วนงานควบคุมการเดินรถและขับเคลื่อนรถไฟฟ้า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยขณะให้สัมภาษณ์ได้เริ่มฝึกปฏิบัติงานมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ในช่วงแรกได้เรียนรู้กฎระเบียบ ข้อปฏิบัติ และกระบวนการทำงานของหน่วยงาน ก่อนจะได้รับมอบหมายให้พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการทำงาน 2 ชิ้น ได้แก่ Dashboard สำหรับแสดงความพร้อมของรถไฟแต่ละขบวนในแต่ละวัน และ TWP App แอปพลิเคชันสำหรับบันทึกแผนและผลการล้างรถไฟ เพื่อช่วยจัดเก็บข้อมูลและติดตามผลการดำเนินงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

การฝึกสหกิจศึกษาครั้งนี้ทำให้ชนิษฐาเห็นว่าความรู้จากการเรียนวิศวกรรมระบบรางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำงานกับเครื่องมือหรือระบบทางกายภาพ แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการคิดวิเคราะห์ การออกแบบกระบวนการ และการพัฒนาเครื่องมือที่ตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้ โดยเฉพาะทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การวางแผน และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานด้านวิศวกรรม
“ความรู้จากที่เรียนที่ SPU ช่วยหนูได้มากในเรื่องการคิดอย่างเป็นระบบ การวางแผน และการแก้ปัญหา เพราะเวลาจะทำงานแต่ละอย่าง เราต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะออกแบบหรือพัฒนาวิธีการอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ค่ะ”
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด 4 ปีของการศึกษา ชนิษฐายอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากนักศึกษาที่แทบไม่รู้จักงานระบบราง กลายเป็นคนที่สามารถมองภาพรวมของงานได้ชัดเจนขึ้น รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา คิดอย่างเป็นระบบ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น อีกทั้งยังได้สร้างเครือข่ายกับเพื่อน รุ่นพี่ และผู้ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมจากหลายสถาบันและองค์กร โดยมองว่าความท้าทายสำคัญของการเรียนวิศวกรรมไม่ใช่เพียงการทำความเข้าใจทฤษฎี แต่คือการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย และความพร้อมที่จะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดอยู่เสมอ
“หนูคิดว่าสิ่งสำคัญคือการกล้าที่จะถาม กล้าที่จะยอมรับว่ายังไม่รู้ และเปิดใจเรียนรู้จากอาจารย์หรือผู้มีประสบการณ์ เพราะการทำงานจริงยังมีรายละเอียดอีกมากที่เราไม่สามารถเรียนรู้ได้จากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่แรก แต่ต้องพร้อมเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ”
แม้จะได้รับโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีระบบรางจากต่างประเทศและประสบความสำเร็จบนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ แต่ชนิษฐามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตนเอง เพราะประสบการณ์และรางวัลไม่ได้รับประกันความสำเร็จในการทำงาน หากไม่สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
“ประสบการณ์เหล่านี้เป็นแต้มต่อให้เราได้ในระดับหนึ่ง เพราะเราได้เห็นการทำงานจริง ได้เรียนรู้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ และฝึกทักษะผ่านการแข่งขัน แต่ประสบการณ์อย่างเดียวก็ยังไม่พอ สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาต่อยอดอย่างไร สำหรับหนู ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นเหมือนพื้นฐานที่ช่วยให้พร้อมเริ่มต้นทำงาน แต่ก็ยังต้องพัฒนาตัวเองต่อไปค่ะ”
สำหรับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อด้านวิศวกรรมระบบราง แต่กังวลว่าไม่มีพื้นฐานหรือไม่เข้าใจลักษณะงานของสาขานี้ ชนิษฐาอยากให้มองว่าการเรียนรู้สามารถเริ่มต้นจากศูนย์ได้ เช่นเดียวกับประสบการณ์ของเธอที่ตัดสินใจเลือกเรียนทั้งที่แทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบรางมาก่อน โดยตลอดระยะเวลาการศึกษาได้ค้นพบว่าวิศวกรรมระบบรางไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำงานเกี่ยวกับรถไฟ แต่ครอบคลุมองค์ความรู้และโอกาสทางวิชาชีพที่หลากหลาย ทั้งงานทาง ระบบไฟฟ้า การซ่อมบำรุง และการควบคุมการเดินรถ อีกทั้งยังมีโอกาสเรียนรู้จากการศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบัติ การแข่งขัน และการศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถค้นหาความสนใจและความถนัดของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
“หนูอยากบอกน้อง ๆ ว่าไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานหรือรู้ทุกอย่างมาก่อนก็ได้ค่ะ เพราะตัวหนูเองก็เริ่มต้นจากการที่แทบไม่รู้จักสาขานี้เลย แต่พอได้เข้ามาเรียนก็มีโอกาสเรียนรู้อะไรหลายอย่าง สิ่งสำคัญคือการเปิดใจเรียนรู้และกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพราะบางอย่างเราอาจไม่ถนัดตั้งแต่แรก แต่ถ้าได้ลงมือทำและค่อย ๆ พัฒนาตัวเอง เราก็จะเริ่มเห็นว่าตัวเองสนใจอะไรและอยากไปทางไหนในอนาคตค่ะ”
เรื่องราวของชนิษฐาสะท้อนแนวทางการจัดการเรียนรู้ของ สาขาวิศวกรรมระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนกับการฝึกปฏิบัติภาคสนาม การเรียนรู้เทคโนโลยีระดับนานาชาติ การแข่งขันทักษะวิชาชีพ และประสบการณ์การทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทั้งความรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การปรับตัว และการทำงานร่วมกับผู้อื่น อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมก้าวสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพของอุตสาหกรรมระบบรางในอนาคต
#เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #FutureSkills #วิศวกรรม #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #วิศวกรรมระบบราง








