คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม สะท้อนผลลัพธ์การเรียนรู้ผ่านเส้นทางของ เกษรินทร์ พวงรัตน์ หรือ “เกด” ศิษย์เก่ารหัส 61 นักศึกษารุ่นแรกของคณะฯ ที่นำประสบการณ์จากการเรียนรู้แบบลงมือทำ มาต่อยอดสู่การบริหาร SPORTLITE GARMENT โรงงานผลิตเสื้อกีฬาของครอบครัว โดยใช้ทั้งการคิดวิเคราะห์ การบริหารคน การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ
เกดเล่าว่า ในวันที่เข้ามหาวิทยาลัย ตัวเองยังไม่ได้มีภาพชัดเจนว่าอยากทำงานอะไรหรือเรียนด้านใดเป็นพิเศษ จึงมองหาคณะที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้หลายด้าน ก่อนตัดสินใจเข้ามาเรียนในฐานะนักศึกษารุ่นแรก ซึ่งแม้จะเป็นช่วงที่ทั้งหลักสูตร คณะ และรูปแบบการเรียนยังใหม่ แต่กลับทำให้มีโอกาสใกล้ชิดกับอาจารย์ และได้ทดลองทำโปรเจกต์ใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน
จากคนที่ในอดีตไม่เคยนึกถึงคำว่า “ผู้ประกอบการ” เพราะมองว่าเป็นคำใหญ่และไกลตัว เกดบอกว่า หลังจากได้เรียน ได้พบอาจารย์ เพื่อน และได้ทดลองทำสิ่งต่าง ๆ มุมมองต่อคำนี้ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป

“เกดรู้สึกว่าจริง ๆ แล้วการเป็นผู้ประกอบการไม่ได้เริ่มจากการที่เราต้องมีธุรกิจใหญ่ แต่มันเริ่มจากการที่เรามองเห็นโอกาส กล้าคิด และกล้าลงมือทำ พอได้มาทำธุรกิจจริงยิ่งเข้าใจว่า ผู้ประกอบการไม่ใช่แค่เจ้าของธุรกิจ แต่ต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเอง แก้ปัญหาทุกวัน และเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดค่ะ”
หนึ่งในสิ่งที่เกดมองว่าได้รับจากการเรียน และยังนำมาใช้ในการทำธุรกิจจนถึงปัจจุบัน คือ “วิธีคิดก่อนลงมือทำ” โดยการเรียนที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทดลองคิด ทดลองทำ และเผชิญสถานการณ์จริง ทำให้คุ้นเคยกับการตั้งคำถามว่า กำลังจะทำอะไร ทำเพื่อใคร ทำอย่างไร และหากเลือกทำแล้วอาจต้องเจอกับปัญหาใดบ้าง
เกดกล่าวว่า วิธีคิดดังกล่าวช่วยให้เมื่อต้องออกมาทำธุรกิจจริง ไม่ได้มองเพียงว่า “อยากทำอะไร” แล้วลงมือทันที แต่จะพยายามคิดให้รอบด้านก่อนเริ่ม แม้การทำธุรกิจจะยังมีปัญหาใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ติดตัวมาคือวิธีตั้งคำถามและคิดหาทางรับมือกับสถานการณ์
นอกจากกระบวนการเรียนรู้แล้ว เกดยังมองว่า บทบาทของอาจารย์มีส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาเส้นทางของตัวเอง โดยไม่ได้กำหนดว่าทุกคนต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน แต่สนับสนุนสิ่งที่นักศึกษาแต่ละคนสนใจ พร้อมให้คำแนะนำและเปิดพื้นที่ให้ได้ทดลองทำจริง
แม้ครอบครัวของเกดจะทำธุรกิจผลิตเสื้อผ้ามานาน แต่ในช่วงแรกเธอไม่เคยคิดว่าจะกลับมาทำธุรกิจนี้ต่อ จนกระทั่งเริ่มเข้าไปช่วยงาน และได้เห็นทั้งกระบวนการผลิต โอกาสทางธุรกิจ และศักยภาพในการต่อยอด จึงค่อย ๆ ตัดสินใจเข้ามาทำด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ธุรกิจไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะครอบครัวมีทั้งระบบงานและทีมงานเดิมอยู่แล้ว สิ่งที่กลายเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับเกดในช่วงแรกคือ การบริหารคน
“ตอนนั้นเกดยังเด็ก และคนงานหลายคนเคยทำงานกับคุณพ่อคุณแม่มาก่อน ความท้าทายคือทำยังไงให้เขาเชื่อมั่นและยอมรับเราในฐานะเจ้าของที่ดูแลทีมจริง ๆ ไม่ใช่แค่ลูกเจ้าของที่เข้ามาช่วย ซึ่งช่วงแรกก็มีทั้งการสื่อสารและการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่สุดท้ายมันสอนว่า การเป็นเจ้าของไม่ได้มาจากตำแหน่ง แต่มาจากการทำให้ทีมเชื่อมั่นในตัวเราผ่านการทำงานจริงค่ะ”
ประสบการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกดเข้าใจมุมของการเป็นเจ้าของธุรกิจมากขึ้น เพราะจากเดิมที่เคยมองการทำงานของคุณพ่อคุณแม่จากภายนอก และคิดว่าหลายปัญหาน่าจะแก้ได้ไม่ยาก แต่เมื่อเข้ามารับผิดชอบด้วยตัวเอง กลับพบว่าทุกการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งคน งาน ลูกค้า ต้นทุน และผลกระทบที่จะตามมา
ปัจจุบัน SPORTLITE GARMENT ต่อยอดจากพื้นฐานด้านการผลิตและงานเย็บที่สั่งสมมานาน โดยเพิ่มบริการให้ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การเลือกผ้า การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบ ลูกค้าหลักครอบคลุมบริษัท องค์กร มหาวิทยาลัย รวมถึงกลุ่มและทีมที่ต้องการผลิตเสื้อในรูปแบบของตัวเอง
เกดมองว่า อุตสาหกรรมเสื้อผ้ายังมีโอกาสเติบโต เพราะเสื้อไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ องค์กร และตัวตนของแต่ละกลุ่ม เป้าหมายต่อไปจึงอยู่ที่การพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบและทันสมัยมากขึ้น
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขัน เกดมองว่า ทักษะสำคัญของผู้ประกอบการรุ่นใหม่คือ การปรับตัวและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และรู้ว่าจะนำ AI หรือเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้อย่างไร
“เราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แต่เราต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งที่เรายังไม่รู้ค่ะ”
เมื่อย้อนกลับไปมองเส้นทางจากนักศึกษารุ่นแรก สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจในวันนี้ เกดกล่าวว่า สิ่งที่คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจมอบให้มากที่สุดคือ “โอกาส” ทั้งโอกาสในการได้ลองคิด ลองทำ และค้นหาว่าตัวเองต้องการเดินไปในเส้นทางใด
ในฐานะศิษย์เก่า เกดยังมองว่า การเปิดโอกาสให้นักศึกษาออกไปฝึกงานตั้งแต่ปี 1 เป็นสิ่งที่ดี และหากสามารถต่อยอดให้ผู้เรียนได้อยู่กับธุรกิจหรือโปรเจกต์หนึ่งอย่างต่อเนื่องมากขึ้น จะยิ่งช่วยให้เข้าใจการทำธุรกิจได้ลึกกว่าเดิม เพราะไม่ใช่เพียงการเข้าไป “เห็น” ระบบงาน แต่จะได้เห็นตั้งแต่ต้นทาง เจอปัญหา ทดลองแก้ และติดตามผลจากสิ่งที่ตัวเองทำจริง
สำหรับเป้าหมายในอีก 3–5 ปีข้างหน้า เกดต้องการพัฒนา SPORTLITE GARMENT ให้มีระบบการทำงานที่แข็งแรงและครบวงจรมากขึ้น พร้อมสร้างการรับรู้ให้เป็นโรงงานที่ลูกค้านึกถึงและไว้วางใจเมื่อต้องการผลิตเสื้อ โดยยังคงรักษาคุณภาพของงานควบคู่กับการเติบโตของทีมและธุรกิจ
จากนักศึกษาที่วันแรกยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร มาถึงวันที่ต้องดูแลทั้งคน งาน ลูกค้า ต้นทุน และอนาคตของธุรกิจ เส้นทางของ “เกด–เกษรินทร์” จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการเรียนรู้ที่ไม่ได้จบอยู่ในห้องเรียน แต่ถูกนำไปใช้จริงเมื่อผู้เรียนต้องออกไปคิด ตัดสินใจ และรับผิดชอบในโลกธุรกิจด้วยตัวเอง









