เมื่อ AI สามารถสร้างภาพแนวคิดและช่วยพัฒนางานออกแบบได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ความท้าทายของการเรียนสถาปัตยกรรมและการออกแบบจึงไม่ใช่เพียงการผลิตผลงานให้สวยงาม แต่คือการพัฒนานักออกแบบที่ตั้งโจทย์ได้ถูกต้อง เข้าใจผู้ใช้งาน คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างมีเหตุผล
นี่คือทิศทางที่คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) กำลังขับเคลื่อน ภายใต้แนวคิดการสร้าง “Hybrid Designer” นักออกแบบที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และความเข้าใจมนุษย์เข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตก้าวสู่โลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ดร.ณัฐฐา สววิบูลย์ คณบดีคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า วิชาชีพออกแบบเป็นศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากเทคโนโลยี เครื่องมือ ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของผู้คน การทำงานวิชาการจึงต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เพื่อให้องค์ความรู้ที่ถ่ายทอดในห้องเรียนเชื่อมโยงกับโจทย์จริงในอุตสาหกรรม
“งานออกแบบที่ดีเริ่มจากการเข้าใจคน ก่อนจะเริ่มจากเครื่องมือ” คือหลักคิดสำคัญที่สะท้อนทิศทางการพัฒนานักออกแบบของคณะฯ ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
เปลี่ยนจากการผลิตแบบ สู่การคิดและตัดสินใจเชิงออกแบบ
การเข้ามาของ AI ทำให้งานบางขั้นตอน เช่น การสร้างภาพแนวคิด การเรนเดอร์ และการทดลองปรับเปลี่ยนรูปแบบ สามารถทำได้รวดเร็วขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่เพียงความเร็วในการทำงาน แต่รวมถึงวิธีจัดสรรเวลาและกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา
แทนที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการผลิตภาพเพียงอย่างเดียว นักศึกษาสามารถนำเวลาไปใช้กับการลงพื้นที่ สำรวจบริบท พูดคุยกับผู้ใช้งาน ทดลองแนวทางที่หลากหลาย และประเมินว่าแนวคิดใดตอบโจทย์ได้จริงมากที่สุด
ในมุมมองของคณบดี เมื่อทุกคนสามารถใช้เครื่องมือสร้างภาพที่สวยงามได้ง่ายขึ้น สิ่งที่ทำให้นักออกแบบแตกต่างจึงอยู่ที่คุณภาพของคำถาม กระบวนการคิด และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน รากฐานทางวิชาชีพอย่างการสเก็ตช์ การเข้าใจพื้นที่ สัดส่วน วัสดุ และการก่อสร้าง ยังคงจำเป็น เพราะเป็นความรู้ที่ช่วยให้นักออกแบบใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประเมินได้ว่าผลงานที่สร้างขึ้นสามารถนำไปใช้จริงได้หรือไม่

ตัวอย่างแรกคือผลงานของนายศุภณัฐ จันทร์เสริม ในรายวิชาการออกแบบภายใน 4 ชั้นปีที่ 3 เดิมงานออกแบบนำเสนอด้วยภาพ Perspective สองมิติ ที่ได้นำ AI มาต่อยอดภาพที่ตัวเองออกแบบให้กลายเป็น VDO Presentation ที่พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การใช้งานในพื้นที่ได้หลายมิติมากขึ้น จุดสำคัญคือแบบเป็นของนักศึกษาเอง AI เข้ามาช่วยให้เรื่องเล่าของพื้นที่สื่อสารได้ชัดและมีชีวิตขึ้น

ตัวอย่างที่สองคือโครงการ CRAFT KRAMM : Local Dye Global Eye ที่ผ่านเข้ารอบ 21 ทีมสุดท้ายจากการแข่งขันฮักแม่ Hackathon นักศึกษานำ AI มาถอดรหัสอัตลักษณ์ลายผ้าครามสกลนคร ทั้งการวิเคราะห์และจำแนกลาย และการแสดงภาพสินค้าในพื้นที่ตกแต่งภายในให้ลูกค้าเห็นก่อนสั่ง แล้วต่อยอดเป็นโมเดลธุรกิจแบรนด์ของแต่งบ้านที่ส่งงานกลับไปให้ช่างทอในชุมชน เป็นโครงการที่สร้างประสบการณ์ดีๆในเวทีระดับชาติให้กับน้องๆในทีม
วาง AI เป็นเครื่องมือเรียนรู้ตลอด 4 ปี ไม่ใช่เครื่องมือคิดแทน
คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ SPU ปรับการเรียนการสอนโดยวางแนวทาง AI as a Design Tool ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของนักศึกษาตลอดหลักสูตร 4 ปี ตั้งแต่การใช้ AI เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานระดับมืออาชีพ
ในชั้นปีที่ 1 นักศึกษาเรียนรู้การใช้ AI เพื่อหาแรงบันดาลใจและพัฒนาแนวคิดเบื้องต้น ชั้นปีที่ 2 ใช้เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้าและออกแบบ ชั้นปีที่ 3 เริ่มบูรณาการ AI เข้ากับกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ และชั้นปีที่ 4 มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้พร้อมสำหรับการฝึกสหกิจศึกษาและการทำงานจริง
การประยุกต์ใช้ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง Concept และ Moodboard การทดลองสไตล์ โทนสี และวัสดุหลายทางเลือก การเปลี่ยนภาพร่างให้เป็นภาพ Visualization เพื่อสื่อสารแนวคิดกับลูกค้า ไปจนถึงการค้นคว้าข้อมูลและจัดเตรียมงานนำเสนอ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมเข้ามาถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการบรรยายและ Workshop ด้าน AI Rendering, Computational Design และเครื่องมือเรนเดอร์ยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม AI ยังคงมีบทบาทเป็นผู้ช่วย ขณะที่นักศึกษาเป็นผู้กำหนดทิศทางของงาน ตรวจสอบความเหมาะสม และตัดสินใจเลือกแนวทางที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
สร้าง Hybrid Designer ที่เทคโนโลยีช่วยขยายความคิดสร้างสรรค์
เป้าหมายของคณะฯ คือการสร้างนักออกแบบที่ผสาน Storytelling, Technology และ Emotion เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสายสถาปัตยกรรมที่ต้องเข้าใจข้อมูลด้านพลังงาน พฤติกรรมผู้ใช้งาน และความคุ้มค่าของโครงการ หรือสายออกแบบภายในที่ต้องสร้างประสบการณ์ให้สอดคล้องกับตัวตนของแบรนด์และความต้องการของผู้ใช้พื้นที่
ในสายสถาปัตยกรรม คณะมุ่งพัฒนาทักษะการใช้ Generative AI, Real-time Simulation และ Computational Design ควบคู่กับการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยข้อมูล ส่วนสายออกแบบภายในเปิดมุมมองสู่ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย เช่น Commercial & Branding, Hospitality & Renovation และ Wellness & Inclusive Design
นอกจากทักษะด้านการออกแบบและเทคโนโลยีแล้ว นักศึกษายังต้องเรียนรู้การสื่อสาร การนำเสนอ การเจรจา และการทำงานร่วมกับลูกค้า ผู้รับเหมา และผู้เชี่ยวชาญจากสาขาอื่น เพราะผลงานที่ดีไม่ได้เกิดจากความคิดสร้างสรรค์เพียงลำพัง แต่ต้องสามารถพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงได้ด้วย



สิ่งที่ AI ยังแทนไม่ได้ คือความเข้าใจมนุษย์
แม้ AI จะช่วยสร้างภาพและเสนอทางเลือกได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญของวิชาชีพที่ต้องอาศัยมนุษย์ ทั้งการเข้าใจบริบทของพื้นที่ วัฒนธรรม ความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง
กรณี Sensory Room เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน นักศึกษาต้องลงพื้นที่ พูดคุยกับครู รับฟังผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมบำบัด และสังเกตการตอบสนองของเด็กต่อแสง สี และผิวสัมผัส ข้อมูลเหล่านี้ต้องผ่านการสังเกตและทำความเข้าใจจากสถานการณ์จริง ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพจากคำสั่ง
นอกจากนี้ นักออกแบบและสถาปนิกยังต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกแนวทางให้เหมาะกับผู้ใช้งาน งบประมาณ และข้อกฎหมาย ตลอดจนรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและผลกระทบจากการใช้งานพื้นที่จริง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิชาชีพที่ไม่อาจมอบหมายให้เครื่องมือ AI ตัดสินใจแทนได้ทั้งหมด
อนาคตของนักออกแบบยังเปิดกว้าง หากพร้อมเรียนรู้เครื่องมือใหม่
สำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังลังเลว่าจะเรียนสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบในยุค AI ดีหรือไม่ คณบดีมองว่าเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้วิชาชีพนี้หมดความสำคัญ แต่กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานและเปิดโอกาสให้นักออกแบบพัฒนาความคิดไปได้ไกลกว่าเดิม
ผู้ที่ช่างสังเกต ชอบตั้งคำถามเกี่ยวกับพื้นที่และความรู้สึกของผู้คน หรืออยากเห็นแนวคิดของตัวเองเกิดขึ้นจริง สามารถเริ่มต้นพัฒนาทักษะได้ แม้จะยังไม่มั่นใจในความสามารถด้านการวาดภาพหรือมีความสนใจด้านเทคโนโลยีมากกว่าศิลปะ เพราะเส้นทางของนักออกแบบยุคใหม่มีความหลากหลาย และเปิดโอกาสให้แต่ละคนเลือกพัฒนาความถนัดของตนเอง
ทิศทางของคณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ SPU จึงไม่ใช่เพียงการนำ AI เข้ามาใช้ในห้องเรียน แต่เป็นการปรับกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนคิดเป็น ใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับโจทย์จริง เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SripatumUniversity #spu #คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรม #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #โอกาส #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkill #DEKSoDA









