SPUIC ปรับโมเดล BBA ให้นักศึกษาเลือก 2 ความเชี่ยวชาญ สร้าง ‘นักบริหารข้ามสาย’ ตอบโจทย์โลกธุรกิจยุคใหม่
ในวันที่เส้นแบ่งทางอาชีพในโลกธุรกิจเลือนลางลง ความสามารถในการทำงานข้ามสายงาน (Cross-Functional Skills) ได้กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญที่องค์กรระดับโลกมองหา การมีความรู้เพียงศาสตร์เดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่คือบริบทสำคัญที่ทำให้ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPUIC) เดินหน้าปรับโมเดลหลักสูตรบริหารธุรกิจนานาชาติ (Bachelor of Business Administration: BBA) เพื่อปั้นบัณฑิตให้เป็น ‘Global Talent’ ที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมแข่งขันในตลาดงานสากลอย่างแท้จริง
BBA SPUIC: ออกแบบอนาคตด้วย 2 ความเชี่ยวชาญในโลกธุรกิจดิจิทัล
หัวใจสำคัญของหลักสูตร BBA SPUIC คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษา ออกแบบเส้นทางอาชีพของตนเอง โดยสามารถเลือกเรียนได้ถึง 2 กลุ่มความเชี่ยวชาญ จาก 5 สายความรู้ที่ตอบโจทย์โลกธุรกิจร่วมสมัย ได้แก่:
- Digital Marketing (การตลาดดิจิทัล)
- Innovation and Entrepreneurship (นวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการ)
- Hospitality Management (การจัดการธุรกิจบริการ)
- Digital Business (ธุรกิจดิจิทัล)
- Financial Technology (FinTech)
โมเดลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดของการเรียนบริหารธุรกิจแบบเดิมๆ ที่มักจะมุ่งเน้นเพียงสายใดสายหนึ่ง ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดงานสากล ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
การเลือก 2 ความเชี่ยวชาญจึงไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่คือปรัชญาการสร้างคนที่เข้าใจว่าโลกการทำงานยุคใหม่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะผสมผสาน นักการตลาดที่เข้าใจ FinTech หรือผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญด้าน Digital Business ย่อมมีความได้เปรียบและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรได้มากกว่า นี่คือการ ตอกย้ำจุดยืนของ SPU ในการสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงานจริง และมีมุมมองที่กว้างกว่าแค่ในตำราเรียน
หลักสูตร BBA ของ SPUIC ยังคงยึดมั่นในแนวคิด “Learn to be Professional from the Professionals” ซึ่งเป็นแกนหลักของมหาวิทยาลัย ที่เน้นให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ ควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติผ่านโครงการสหกิจศึกษา (Cooperative Education) ในองค์กรชั้นนำ เพื่อเปลี่ยนความรู้ในห้องเรียนให้กลายเป็นทักษะที่ใช้งานได้จริงในโลกธุรกิจดิจิทัล
ท้ายที่สุด โมเดลการเรียนรู้ของ BBA SPUIC จึงเป็นคำตอบสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่มองหาหลักสูตรนานาชาติที่ไม่ได้ให้เพียงความสามารถทางภาษา แต่ต้องมีอาชีพปลายทางที่ชัดเจนและเป็นที่ต้องการของตลาด เป็นการปั้นนักบริหารยุคใหม่ที่พร้อมเชื่อมโยงศาสตร์ความรู้ด้านธุรกิจเข้ากับนวัตกรรม เพื่อก้าวสู่ตลาดงานสากลได้อย่างมั่นใจ







