คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU ดึง ‘Dr.PONG’ ตัวจริงจากสนามธุรกิจ เปิดสูตร Insight สู่ Brand Growth! พานักศึกษาถอดเส้นทางสร้างแบรนด์ จากไอเดียสู่แบรนด์ที่ตลาดต้องการ

คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU ดึง ‘Dr.PONG’ ตัวจริงจากสนามธุรกิจ เปิดสูตร Insight สู่ Brand Growth! พานักศึกษาถอดเส้นทางสร้างแบรนด์ จากไอเดียสู่แบรนด์ที่ตลาดต้องการ

คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU SE) เปิดพื้นที่การเรียนรู้จากผู้ประกอบการตัวจริง ใน Special Session “จาก Insight สู่ Brand Growth: เส้นทางการสร้าง Dr.PONG จากไอเดียสู่ธุรกิจที่เติบโต” โดยได้รับเกียรติจาก นพ.ยุวพงศ์ สุทธินันท์ (Dr.PONG) Chief Executive Officer, First Class Innovation Company Limited ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้นักศึกษา เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ ห้องบัวหลวง อาคาร 1 ชั้น 5 มหาวิทยาลัยศรีปทุม หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ Dr.PONG ชวนให้นักศึกษามอง คือ ธุรกิจไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เราอยากขายอะไร” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องกลับมามองว่า “ผู้บริโภคกำลังมีปัญหาอะไร” และเราจะสร้างคุณค่าเพื่อแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร

เส้นทางการเป็นผู้ประกอบการของเขาเริ่มต้นด้วยเงินทุนประมาณ 30,000 บาท ตั้งแต่ช่วงที่ยังเรียนอยู่ จากการสังเกตสิ่งใกล้ตัวและมองเห็นช่องว่างของตลาด ก่อนทดลองพัฒนาสินค้าและธุรกิจหลายรูปแบบ ทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนสะสมเป็นประสบการณ์สำคัญในการมองตลาด

Innovation ไม่จำเป็นต้อง “ใหญ่” แต่ต้องแก้ Pain Point ได้จริง

Dr.PONG ย้อนถึงหนึ่งในธุรกิจช่วงแรก จากการใช้ปากกาสำหรับเขียนบน iPad และพบปัญหาว่าเมื่อหัวปากกาเสื่อม ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ จึงเกิดแนวคิดพัฒนาให้สามารถเปลี่ยนเฉพาะหัวได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ กรณีดังกล่าวสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า Innovation ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการเข้าใจ Pain Point เล็ก ๆ แล้วออกแบบ Solution ที่ทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น หลังจากนั้น เขาทดลองทำธุรกิจอีกหลายประเภท ทั้งผลิตภัณฑ์สเปรย์ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสิว และสินค้าอื่น ๆ บางไอเดียได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้สร้างยอดขายขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็น “คลังประสบการณ์” ที่ถูกนำกลับมาใช้ในเวลาต่อมา

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วง COVID-19 เมื่อพฤติกรรมการสวมหน้ากากทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเผชิญปัญหาเรื่องสิว ประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับวัสดุที่เคยพัฒนาสำหรับผลิตภัณฑ์ลดปัญหาสิว จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นหน้ากากที่ตอบ Pain Point ในช่วงเวลานั้น และกลายเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยให้แบรนด์สามารถ Scale Up ก่อนต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นอีกบทเรียนที่ Dr.PONG ฝากไว้ว่า “วิกฤต” และ “การเปลี่ยนแปลง” สามารถกลายเป็นโอกาสของผู้เล่นใหม่ได้ หากมองเห็นพฤติกรรมของตลาดที่กำลังเปลี่ยนก่อนคนอื่น

“ทำสิบ อาจได้หนึ่ง” เพราะความผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของ Journey

อีกหนึ่ง Mindset ที่ถูกย้ำตลอดการพูดคุย คือผู้ประกอบการต้องไม่คาดหวังว่าทุกสิ่งที่ทำจะประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก Dr.PONG มองว่า การทดลองหลายครั้งแล้วมีเพียงบางครั้งที่ประสบความสำเร็จถือเป็นเรื่องปกติ เพราะสิ่งที่ไม่ได้ผลไม่ได้สูญเปล่า แต่ทำหน้าที่สะสมทั้งความเข้าใจตลาด ประสบการณ์ และความสามารถในการตัดสินใจสำหรับโอกาสครั้งต่อไป ยิ่งในยุคที่สามารถผลิตสินค้าจำนวนไม่มากเพื่อทดลองตลาด ใช้ Social Media ทดสอบ Content และวัด Feedback จากผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ต้นทุนของการทดลองจึงต่างจากอดีตที่การเปิดตัวสินค้าแต่ละครั้งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่ “ต้องทำให้สมบูรณ์แบบก่อนจึงค่อยเริ่ม” แต่คือ “เริ่มให้เร็ว ทดลองให้เร็ว แล้วเมื่อเห็นสัญญาณจากตลาดจึงค่อย Scale” เพราะสำหรับธุรกิจยุคใหม่ “ค่าเสียโอกาส” จากการเริ่มช้า อาจมีต้นทุนมากกว่าความผิดพลาดจากการทดลองเสียอีก

ก่อนถามว่าคู่แข่งเยอะแค่ไหน ต้องถามก่อนว่า “ตลาดใหญ่แค่ไหน”

Dr.PONG ยังชวนนักศึกษามองธุรกิจผ่านแนวคิด TAM – Total Addressable Market หรือขนาดตลาดทั้งหมด โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ต่อให้เป็นคนจับปลาที่เก่งเพียงใด หากเลือกลงไปในพื้นที่ที่ไม่มีปลา ธุรกิจก็ยากที่จะเติบโตได้

ในทางกลับกัน ตลาดขนาดใหญ่แม้มีคู่แข่งจำนวนมาก ก็ยังอาจมีพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ เพราะผู้บริโภคจำนวนมากย่อมมี Pain Point และความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่มีแบรนด์ใดสามารถตอบโจทย์ทุกคนได้ทั้งหมด ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต้องค้นหาไม่ใช่เพียง “ตลาดที่ไม่มีคู่แข่ง” แต่คือ ช่องว่างที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์ได้ดีพอ และสร้างความแตกต่างให้ชัดเจนพอที่จะมีเหตุผลให้ผู้บริโภคเลือก

คนรุ่นใหม่มีแต้มต่อ เพราะเข้าใจผู้บริโภคจากชีวิตจริง

อีกประเด็นที่ Dr.PONG สื่อสารกับนักศึกษาโดยตรง คือพฤติกรรมที่คนรุ่นใหม่ใช้เวลาอยู่กับ TikTok, Social Media และ Content ต่าง ๆ ไม่ได้มีเพียงด้านของความบันเทิง หากรู้จักสังเกต สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็น “Consumer Insight” ที่มีมูลค่าทางธุรกิจได้ เพราะการอยู่กับสื่อทุกวันทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจภาษา วิธีคิด เทรนด์ และพฤติกรรมการตัดสินใจของคนวัยเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งหลายครั้งกลายเป็นจุดแข็งที่องค์กรหรือคนรุ่นก่อนอาจไม่มี ในโลกออนไลน์ ผู้ประกอบการยังสามารถสร้าง Feedback Loop ได้แทบทุกวัน เพียงทดลอง Content คนละรูปแบบ ก็เห็นได้ว่าผู้บริโภคตอบสนองกับวิธีการพูดแบบใด เรื่องราวแบบไหน หรือข้อเสนอใดมากกว่า ก่อนนำข้อมูลกลับมาปรับสินค้าและการสื่อสารต่อทันที แต่หัวใจสำคัญคือ ต้องสื่อสารให้เข้าใจง่าย

Dr.PONG ยกบทเรียนจากประสบการณ์ทำแคมเปญจริงว่า ต่อให้แนวคิดของแคมเปญน่าสนใจเพียงใด หากผู้บริโภคต้องใช้เวลาตีความมากเกินไป การสื่อสารนั้นก็อาจไม่เกิดผล เพราะในโลกจริงผู้บริโภคไม่ได้มีเวลาศึกษารายละเอียดของแบรนด์มากเท่ากับคนทำการตลาด การสร้างแบรนด์จึงต้องกลับมาถามเสมอว่า สิ่งที่กำลังสื่อสารนั้น ตอบโจทย์ผู้บริโภค หรือกำลังตอบโจทย์ความพอใจของคนทำแบรนด์เอง

ไอเดียดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องสร้าง “ทีม” ที่เติมเต็มกัน

เมื่อถูกถามว่า ระหว่าง “ไอเดียที่ดี” กับ “ทีมที่เก่ง” อะไรสำคัญกว่ากัน Dr.PONG ชวนมองว่าไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องรู้จักตัวเองว่าเก่งด้านไหน และหาคนที่มีความสามารถต่างกันเข้ามาเติมเต็มคนที่มีไอเดียจำนวนมาก อาจต้องการคนที่เก่งด้านการ Execute และสร้างระบบ ขณะที่คนที่ลงมือทำเก่งอาจต้องการ Partner ที่มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ เพราะธุรกิจที่เติบโตไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยมุมมองของคนเพียงคนเดียว นอกจากทีมแล้ว การมี เพื่อนผู้ประกอบการ Mentor และ Community ที่มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้คนทำธุรกิจเห็นความเป็นไปได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และผลักดันกันให้เดินไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

ยุค Digital + AI “เครื่องมือพร้อมแล้ว” สิ่งสำคัญคือมีเป้าหมายและลงมือทำ

เมื่อถูกถามถึง Skill สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคต Dr.PONG มองว่า วันนี้ผู้ประกอบการมีเครื่องมือมากกว่ายุคที่ผ่านมาอย่างมหาศาล ตั้งแต่ Digital Platform ที่ช่วยให้รายเล็กเข้าถึงตลาดได้ ไปจนถึง AI ที่สามารถเข้ามาช่วยคิดและทำงานในหลายด้าน ดังนั้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การเริ่มต้นจากคำถามว่า “ต้องมี Skill อะไรก่อน” แต่คือการรู้ว่าตัวเองอยากไปทางไหน มีเป้าหมายอะไร และมีแรงผลักดันมากพอที่จะเดินไปให้ถึงหรือไม่ เพราะเมื่อเป้าหมายชัด วิธีการ เครื่องมือ ความรู้ รวมถึงคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ สามารถเรียนรู้และค้นหาระหว่างทางได้

Special Session ครั้งนี้จึงไม่ได้พานักศึกษา SPU SE ไปศึกษาความสำเร็จของแบรนด์เพียงปลายทาง แต่พากลับไปเห็น “กระบวนการ” ตั้งแต่การหา Insight การมอง Pain Point การทดลอง การผิดพลาด การเลือกตลาด การสร้างความแตกต่าง ไปจนถึงการ Scale ธุรกิจ พร้อมเชื่อมประสบการณ์จากผู้ประกอบการตัวจริงเข้าสู่โจทย์การเรียนรู้ในรายวิชา

เพราะในโลกธุรกิจจริง ไอเดียอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่ทำให้ไอเดียเติบโต คือการกล้าทดลอง เรียนรู้จากตลาด และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

#SPU #SPUSE #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #DrPONG #Entrepreneurship #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #เรียนรู้จากการลงมือทำ #ขายจริง #ธุรกิจจริง #DEKSPU #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity

👁 ยอดวิว: 38

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

IMF–World Bank 2026 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว! คณบดีดิจิทัลมีเดีย SPU มองเวทีเศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงกับอนาคตคนรุ่นใหม่ ทั้ง AI–โอกาสงาน–ธุรกิจสร้างสรรค์

ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings

เมื่อ PRADA กลายเป็นห้องเรียนของมาตรฐาน วิทยาลัยการบินฯ SPU พา DEK THAI CATH-Club เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพก่อนก้าวสู่โลกบริการระดับสากล

การได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานสูง ไม่ได้ทำให้ผู้เรียนเห็นเพียงว่า “มืออาชีพทำงานอย่างไร” แต่ยังทำให้มองกลับมาที่ตัวเองว่า วันนี้มีอะไรที่พร้อมแล้ว