การเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน ทำให้ได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง ได้ใช้ภาษาจีน และที่ขาดไม่ได้คือมิตรภาพระหว่างคนจีน ถ้าไม่มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่นั่น ก็จะไม่มีวันได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้

UploadImage
 

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอาเซียน เนื่องจากมีอาจารย์มาบรรยาย เกี่ยวกับเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และได้พูดถึงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทุนนักศึกษาแลกเปลี่ยน หรือทุนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จึงเกิดจุดประกายความคิด สนใจและอยากจะได้รับทุนเพื่อสร้างโอกาสให้กับตัวเอง จึงสอบถามกับอาจารย์ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะได้รับทุน ได้ติดตามและทำเรื่องมาตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีเต็ม ในที่สุดก็ได้รับทุนเพื่อเป็นตัวแทนของนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว มณฑล กุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรม และเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านย่านอาเซียน แถมยังได้ฝึกงานสหกิจศึกษาควบคู่กันไปด้วย และสามารถเทียบโอนหน่วยกิตสหกิจศึกษากลับมาได้อีกด้วย ซึ่งในการเดินทางครั้งนั้นมหาวิทยาลัยศรีปทุม ดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า และค่าประกันให้ ส่วนค่าที่พักและค่าเรียนภาษาจีนทาง มหาวิทยาลัยกุ้ยโจวเป็นผู้สนับสนุน วันเดินทางรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเราไม่รู้เลยว่าข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง วันแรกที่ไปถึงอยู่ในช่วงปลายฤดูหนาวซึ่งที่นั่นก็ยังมีหิมะตกอยู่ และอากาศหนาวมากๆ ในคืนแรกคิดว่าตัวเองจะต้องมานอนหนาวตายอยู่ที่เมืองจีนซะแล้ว แต่ตื่นมาก็รู้สึกประทับใจเมื่อมองออกไปที่นอก หน้าต่างได้เห็นหิมะตกที่ปกคลุมต้นสนอย่างสวยงาม ชีวิตประจำวันที่อยู่ที่มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ตลอดระยะเวลา 5 เดือนกว่า ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตื่นแต่เช้าเพื่อไปเรียนภาษาจีน ซึ่งในห้องเรียนก็จะเรียนกับชาวต่างชาติที่มีทั้งชาวไทย ลาว เกาหลี เยอรมัน อเมริกา และเม็กซิโก มีครูชาวจีนมาสอนภาษาจีน และแน่นอนเลยว่าภาษากลางที่ ใช้สื่อสารกันก็คือภาษาจีน หลังเลิกเรียนหรือวันเสาร์- อาทิตย์ ก็จะไปฝึกงานสหกิจศึกษาที่โรงแรมซวงซิน ซึ่งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ในการฝึกงานในครั้งนั้น ทำให้ได้เรียนรู้ระบบการทำงานทั้งโรงแรม เพราะเป็นโรงแรมเล็กๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีโอกาสที่ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติในทุกๆ แผนกของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นแผนกบริการส่วนหน้า แผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม และแผนกแม่บ้าน รวมไปถึงเรียนรู้ความแตกต่างของประเทศไทยและประเทศจีน หอพักภายในมหาวิทยาลัยจะมีหอพักทั้งหมด 52 อาคาร แต่จะแยกระหว่างหอพักคนจีนและหอพักของชาวต่างชาติ 

UploadImage   
UploadImage












 
นอกจากนั้นแล้วทางมหาวิทยาลัยยังมีกิจกรรมให้กับนักศึกษาต่างชาติได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวันสงกรานต์ กิจกรรมวันแข่งกีฬาของนักศึกษาต่างชาติ กิจกรรมวันประเมินอาจารย์ กิจกรรมวันอาหารนานาชาติ กิจกรรมวันสำเร็จการศึกษารวมไปถึงวัฒนธรรมต่างๆ เทศกาล และวันหยุดของจีนก็ยังคล้ายๆ กับเมืองไทย ที่มีทั้งวันแม่ วันแรงงาน วันเชงเม็ง เทศกาลขนมบ๊ะจ่าง การที่ได้ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในครั้งนั้น ทำให้เกิดความภูมิใจที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม และประเทศไทย เพราะได้รับการคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าห้องและได้รับรางวัลของการเป็นผู้นำกลับมาอีกด้วย นอกจากนั้นทำให้ได้ประสบการณ์และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสังคม ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต เศรษฐกิจและวัฒนธรรม แต่ที่ได้แน่ๆ เลยคือการได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้อยู่ได้ด้วยตัวของตัวเอง อีกอย่างที่สำคัญคือการได้ใช้ภาษาจีน ทำให้พูดภาษาจีนได้มากขึ้น สามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันกับคนจีนได้ และที่ขาดไม่ได้คือมิตรภาพระหว่างคนจีน ซึ่งมีทั้งเพื่อนและอาจารย์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีการติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอด ถ้าไม่มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่นั่น ก็จะไม่มีวันได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เลยจริงๆ ทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์จิณดา เตชะวณิช และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่มอบโอกาสดีๆ ให้ค่ะ