ผศ.ดร.นิพา ศิษย์เก่ามากความสามารถ คณะบริหารธุรกิจ Role Model สำหรับน้องๆ SPU

UploadImage
 

 ทำความรู้จัก : ผศ.ดร.นิพา อุประ จาราแดช (ศรีวะรมย์) 
 Asst Prof Dr. Nipa Ouppara Jaradat (Sriwarom)
ตำแหน่งปัจจุบัน : Managing Director and Sessional Academic
ศิษย์เก่ามากความสามารถจากคณะบริหารธุรกิจ เป็น Role Model สำหรับน้องๆ SPU
ใครอยากไป แลกเปลี่ยน Go Inter @Sydney ต้องห้ามพลาดเรื่องนี้เลยจริงๆ

 

สวีดัด สวัสดี!!!! แอดมินขอไม่พูดพร่ำทำเพลงเน้อออ เพราะอยากให้รีบอ่านเรื่องราวสุดยอดของคนที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนได้เลยแหละ วันนี้จะพาไปรู้จักกับศิษย์เก่าสาวแกร่งมากความสามารถแห่ง ม.ศรีปทุม ของเรา เจ้าของทุนพระราชทานในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แถมปัจจุบันยังมีดีกรีเป็นถึงนักบริหารและอาจารย์ของ  Western Sydney University ประเทศออสเตรเลีย บอกเลยว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ เธอต้องผ่านความทุกข์ยากลำบากการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆและการเอาชนะใจตัวเองเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปรู้จักรุ่นพี่คนเก่งของเรากันเลยยย
 

 แนะนำตัวเองได้เลยค่าาาา 

อาจารย์นิพา : ขออนุญาตแนะนำตัวเองนะคะ ผศ.ดร.นิพา อุประ (ศรีวะรมย์) ค่ะ ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจและเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ Western Sydney University ประเทศออสเตรเลีย และตอนนี้กำลังจะทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีปทุมของเรา ในการทำ MOU ความร่วมมือระหว่าง Western Sydney University กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาไปศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศของทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นการเปิดกว้างทางการศึกษาและเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการระหว่างประเทศอีกด้วยคะ โดยส่วนตัวรู้สึกดีใจมากๆที่ได้กลับมาบ้านเก่าและได้ทำหน้าที่ๆสำคัญนี้ ในฐานะรุ่นพี่ที่จะได้มีโอกาสสานต่อความฝันให้กับน้องๆ ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิต ^^

UploadImage


 เพราะต้นทุนชีวิตมีไม่เท่าคนอื่น 
กว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

อาจารย์นิพา : ขอเล่าย้อนกลับไปช่วงที่อาจารย์จบการศึกษาปริญญาตรีจากรั้ว ม.ศรีปทุม ตอนนั้นอายุเพียงแค่ 20 ปีกว่าๆ อาจารย์ตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพราะมีเป้าหมายที่อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะไม่ได้เรียนเพียงอย่างเดียวแต่ต้องเรียนไปด้วยทำงานหนักไปด้วยเพื่อหาเงินค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  

ตอนนั้นยอมรับเลยว่า เหนื่อยมากๆ แต่ไม่เคยเกี่ยงงานสักอย่าง มีงานสุจริตอะไรที่ได้เงินเราก็ทำหมด สมัยนั้นอาจารย์คิดว่าตัวเองต้องก็มีความกล้าพอสมควรสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว ช่วงที่เรียนอยู่ เราได้ทำงานพิเศษหลายอย่าง ทั้งงานทำความสะอาดโรงแรม ทำงานแคชเชียร์ให้บริษัทขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ทำงานในโรงงานพิซซ่า งานอะไรที่สามารถทำได้ทำหมด 7 วัน แทบจะไม่มีวันหยุด นอนน้อยมาก 4-5 ชั่วโมง ยิ่งช่วงแรกๆ นี่ภาษาเรายังไม่เก่ง ใครว่าใครวานอะไรมารับอาสาทำหมดช่วยเหลือทุกคนเพื่อนๆ เลยรัก สั่งอะไรมาเราก็ยิ้มทำงานอย่างเดียวเหนื่อยก็ทน หัวหน้างานเค้าคงเห็นว่าเราเป็นคนไม่เกี่ยงงานก็เลยเมตตาเราทำให้เราได้ Shift งานที่มากกว่าคนอื่นๆ ได้รับเลือกก่อนคนอื่น ถึงแม้ว่าจะมีข้อด้อยเรื่องภาษาแต่ฝรั่งเค้าดูที่ความขยันอ่อนน้อมถ่อมตนและใฝ่เรียนของเรา  

จนวันนึงเมื่อถึงคราวฟ้าเปิดเพื่อนชาวเกาหลีที่เรียนด้วยกันเค้าเห็นเรามี connection เยอะ และเราทำงานเยอะ เลยถามหาว่าพอจะรู้จักใครที่สามารถรับงานใหญ่เซ็นต์สัญญาให้มาทำความสะอาดบริเวณ รอบๆ Opera House ในช่วงวัน Countdown ได้มั้ย เป็นการทำงานแค่ 10 วันแต่ทำตลอด 24ชั่วโมง มีเงื่อนไขต้องรับงานในรูปแบบบริษัท เชื่อไหมว่า เราสอบถามเรื่องการเปิดบริษัทต้องทำอย่างไร หลังจากนั้นก็ไปทำเรา นำเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปดำเนินการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่ยังเป็นแค่นักเรียน นับว่ากล้ามากเสี่ยงมากเพื่อจะมารับงานนี้

พอทำเอกสารเรียบร้อยก็ Recruit หาทีมงานมาช่วยเราทันที ที่ไม่เรียกลูกน้องเพราะทุกคนคือทีมงาน เนื่องจากงานนี้ต้องใช้คนเยอะมาก เราต้องจัดการบริหารคนและเวลาให้ดี ซึ่งงานนี้ก็อาศัยประสบการณ์จากกิจกรรมที่ทำสมัยเรียนที่ศรีปทุม ตำราวิชาความรู้ที่มีนำมาใช้หมดทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ลุ้นมากๆ และงานนั้นก็ประสบความสำเร็จจบลงด้วยดี  พอผ่าน Project นั้นมาได้ ทุกอย่างง่ายหมดและงานนี้ทำให้เรามี Portfolio เป็นใบเบิกทาง ในการไปยื่นประมูลงานรับงานอื่นๆ ห้างใหญ่ๆ องค์กรใหญ่ๆของประเทศออสเตรเลียต่อไปได้เรียกว่างานนั้นเป็นจุดพลิกผันของชีวิตเลย


UploadImage


"เรามีไม่เท่าเขา เราต้องขยันให้มากกว่าเขา"

 

เพราะความพยายาม ขยัน อดทน
และไม่ลืมความฝันที่ตั้งใจไว้

 

ทำให้อาจารย์ประสบความสำเร็จในวันนั้น



 

อาจารย์นิพา : เมื่อเราตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตและได้ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ ช่วงที่อยู่ต่างประเทศเรารักการเรียนจึงต้องขยันทั้งเรียนควบคู่ไปกับการทำงานไปด้วย กระทั่งเรียนจบ Diploma อนุปริญญาจาก Excelsior College of Sydney และได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโทจาก University of Western Sydneyและปริญญาเอกทางด้านบริหารงานบุคคลของ San Jose Recolestos University และปริญญาเอกอีกใบทางด้านการบริหารจาก Western Sydney University แม้ชีวิตจะผ่านความยากลำบาก แต่ด้วยความขยัน อดทน ไม่เกี่ยงงาน ทำให้โชคดีมีคนเมตตาหยิบยื่นโอกาสดีๆมาให้เสมอ พอเรียนจบก็ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการ ต้องบริหารกิจการและดูแลพนักงานด้วยตัวเอง จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น ค่อยๆ ขยายเปิดธุรกิจร้านสะดวกซื้อ พยายามพัฒนาตัวเองต่อยอดมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจด้านนำเข้ารถยนต์ในเขตฟรีโซน และธุรกิจด้านสิ่งสาธารณูปโภค ไม่เพียงแต่ในประเทศออสเตรเลียเท่านั้น ยังขยายกิจการไปในโซนตะวันออกกลางอีกด้วยค่ะ

แม้จะก้าวผ่านความยากลำบาก จนสร้างชีวิตให้สุขสบายขึ้นมาได้
แต่สิ่งที่ไม่เคยลืมเลยคือประเทศบ้านเกิด

อาจารย์นิพา : เมื่อธุรกิจต่างๆ เริ่มอยู่ตัวแล้ว เราก็เริ่มมองหาสิ่งที่ตัวเองอยากทำ คือการกลับมาคืนทุนแผ่นดินมอบความรู้ และสร้างพลังแรงใจให้น้องๆ รุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จและมีโอกาสแบบเราบ้าง อีกทั้งได้พาลูกๆมาอยู่ใกล้ๆคุณแม่ด้วย จึงเลือกที่จะกลับมาอยู่ที่เมืองไทย โดยตำแหน่งงานแรกที่ได้รับคือ ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ ต่อมาได้สอบคัดเลือกเข้าไปเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือทำอยู่เกือบ 5 ปี ก่อนกลับไปออสเตรเลียเพราะลูกๆต้องกลับไปเรียนต่อเลยต้องกลับ เลยได้มีโอกาสได้สอนและเป็นอาจารย์ต่อที่ออสเตรเลีย

UploadImage
ส่วนในการทำงานในฐานะของการเป็นอาจารย์
จะมีคติที่บอกตัวเองเสมอว่า


“การเป็นครูอาจารย์ที่ดีนั้น นอกจากจะต้องให้ความรู้กับเด็กๆได้แล้ว เรายังต้องมีความเมตตาให้กับเขา สามารถให้คำแนะนำและทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ นักศึกษาได้ด้วย”
 

งานทุกอย่างถ้าเราทำด้วยใจรักและความตั้งใจ เราจะไม่รู้สึกว่ามันคืองาน เราจะมีความสุข สนุกที่ได้ทำงานนั้นๆโดยเฉพาะงานสอนของคนเป็นครูสิ่งที่เราจะต้องมี คือจะต้องมีความเสียสละ มีใจรักที่จะสอนและมีจิตใจที่เมตตาเด็กๆ จะทำให้เด็กเปิดใจกับเรา ต้องทำให้เขาเคารพเราและเราต้องทำมันด้วยใจ ถ้ามีปัญหาเด็กปรึกษาใครไม่ได้เขาจะมีเราคอยอยู่และทำให้เด็กอยากเข้าใกล้ อยากมาปรึกษาเรา

ล่าสุดเรื่องที่กำลังดำเนินการคือ การทำ MOU หรือการลงนามความร่วมมือระหว่าง Western Sydney University กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในครั้งนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมจะได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างทั้ง 2 สถาบัน การทำวิจัยร่วมกัน ตลอดจนสนับสนุนทุนวิจัยต่างๆ ในฐานะศิษย์เก่าและเป็นนักกิจกรรมมาก่อน

เราเคยได้รับโอกาสดีๆ มาก่อน เมื่อมีโอกาสก็อยากตอบแทน รู้สึกดีใจมากที่ได้ทำประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยที่เรารักและภูมิใจ อีกทั้งงานนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศด้วย


ทำไม Western Sydney University ถึงเลือก ม.ศรีปทุม

อาจารย์นิพา : ในมุมมองของตัวเองมหาวิทยาลัยเอกชนที่เป็น Top 5  ม.ศรีปทุม ก็เป็นที่หนึ่งในนั้น จากสมัยที่อาจารย์เคยเรียนที่นี่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เราเห็นพัฒนาการ และที่สำคัญศรีปทุมอยู่ในสายเลือดของเรา คำว่าศิษย์เก่าศรีปทุมนั้นอยู่ติดตัวเราไปตลอดเวลาเราเป็นลูกหลานของ ดร. สุข และเพราะเราเป็นผลผลิตของมหาวิทยาลัย จึงทำให้อาจารย์เลือกที่นี่

และที่สำคัญที่สุด คือ ศรีปทุม มีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลมาก ไม่ว่าจะไปทำความร่วมมือหรือประสานงานอะไร จึงมีแนวโน้มสูงมากที่ Project ต่างๆ จะได้รับการสนับสนุนอย่างดีจนประสบความสำเร็จ เพราะผู้บริหารท่านจะมองเห็นประโยชน์ของเด็กๆ และชาติบ้านเมืองเป็นหลัก อนาคตผู้ใหญ่อย่างเราๆ ในวันนี้จะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมือของเด็กๆ ในวันนี้ ฉะนั้นจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราจะส่งต่อ และถ่ายทอดไปให้ลูกหลานในอนาคต  

นอกจากนี้การที่เรามีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสักแห่งในต่างประเทศก็ถือว่าเป็นตัวชี้วัดและเป็นสิ่งยืนยันถึงคุณภาพของมหาวิทยาลัยของไทยอีกด้วย


UploadImage

อยากให้พูดถึงเรื่อง MOU หน่อยค่ะ

อาจารย์นิพา : ตอนนี้ที่ประเทศออสเตรเลียได้ให้การสนับสนุนด้านความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น ด้วยความที่เราอยู่ตรงนั้นเลยเสนอ MOU ไป แน่นอนว่าเราเป็นคนไทยก็อยากจะทำอะไรให้ประเทศไทย การทำ MOU ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยแล้ว สิ่งที่เราจะได้ก็คือ การยกระดับทางการศึกษาของนักศึกษาไทยด้วยคะ เพราะระบบการศึกษาที่ออสเตรเลียดีมาก พอได้มาทำตรงนี้มองว่าโชคดีมากๆ ที่ท่านผู้บริหารของมหาวิทยาลัยที่บ้านเรา มองเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาในครั้งนี้ และท่านก็เมตตาสนับสนุนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพื่อให้นักศึกษาได้มี Globalizations’ Skill   นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ

 

 สิ่งที่รุ่นน้องจะได้จาก MOU ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแลกเปลี่ยน 
 แต่จะได้พัฒนาตัวเองให้เท่าเทียมนักศึกษานานาชาติ
 

อาจารย์นิพา : การทำความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากนักศึกษาจะได้เรียน DUO Program แล้ว จบไปจะได้สองปริญญาคือที่ศรีปทุม และของ Western Sydney University ด้วย ส่วนโครงการต่างๆก็มีหลายหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรความร่วมมือเรื่องการเรียนสำหรับปริญญาตรี เรียนที่ศรีปทุม 2 ปี และไปเรียนต่อที่ Western Sydney University  2 ปี จนจบการศึกษาได้ปริญญาสองใบ

ส่วนอีกแบบคือปริญญาโท 1+1 คือเรียน 1 ปีที่ศรีปทุม แล้วไปเรียนอีก 1 ปีที่ Western Sydney University และอีกหลักสูตรคือ Academic exchange เป็นการร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย คือเอานักศึกษาและนักวิชาการของเราไปแลกเปลื่ยน หรือศึกษาคอร์สระยะสั้น เพื่อเรียนรู้ระบบงานที่ออสเตรเลียแล้วนำมาพัฒนามหาวิทยาลัยของเรา โดยทางโน้นก็มาศึกษาระบบของเราเพื่อไปพัฒนาที่นู่นเช่นกัน ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนคอร์ส เพื่อพัฒนาทางการศึกษาของทั้ง 2 ประเทศ

"สุดท้ายนี้ในฐานะรุ่นพี่ก็อยากจะฝากน้องๆ ให้ตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยให้เยอะๆ เพราะจะช่วยได้เยอะเลย ทำกิจกรรมร่วมไปกับกับการเรียนนี่ดีมากๆ พยายามสร้างเครือข่ายในมหาวิทยาลัยให้คิดเสมอว่าทุกคนในมหาวิทยาลัยของเราคือพี่น้องกัน เราต้องไม่ทิ้งกัน จงอย่าอายที่เราไม่เก่งเพราะคนไม่เก่งจะเก่งได้ถ้าเราขยันและตั้งใจจริง เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้ อย่ารอให้ใครมาหยิบยื่นให้เพราะบางครั้งคนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเราต้องการความช่วยเหลือ ตัวเราต้องสร้างโอกาสให้ตัวเอง สู้ให้ถึงที่สุดก่อนอย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้และต้องเป็นคนที่อยู่แบบมีเป้าหมาย พี่จะเป็นกำลังใจให้นะคะ"
 
สุดยอด!!!! เพราะมีรุ่นพี่ต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ เลยทำให้รุ่นน้องได้มีโอกาสดีๆ แบบนี้ แอดมินตื่นเต๊นนน ตื่นเต้น แทนว่าที่นักศึกษาแลกเปลี่ยนทุกคนแล้ว ถือเป็นเรื่องราวที่น่ายินดีและภาคภูมิใจของ ม.ศรีปทุม ของเราจริงๆ แอดมินรู้สึกปลื้มใจไปกับคณะบริหารธุรกิจด้วยน้าาาา ที่มีศิษย์เก่าทั้งเก่งและรักมหาวิทยาลัยศรีปทุมของเรามากขนาดนี้ ~