พี่ฟิล์ม หนุ่มสถาปัตย์อารมณ์ดี ผู้หลงใหลการประกวดออกแบบเป็นชีวิตจิตใจ

UploadImage
 

 นายวิชญ์ชาญ หวานชิต (ฟิล์ม) 


 ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม 

 เจ้าของบริษัท Logic Taste จังหวัดกาญจนบุรี 

 
“มีความสุขในงานที่ทำ ใส่ใจในการทำงานมากกว่าตัวเงิน”
 
เรามาทำความรู้จักกับ พี่ฟิล์ม นักล่ารางวัล ศิษย์เก่าแห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กันดีกว่าค่ะ    เรื่องราวของพี่ฟิล์มจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นเชื้อเพลิงเพื่อสร้าง Passion น้องๆ ให้ไฟลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง



UploadImage


“พี่ฟิล์ม” มีแนวคิดการเลือกทำงานไปพร้อมกับความสุข ช่วงแรกของการเริ่มทำงานเราก็เริ่มจากการเป็นพนักงานบริษัททั่วไป หลังจากการทำงานไปสักพักเริ่มคิดที่จะเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง โดยมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานความสวยงามและการใช้งานที่เหมาะสม แต่เราก็ไม่ทิ้งเรื่องการส่งผลงานเข้าประกวด เพราะการส่งผลงานเข้าประกวดเป็นการเติมไฟและเป็นกำไรในชีวิตมากกว่าการคิดในเรื่องของตัวเงินเพียงอย่างเดียว

 
การเรียนสถาปัตย์ที่ ม.ศรีปทุม ให้อะไรกับพี่ฟิล์มบ้างคะ

 
      อย่างแรกเลยที่นี่เปิดโอกาสและให้อิสระในการคิดงานออกแบบ ไม่สร้างกรอบความคิดให้กับเรา และอาจารย์คอยแนะนำและส่งเสริมเราตลอด แม้แต่รางวัลชิ้นแรกที่เราได้รับคือ รางวัล Arcasia ซึ่งเป็นรางวัลของสมาคมสถาปนิกแห่งเอเชีย ในปี 2011 ช่วงนั้นอาจารย์ถามว่าอยากลองส่งผลงานเข้าประกวดดูไหมแต่ตอนนั้นก็ปฏิเสธไป เพราะว่าไม่มีเวลา ไหนจะรายงาน ไหนจะ Project  แต่อาจารย์แค่อยากให้เราลองเปิดโอกาสให้ตัวเอง ทำให้เต็มที่และไม่ต้องคาดหวังถึงผลลัพธ์ เพียงแค่เราบอกว่าอยากประกวดอาจารย์ก็ช่วยเหลือทุกด้าน Support เราทุกอย่างทั้งขยับเวลาการส่งงานให้ และช่วยเรื่องอื่นๆที่ทำได้ 


 
สิ่งที่เรียนสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานอย่างไรบ้าง
 
           ตอนเป็นลูกจ้างเราก็ต้องทำงานตามโจทย์ของลูกค้า แต่พอสลับบทบาทมาเป็นเจ้าของก็จะมีอิสระในการออกแบบมากขึ้น เพราะลูกค้าที่เข้ามามักจะศึกษามาแล้วว่านี่คือ สไตล์ของเรา ซึ่งมันจะมี Signature อยู่ว่างานเราจะออกมาประมาณนี้  ลูกค้าก็จะเป็นคนที่มีรสนิยมคล้ายๆกัน  
 
           การทำงานเป็นลูกจ้างในบริษัท เราจะได้ใช้ในเรื่องของ Sense ในการออกแบบ กระบวนการในการออกแบบ บริษัทจะจ้างคนที่พร้อมในการทำงานมากที่สุด และคุ้มกับเงินที่จ้างมากที่สุด ส่วนถ้าถามในเรื่องของการปรับใช้ในการเป็นเจ้าของบริษัท เราต้องใช้ทักษะหลายด้านมาก อย่างแรกที่เราต้องใช้อยู่แล้วคือการออกแบบ ทักษะด้านงานสถาปัตย์ แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เรายังต้องรู้ในเรื่องของบัญชี การบริหาร  ระบบภาษี ซึ่งมันก็ถือว่ายากนะสำหรับเด็กสถาปัตย์ ตัวเราเองต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนาในด้านธุรกิจของเราเอง 

 
รางวัลที่ได้รับล่าสุด แต่ไม่ใช่รางวัลชิ้นแรก...

 
          เป็นรางวัลใน โครงการประกวดแนวความคิดลานปาริชาตพร้อมโครงสร้างปกคลุมพื้นที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยมีชื่อผลงานว่า “ลานปาริชาต Light Shape Space” ซึ่งเราเน้นการออกแบบที่สวยงามเหมาะแก่การใช้งานในพื้นที่ การออกแบบให้ Balance โดยผสานแนวความคิดด้านศิลปะและด้านวิทยาศาสตร์ให้ออกมาลงตัวมากที่สุด ส่วนตัวพี่ก็ประกวดมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยเรียนก็เก็บชั่วโมงบินมาเรื่อยๆ เพราะชอบด้านนี้

UploadImage


 

 

" งานบริษัทเป็นงานที่ทำเพื่อเลี้ยงชีวิต

แต่งานประกวดเป็นงานที่ทำเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจ"

 


แนวคิดและเป้าหมายในอนาคตที่คาดหวังไว้
 

          ความต้องการตอนนี้ คือการทำงานอย่างมีความสุข การเปิดบริษัทเพื่อออกแบบงานในสไตล์ของตนเอง ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชอบในงานออกแบบของเรา ในส่วนของงานประกวดก็ไม่ทิ้ง ก็จะส่งประกวดไปเรื่อยๆ เดือนละงาน 2 งาน เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะการออกแบบและช่วยเพิ่มไฟให้ตนเอง  เพราะเวลาประกวด จะไม่ค่อยมีข้อจำกัดเหมือนการขายงานให้ลูกค้า เราจะสามารถใช้ Idea ได้อย่างเต็มที่ 


            งานบริษัทเป็นงานที่ทำเพื่อเลี้ยงชีวิต แต่งานประกวดเป็นงานที่ทำเพื่อเลี้ยงจิตใจ ทั้งสองอย่างต้องไปควบคู่กันถึงจะมีความสุข ส่วนตัวคิดว่า ค่อยๆ ก้าวอย่างมีความสุขและมั่นคง ดีกว่าก้าวเร็วเกินไปโดยที่ต้องกดดันตัวเองและเสี่ยงที่จะผิดพลาด

 
ฝากถึงน้องๆ SPU

 
          อยากให้น้องๆ เก็บเกี่ยวช่วงเวลาในรั้วมหาวิทยาลัยให้มากที่สุดเพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข และสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ อย่าละเลยความรู้นอกเหนือจากสายงานของตนเอง “รู้ไว้ก่อนดีกว่าไม่รู้” เพราะเชื่อเถอะว่าการทำงานจริงต้องใช้ทักษะหลายด้านเข้ามาช่วย ก่อนจบควรมีจุดมุ่งหมายของชีวิตที่ชัดเจน น้องๆที่นี่ ส่วนมากจะเป็นเด็กต่างจังหวัด เมื่อเริ่มทำงานก็พยายามเก็บประสบการณ์ในกรุงเทพฯ ให้มากที่สุด และควรนำความรู้ที่ได้เล่าเรียนและประสบการณ์ในการทำงาน รวมทั้งความสามารถกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

       และนี่คือข้อคิดจากผู้มีประสบการณ์ที่อยากจะแนะนำน้องๆให้เดินในเส้นทางที่พวกเขาผ่านมาก่อน พี่ฟิล์มฝากบอกว่าไม่ต้องเดินตาม แค่เล่าให้ฟังว่าระหว่างทางที่เขาเดินมานั้นได้ผ่านอะไรมาบ้าง เผื่อว่าน้องๆจะเดินได้เร็วขึ้นอีกนิดก็ยังดี ^^



UploadImage