โค้ชพี นักปั้นตัวจริง สอนจากประสบการณ์จริง ที่ทำให้เด็กๆ จบแล้วมีงานทำ!

UploadImage
 

“ อาชีพนี้ทำให้พี
ต้องทำตัวเองให้เป็นคนดี
ต้องพัฒนาตัวเอง
ต้องไม่โง่
ต้องเป็นที่พึ่งของเด็กได้ ”

นี่เป็นหนึ่งในคำพูดของ อ.พี (พีรยา  สุขกิจเจ) อาจารย์ประจำสาขาการจัดการการโรงแรม วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่กล่าวขึ้นมาตอนนั่งสัมภาษณ์ การสนทนาที่มีหลากหลายเรื่องราวหลากหลายประสบการณ์ ที่อาจารย์พีถ่ายทอดให้พวกเราฟังถึงความภาคภูมิใจในการสวมบทบาทของ “นักธุรกิจ” และ “อาจารย์” ไปพร้อมๆกับการดำเนินชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกถึง Passion ของอาจารย์พี ที่จะเป็นแรงบันดาลใจขับเคลื่อนให้เด็กรุ่นต่อๆ ไป

 
 

“ เพราะธุรกิจที่บ้าน
เหมือนบล็อกความคิด
เราจึงไม่มีความฝัน
เหมือนเด็กคนอื่นๆ ”

 

“ พีเป็นลูกคนเดียว โตมาในครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับจัดเลี้ยง รีสอร์ท มาตั้งแต่เด็ก ถามว่ามีความฝันไหม (หัวเราะ) คือที่บ้านเรามีธุรกิจ ทำธุรกิจมันเหมือนถูกบล็อกในความคิดตั้งแต่แรกว่าหน้าที่ต้องทำอะไร เราต้องสานต่อ และต้องทำตาม ดังนั้นเราจึงไม่เหมือนเด็กคนอื่น ไม่มีความฝันเหมือนเด็กคนอื่น แต่เรารู้ว่าเราชอบอะไรนะ เราชอบการสื่อสาร

โชคดีที่บ้านไม่ได้บังคับเรียน จึงได้เลือกเรียนนิเทศศาสตร์ จบมาจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณา เราจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมนี่แหละ ก่อนมีโอกาสไปเรียนต่อคอร์สระยะสั้นกับเลอ กอร์ดอง เบลอ และศึกษาต่อปริญญาโท ด้านการจัดการโรงแรม วิทยาลัยดุสิตธานี  ด้วยความเชื่อที่ว่า เราต้องกลับมาบริหารงานสานต่อธุรกิจที่บ้าน ดังนั้นเราต้องรู้เหมือนที่ลูกน้องเรารู้ เพื่อที่เราจะบริหารจัดการมันได้”

 
UploadImage


จุดเริ่มต้น
บทบาทของอาจารย์

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ที่ศรีปทุม เราเคยเป็นวิทยากรบรรยายรับเชิญหลายๆ ที่ในเรื่องของการจัดการด้านอาหาร และธุรกิจโฮสเทลมาก่อน และมีโอกาสพบกับอาจารย์ที่รู้จักกัน ท่านชวนมาสอนที่ศรีปทุม

ครั้งแรกอาจารย์พีตั้งใจมาสอนเพื่อเป็นประสบการณ์ และนำไปต่อยอดทางธุรกิจ แต่พอถึงวันที่ต้องสวมบทบาทเป็นอาจารย์สอนเด็กๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น  “มันคือความรับผิดชอบ มันไม่ใช่เราไปจัดออแกไนซ์ จบงานรับเงินสวัสดีลูกค้า มันคือการสร้างคนจริงๆ
! จุดนี้เองทำให้เรารู้สึกว่า เราต้องมีความรับผิดชอบต่อเด็กแล้ว ณ ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกรักความเป็นอาจารย์เข้าไปแล้ว


UploadImage


เราสอนให้เขา
เอาไปใช้งานในอนาคต

อาจารย์พีไม่ใช่สายวิชาการ แต่เป็น พีเป็นสายบู๊! สายธุรกิจ อาจารย์พีจะไม่สอนเด็กแบบสองชั่วโมงครึ่งนั่งเปิดเพาเวอร์พอยต์ในห้องเรียนแล้วคุยกันนะ แต่อาจารย์จะใช้การสอนทฤษฏีในสิ่งต้องรู้ หลังจากนั้นถึงนำเรื่องต่างๆ มาเป็นกรณีศึกษามีร่วมหารือ วิจารณ์  แลกเปลี่ยนความคิดกันเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ 

ในช่วงเช้าของทุกวันอาจารย์พีจะอ่านหนังสือพิมพ์ ตัดข่าวที่น่าสนใจ เอาไปคุยกับเด็กๆ ในห้องเรียน เพื่อเป็นการแชร์ไอเดียกัน เพราะฉะนั้นการสอนของอาจารย์พีมันไม่ใช่ว่ารู้หลักทฤษฏีแล้วกลับบ้านได้เลย แต่ต้องรู้เรื่องที่เกี่ยวเนื่องในตัวเด็ก หรือเอาไปใช้ในอนาคตได้

 

นอกจากเรื่องสไตล์การสอนที่แหวกแนว แถมยังสนุกแล้ว อาจารย์พียังขอนำเสนอรายวิชาที่เธอเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ นั่นคือวิชา การวางแผนพัฒนาธุรกิจโรงแรม อาจารย์เล่าว่า วิชานี้เป็นวิชาที่ไม่มีสอบ วิธีการคือจะแบ่งเด็กเป็นกลุ่ม แล้วให้โจทย์ไปทำในงาน เช่น กลุ่มบูติคโฮเต็ล กลุ่มลักชัวรี่ (luxury) กลุ่มโฮสเทล แล้วกำหนดที่ตั้งให้อยู่ในโลเคชั่นเดียวกัน  เพื่อให้เด็กคิดกระบวนการในการจัดการโรงแรมที่ได้รับโจทย์ ซึ่งเด็กต้องนำความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่ปี 1-3 มาประยุกต์ใช้ จากนั้นก็มานำเสนอต่อหน้าผู้ประกอบการจริง  ซึ่งกรรมการเหล่านี้จะเป็นผู้ให้ความคิดเห็น คอมเมนต์งาน  ส่วนอาจารย์พีมีหน้าที่เป็น “โค้ช” ในการเรียนการสอน และแนะนำเด็กนักศึกษา ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้ที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่ามันได้ผลดีมาก!

นอกจากนี้ อาจารย์พียังเชิญวิทยากรจากภายนอกมาบรรยายในรายวิชา เอาประสบการณ์จริงๆ มานำเสนอให้เด็กๆ นักศึกษาเห็น ว่าในการทำงานด้านนี้แต่ละจุดเป็นอย่างไร มีอะไรต้องระวัง มีอะไรที่เป็นปัญหา ก่อนที่จะไปทำงานหลังจากจบการศึกษา

 
 

บทบาทที่ลงตัว
นักธุรกิจ x อาจารย์

การเป็นอาจารย์ต้องลงแรงทั้งกาย ทั้งใจ เพื่อดูแลสั่งสอน เด็ก คือเรารู้สึกภาคภูมิใจเมื่อเด็ก ส่งข้อความมาบอกว่า “แม่หนูได้งานแล้วนะ”  ในขณะที่การเป็นนักธุรกิจ เป้าหมายคือ เรื่องเงินเป็นหลัก (หัวเราะ)


แต่ไม่ว่าจะสวมบทบาทไหน จุดหมายปลายทางคือ ความสำเร็จ พีมองว่าเราต้องก้าวไปพร้อมๆ กับโลก จำได้ว่า ครั้งแรกที่สอนเด็กนักศึกษา  อาจารย์บอกว่า “อาจารย์ขอโทษนะ ถ้ายังทำอะไรไม่ดี คือเด็กสามารถบอกเราได้ เพราะนี่ก็ครั้งแรกของเราเหมือนกัน อะไรที่เราพูดหรือสอนแล้วไม่เข้าใจ บอกได้เลยนะ เพราะเราเป็นคนทำอะไรไว” พอพูดแบบนี้เด็กๆ ก็จะแฮปปี้ และอีกอย่างวัยก็ห่างกันไม่มากนัก จึงไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารมากนัก


UploadImage

เป้าหมายของ " โค้ชพี "
กับความรู้ที่กว้างขวางกว่าตำราเรียน 

“อาชีพนี้ทำให้พีต้องอ่านหนังสือ” “อาชีพนี้ทำให้พีต้องทำตัวเองให้เป็นคนดี” “เราต้องพัฒนาตัวเอง ต้องไม่โง่ ต้องเป็นที่พึ่งของเด็กได้” อาชีพนี้มีคนคาดหวังในตัวเราเยอะ เพราะเด็กนักศึกษาร้อยคนรอฟังสิ่งที่เราคิด มันเลยเป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา “พีสอนให้เด็กทันโลก โลกอยู่ตรงไหนคุณก็ต้องอยู่ตรงนั้น”

 

พีเข้ามาอยู่ที่มหาลัยศรีปทุมประมาณ 1 ปี เรารู้จักนักศึกษาแค่ปีเดียว เราส่งพวกเขาไปแล้วหนึ่งรุ่น พวกเขาเชื่อฟังพี และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนในสิ่งที่เราแนะนำ ถึงวันที่สหกิจเสร็จกลายเป็นว่าทุกคนได้งานทำ นั่นแหละคือสิ่งที่พีว่ามันที่สุดแล้ว

 

UploadImage
 

โค้ชพีฝากถึงเด็กๆ
ที่สนใจเรียนสาขาโรงแรม

สาขาโรงแรมดูเป็นสาขาที่อยู่มานานมากนะ แต่คนมักจะมองข้าม ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้ามองภาพรวมของประเทศ ธุรกิจรายได้หลักของประเทศก็เป็นอุตสาหกรรมการบริการ เพราะฉะนั้นมันก็หนีไม่พ้นงานบริการอยู่ดี โรงแรมเองก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ผู้เล่นเกมเปลี่ยนเป็นต่างชาติเข้ามาลงทุน
 

อาจารย์พีได้ยินคนพูดเยอะมากว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ต่อไปอุตสาหกรรมบริการก็คงไม่มีใครใช้ แต่สำหรับอาจารย์มองว่า บางที่เขาใช้หุ่นยนต์ในการบริการเพื่อประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดหุ่นยนต์รองรับอารมณ์ของคนไม่ได้หรอก มันไม่ยิ้มเท่าเรา ดังนั้นอาชีพด้านงานบริการจะไม่ตาย ถ้าคุณอยู่เป็น