อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มต้นขึ้นจากประเทศจีน หลังจากนั้นก็มีข่าวการระบาดเพิ่มขึ้นทุกวัน จนต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นโควิด – 19 (COVID 19) ซึ่งวิกฤตโควิด – 19 เริ่มมีการแพร่ระบาดไปในหลายประเทศ ยิ่งนานวันก็ยิ่งขยายการแพร่ระบาดออกไป แม้กระทั่งประเทศไทยก็เริ่มมีการระบาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หนักสุดในเดือนมีนาคม 2563 จนต้องมีการล๊อคดาวน์ หยุดการทำงาน รวมถึงสถานศึกษาต้องหยุดการเรียนการสอน ซึ่งโควิด  -19 ได้สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายแก่สังคมโลกเป็นอย่างมาก การแพร่ระบาดของ COVID-19 สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในวงกว้างทั้งในภาคการบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างสูงคือธุรกิจสายการบิน  โดยในระดับโลกจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีจำนวนเกือบ 3,000,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 เมษายน 2563) จากการแพร่ระบาดทำให้หลายประเทศทั่วโลก เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย รวมถึงไทย ใช้มาตรการปิดเมือง (lock-down) หรือกระทั่งปิดประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเดินทางเข้ามาแพร่เชื้อโรค ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เข้าหรือออกจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ปรับลดลงอย่างมาก โดยจีนปรับลดลงกว่า 82% เกาหลีใต้ลดลง 70%  อิตาลีลดลง 60% และไทยลดลงกว่า 60เช่นกัน และหลายสายการบินทั่วโลกได้ยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางระหว่างประเทศกว่า 80-90% ตั้งแต่ มีนาคม 2563 จนไปถึง พฤษภาคม 2563 และมีแนวโน้มว่าจะยกเลิกเที่ยวบินไปจนถึงสิ้นปี 2020 เป็นอย่างน้อย                                              

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

จากที่หยุดให้บริการทั้งในเส้นทางระหว่างประเทศและในประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลายสายการบินต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินการด้วยการลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะด้านค่าใช้จ่ายพนักงานที่คิดเป็น 15% ของต้นทุนทั้งหมด รวมทั้ง เพิ่มช่องทางในการหารายได้ เช่น สายการบินไทย เน้นให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศเพิ่มขึ้น และให้ครัวการบินไทยปรับมาขายอาหารที่ปรุงโดยเชฟของครัวการบินไทย รวมถึงการขายเบเกอรี่ของ Puff & Pie ผ่านทางร้าน Puff & Pie และทางออนไลน์  สายการบินไทยแอร์เอเชีย มีการเปิดขายบัตรโดยสารล่วงหน้า และขายเบเกอรี่และเครื่องดื่มผ่านทางเดลิเวอรี่  สายการบินนกแอร์ จัดโปรโมชัน “ซื้อก่อน บินทีหลัง” ด้วยการขาย voucher ล่วงหน้าเพื่อนำไปใช้ในช่วง 1 มิ.ย. 20 – 31 ธ.ค. 2563 นอกจากนี้ยังมีสายการบินต่างชาติ เช่น สายการบิน EVA Air ได้ออกแพคเกจ “บินวนไม่ลงจอด” โดยใช้เครื่องบิน Airbus 330 มาบริการ เพื่อเป็นการตอบโจทย์คนที่ “คิดถึง” เครื่องบิน

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

ส่วนการหยุดบินในต่างประเทศ ในส่วนของภาครัฐได้ให้ความช่วยเหลือสายการบินในหลายรูปแบบภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตและกลับมาให้บริการได้ โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ให้เหตุผลที่ภาครัฐควรจะต้องเข้ามาสนับสนุนธุรกิจการบิน เช่น การช่วยลดการเลิกจ้างงานในธุรกิจการบิน ช่วยรักษาการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ค่อนข้างไกล การทำให้การขนส่งสินค้าทางอากาศโดยเฉพาะยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังดำเนินต่อไปได้ และที่สำคัญคือ การช่วยรักษาการเชื่อมต่อทางอากาศ (Air Connectivity) โดยการช่วยเหลือธุรกิจสายการบินให้ผ่านพ้นวิกฤตส่วนใหญ่สามารถทำได้ใน 2 ลักษณะ

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

1. หากเป็นสายการบินขนาดใหญ่ที่สถานะการเงินที่ค่อนข้างดี จะสามารถเพิ่มสภาพคล่องด้วยตนเองได้ด้วยการระดมทุน เช่น Singapore Airline เพิ่มทุนราว 3.45 แสนล้านบาทด้วยการออกหุ้นสามัญและหุ้นกู้แปลงสภาพ สายการบิน Qantas Airways ออกหุ้นกู้โดยใช้เครื่องบินเป็นตัวค้ำประกันมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท หรือ วิธีการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions –  M&A) เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง
2. หากเป็นสายการบินที่มีสถานะการเงินที่ค่อนข้างเปราะบางหรือไม่ค่อยดี รัฐบาลในหลายประเทศได้ให้ความช่วยเหลือธุรกิจสายการบินภายใต้เงื่อนไขที่รัฐกำหนด ซึ่งรูปแบบการให้ความช่วยเหลือในต่างประเทศอาจแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบดังนี้

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

2.1 การลดค่าธรรมเนียมและค่าภาษีในธุรกิจการบิน เช่น การลดค่าจอดเครื่องบิน การลดค่าบริการจราจรทางอากาศ การลดค่าสาธารณูปโภคอื่น ๆ และการลดภาษีเครื่องบินกับภาษีสนามบิน ตัวอย่าง เช่น รัฐบาลออสเตรเลียให้ความช่วยเหลือสายการบินในเรื่องนี้มูลค่ากว่า 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในสิงคโปร์ให้ความช่วยเหลือมูลค่ากว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนไทยทางภาครัฐ บมจ.ท่าอากาศยานไทยและหน่วยงานอื่นๆ ได้ให้ความช่วยเหลือธุรกิจการบินในบางส่วน พร้อมทั้งยังออกมาตรการเพิ่มเติมแก่สายการบินที่หยุดให้บริการชั่วคราว ตัวอย่าง เช่น การลด/ยกเว้นค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยานและที่เก็บอากาศยาน การลดค่าบริการเดินอากาศ และการขยายเวลาการปรับลดภาษีสรรพาสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง
2.2 การสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรทางการบินเพื่อลดการถูกพักงานหรือโดนเลิกจ้าง เช่น การกำหนดเพดานเงินชดเชยต่อบุคลากร การห้ามปลดพนักงานจนถึง 30 กันยายน 2563 ส่วนของไทยยังไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาช่วยเหลือบุคลากรทางการบินหากถูกเลิกจ้าง ปัจจุบันบริษัทที่เป็นบริษัทลูกของสายการบินในไทยได้ปลดพนักงานออกเป็นจำนวนหนึ่งตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 โดยคัดเอาพนักงานบางส่วนไว้
2.3 การพิจารณาให้เงินกู้ระยะสั้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่สายการบิน ในการนำเงินกู้มาฟื้นฟูธุรกิจสายการบิน ในไทยก็ยังไม่มีมาตรการดังกล่าว มีเพียงเปิดให้ทำการบินภายในประเทศได้บางส่วนเท่านั้น

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

ทั้งนี้ สามารถสรุปประเด็นสำคัญของผลกระทบเพื่อนำไปสู่การปรับตัว ดังนี้
1. การควบรวมกิจการสายการบินจะมีมากขึ้น (Massive consolidation)                                                    
การสั่งให้สายการบินหยุดการให้บริการ ถือว่าเป็นการลดการเดินทางแบบฉับพลันทันทีและเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเป็นเวลานาน นับตั้งแต่เดือน มกราคม 2563 ถือว่าเป็นวิกฤติที่ทำให้ทุกสายการบินต่างช็อคกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมการบินไม่เคยพบมาก่อน ส่งผลที่รุนแรงทางลบต่อรายได้ ผลกำไร และสถานะการเงินของสายการบินต่าง ๆ เนื่องจากธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนสูง ในขณะที่การแข่งขันที่รุนแรงที่ผ่านมาทำให้มีกำไร หรือ “Margin” ต่ำ สายการบินใดที่เดิมมีสภาพง่อนแง่นอยู่แล้ว วิกฤติครั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าจะเห็นธุรกิจการบินต้องล้มละลายอีกจำนวนมาก และจะมีการปรับตัวโดยการกดดันจากเจ้าหนี้อย่างมาก เนื่องจากกลัวจะเป็นหนี้เสียก้อนใหญ่ และไม่อยากให้ล้มไป เพราะอย่างไรการมีสายการบินยังคงมีความจำเป็นต่อการเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ แต่จะต้องมีการบังคับให้ลดขนาดกิจการเดิมลงมาแบบรุนแรงเพื่อลดค่าใช้จ่ายและสนับสนุนให้ควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หากในแต่ละประเทศมีสายการบินในจำนวนที่มากเกินไป

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

2. ความต้องการการเดินทางที่มีแนวโน้มที่ลดลง (Low demand)
ในระหว่างวิกฤติการ Covid-19 ผู้โดยสารจะมีการปรับพฤติกรรมการเดินทาง (Modify their behavior) โดยลดความถี่ในการเดินทางเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งจะกระทบโดยตรงต่อยอดขายของสายการบิน อีกทั้งจำนวนที่นั่งของเครื่องบินก็จะต้องลดลงเพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม หรือมีการปรับรูปแบบที่นั่งบนเครื่องบิน ตามข้อกำหนดซึ่งกระทบทางลบต่อรายได้ แนวทางการรักษารายได้ของสายการบิน อาจเลือกใช้การขึ้นค่าโดยสาร แต่ก็จะส่งผลให้ลูกค้าลดการเดินทางโดยไม่จำเป็น ธุรกิจสายการบินจึงต้องปรับตัวอย่างมากในการสร้างสมดุลจากรายได้ที่อาจเติบโตได้ยากกับต้นทุนที่สูงและต้องบริหารจัดการเพื่อให้อยู่รอด

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

3. การดูแลความปลอดภัยทางด้านสุขภาพของผู้โดยสารจะมีมากขึ้น (Enhanced security measures)
ในระยะต่อไปจะกลายเป็นความปกติใหม่ที่ก่อนบิน ระหว่างบิน และถึงจุดหมายปลายทางจะมีมาตรการเข้มข้นในการตรวจอุณหภูมิ การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การเตรียมจุดแอลกอฮอล์ให้ล้างมืออยู่ในบริเวณท่าอากาศยานและบนเครื่องบิน ซึ่งทำให้ต้องเพิ่มระบบหรือกระบวนการในการทำงาน และมีต้นทุนทั้งเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น อาจเกิด Applications ใหม่ๆ ที่ใช้ตรวจสอบ ติดตามผู้โดยสาร เพราะหากมีการแพร่เชื้อจะได้สามารถติดตามแก้ไขการระบาดได้ทันที

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

4. การเพิ่มความสำคัญของท่าอากาศยานที่เป็นศูนย์กลาง (Strengthening the role of hubs)
ที่ผ่านเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่พยายามจัดให้มีสนามบินที่เมืองของตน และให้เป็นจุดศูนย์กลางในการเดินทางหรือ HUB เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน แต่ต่อไปในอนาคต หากความถี่ในการเดินทางลดลง สนามบินของเมืองเล็กจะลดบทบาทลง ส่วนสนามบินเมืองใหญ่ที่เป็น “Hub” จะได้รับความสำคัญมากขึ้นในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อโดยรถยนต์ หรือรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองอื่น ๆ และการบินไปยัง Hub ยังคุ้มค่ากว่าเพราะมี Aircraft load factor ที่สูงกว่า แต่สนามบินเหล่านี้ก็จะต้องเตรียมรองรับผู้โดยสารที่จะต้องใช้เวลามากขึ้นในการตรวจ และพื้นที่ที่ต้องนั่งห่างกัน อาจเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจเกี่ยวกับ VIP Lounge หรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชั้นธุรกิจได้มากขึ้น   

อุตสาหกรรมการบินจะผ่านไปอย่างไรกับโควิด -19

5. การขยายตัวของรายได้จากบริการรูปแบบใหม่ๆ (New fee-based services)                                     ตัวอย่างของ Low-cost airline เช่น Ryanair ที่พยายามปรับตัวจากเหตุการณ์วิกฤติ Covid-19 โดยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้โดยสารระหว่างเดินทาง เช่น การจำหน่ายหน้ากากอนามัยให้ลูกค้าหากลูกค้าลืมนำมา เพราะเป็นข้อกำหนดที่ผู้โดยสารทุกคนต้องสวมหน้ากาก หรือการนำเสนอสินค้าที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้ เช่น ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยทางสุขภาพ หรือสายการบินนกแอร์ จัดแพคเกจ “เที่ยวก่อน จ่ายทีหลัง” หรือสายการบิน EVA Air ที่ให้บินวนเท่านั้น หรือสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งได้ทำมานานแล้ว เช่น จองบัตรโดยสารออนไลน์  เช็คอินผ่านเว็บไซต์หรือตู้ Kiosk เช็คอินผ่านมือถือแล้วสแกน QR code เช็คอิน พิมพ์แท็กกระเป๋าเอง ติดได้เองแล้วไป drop ที่บริเวณส่งกระเป๋าขึ้นเครื่อง ไม่จำเป็นต้องไปที่เคาน์เตอร์ แม้ขึ้นเครื่องบินก็ไม่จำเป็นต้องเจอใคร แสดงเว็บเช็คอินให้พนักงานดูก็ขึ้นเครื่องได้เลย เป็นต้น ซึ่งอาจกลายเป็นรายได้บริการในรูปแบบอื่น ๆ นอกเหนือจากรายได้จากค่าโดยสาร

6. การหมดยุคของเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ (The end of giant planes)                                     สายการบิน Emirates วางแผนปลดประจำการเครื่องบิน Airbus 380 เช่นเดียวกับสายการบิน Lufthansa ก็จะปลดเครื่องบิน Airbus A380S จำนวน 6 ลำ ออกจากฝูงบิน ทำให้เป็นแนวโน้มที่สายการบิน   ต่าง ๆ จะใช้เครื่องบินขนาดยักษ์ลดลง เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่อาจลดลง แต่ขณะที่ต้นทุนการบินของเครื่องบินขนาดยักษ์อยู่ในระดับสูง จึงไม่สามารถทำกำไรให้ได้คุ้มค่า  สายการบินต่าง ๆ จึงพยายามปรับ หรือแม้แต่การสั่งเครื่องบินในอนาคตจะต้องคำนวณจำนวนที่นั่งที่มีขนาดเหมาะสมภายใต้ยุค Social distancing แบบนี้

7. การหมดยุคของที่นั่งชั้นหนึ่ง (The end of 1st class)
ในอดีตการมีที่นั่งโดยสารชั้น 1 จะเป็นการแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ทำให้สายการบินต่าง ๆ ได้รายได้จากกลุ่มนี้อย่างมาก เพราะค่าโดยสารที่แพง มีบริการดูแลที่ดีเยี่ยม แต่ก็ต้องใช้พื้นที่บริการค่อนข้างมาก ในอนาคตภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 การจัดแบ่งพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนไปเพื่อให้ได้ Load Factor ที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด อาจมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงโดยหยุดการจัดพื้นที่แบบดั้งเดิม เช่น ชั้นหนึ่ง ชั้นธุรกิจ และชั้นประหยัด ที่ใช้กันมายาวนาน เป็นรูปแบบอื่นที่ทำ Load Factor ให้มากที่สุด

สรุปจากสถานการณ์โควิด 19 ทำให้สายการบินต้องมีการปรับตัวหลายอย่าง เช่น ในประเทศไทยมีการปรับตัวรับ New Normal ลดการสัมผัส เพิ่มระยะห่างทางสังคม รวมถึงการจัดการและบริการในภาคพื้นดิน เช่น บริเวณอาคารผู้โดยสารของสนามบิน หลัก ๆ คือ ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันการระบาด ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน บนรถ shuttle bus หรือระหว่างปล่อยผู้โดยสารไปขึ้นเครื่องบิน (Boarding) ส่วนการบริการบนเครื่องบิน พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็มีอุปกรณ์ป้องกันครบครัน ไม่ขายที่นั่งโซนกลางเครื่องเพื่อเว้นระยะห่างบนเครื่องบินให้เป็นไปตามที่สำนักงานกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยกำหนด งดการจำหน่ายอาหารบนเครื่องบินเพื่อลดการถอดหน้ากาก ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่กล่าวมาเพื่อทำให้ผู้โดยสารเกิดความมั่นใจในความปลอดภัยในเดินทางว่าจะปลอดภัยจากสถานการณ์โควิด 19
จากสิ่งที่โควิด 19 ทิ้งไว้กับอุตสาหกรรมการบิน ทำให้ในอนาคตธุรกิจการบินจะต้องมีการปรับตัวหลายอย่าง เพราะแทบทุกประเทศทั่วโลกพากันปิดน่านฟ้า การควบคุมการเดินทางทางอากาศ จนถึงขั้นระงับให้สายการบินหยุดบิน หรือสายการบินต้องหยุดบินเองเพราะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการผ่อนคลาย ก็อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการเดินทางในอนาคต ซึ่งปัจจุบันใช้วิถีชีวิตใหม่ หรือ New Normal ของการเดินทางทำให้ธุรกิจสายการบินต้องปรับตัวต่างไปจากเดิมอย่างมาก.

บทความ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนกร ณรงค์วานิช
วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
Thanakorn.na@spu.ac.th

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

คณะดิจิทัลมีเดีย SPU ร่วมประชุมหารือความร่วมมือ Taiwan × SPU เสริมศักยภาพวิชาการและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เข้าร่วมประชุมหารือความร่วมมือทางวิชาการกับพันธมิตรจากประเทศไต้หวัน ภายใต้โครงการ “Taiwan

นิเทศศาสตร์ SPU สร้างเวทีจริงจัดคอนเสิร์ต 66 โชว์ ผลงานนักศึกษา ยกระดับสอบปลายภาคสู่เวทีมืออาชีพ

คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการแสดง มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดการสอบปลายภาคในรายวิชา CPA26267

คณะดิจิทัลมีเดีย SPU โชว์ผลงานสุดสร้างสรรค์ 127 ผลงาน ในงาน “Graphic Bar Thesis Exhibition 2026” สะท้อนศักยภาพคนรุ่นใหม่

คณะดิจิทัลมีเดีย สาขาการออกแบบกราฟิก มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดงานนิทรรศการแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4

คณะดิจิทัลมีเดีย SPU ชวนนักศึกษาร่วมฟังบรรยาย ทุนการศึกษา-แลกเปลี่ยนต่างประเทศ เปิดโลกทัศน์และสร้างโอกาสใหม่สู่อนาคต

คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอเชิญชวนนักศึกษาที่สนใจการศึกษาต่อต่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมบรรยายพิเศษและแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับ ทุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ