เรียนโลจิสติกส์ยุค AI อนาคตไปได้ไกลกว่าที่คิด! SPU เปิดโลกอาชีพจาก Supply Chain–Data สู่ Smart Logistics และธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม

เรียนโลจิสติกส์ยุค AI อนาคตไปได้ไกลกว่าที่คิด! SPU เปิดโลกอาชีพจาก Supply Chain–Data สู่ Smart Logistics และธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม

เมื่อพูดถึงอาชีพด้านโลจิสติกส์ หลายคนอาจนึกถึงรถบรรทุก คลังสินค้า หรือการขนส่งเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง โลกโลจิสติกส์มีขอบเขตกว้างกว่านั้นมาก โดยเฉพาะในยุคที่ AI, Big Data และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการธุรกิจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิสา ด่วนตระกูลศิลป์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดมุมมองเส้นทางอาชีพของคนเรียนโลจิสติกส์ ตั้งแต่งาน Supply Chain การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารคลังสินค้าอัจฉริยะ ไปจนถึงโอกาสในอุตสาหกรรมการบินและ Smart Mobility พร้อมแนะนำ 4 แนวทางเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

ผศ.ดร.วันวิสา อธิบายว่า ความเข้าใจของคนทั่วไปที่มองว่าโลจิสติกส์เป็นเพียงเรื่องการขนส่งสินค้าและคลังสินค้า เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมเท่านั้น เพราะหัวใจของโลจิสติกส์ครอบคลุมการเคลื่อนย้ายทั้งสินค้า คน และข้อมูล โดยต้องมองการบริหารจัดการตลอดโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าถึงมือลูกค้า

ด้วยขอบเขตการทำงานที่กว้าง ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษาด้านโลจิสติกส์มีโอกาสประกอบอาชีพหลากหลาย ตั้งแต่งานจัดซื้อจัดหา การบริหารคลังสินค้า การวางแผนการขนส่ง การจัดการข้อมูลและระบบสารสนเทศ ตลอดจนงานวิเคราะห์ต้นทุนและปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานด้านที่ปรึกษาธุรกิจ หรือพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ เช่น ธุรกิจตัวแทนรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder)

ผศ.ดร.วันวิสา ยังชี้ให้เห็นว่า เมื่อมองการเคลื่อนย้ายในมิติที่กว้างขึ้น อุตสาหกรรมการบินก็มีเส้นทางอาชีพเบื้องหลังที่น่าสนใจ ทั้ง Flight Operations, Flight Dispatcher และ Aviation Safety ซึ่งเป็นสายงานที่ศิษย์เก่าของวิทยาลัยมีประสบการณ์ทำงานอยู่จริง โดยแต่ละตำแหน่งต้องอาศัยความรู้และคุณสมบัติเฉพาะทางที่แตกต่างกัน

AI ไม่ได้ทำให้งานโลจิสติกส์หมดไป แต่เปลี่ยนบทบาทของคนทำงาน

เมื่อ AI และ Big Data เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรม ผศ.ดร.วันวิสา มองว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถของบุคลากรในการนำเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาให้กับองค์กร โดยยกตัวอย่างการทำงานของ Google Maps ที่นำข้อมูลการเดินทางจำนวนมากมาประมวลผลเพื่อช่วยเลือกเส้นทาง เช่นเดียวกับโลจิสติกส์ยุคใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะเคลื่อนย้ายคนหรือสินค้าไปที่ใด เมื่อไร และด้วยวิธีใดจึงจะคุ้มค่าที่สุด

“การมีเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้องค์กรฉลาดขึ้นเอง ต้องมีคนที่รู้ว่าจะเอาไปแก้ปัญหาอะไร”

ผศ.ดร.วันวิสา อธิบายว่า AI สามารถเข้ามาช่วยงานคำนวณและงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ ได้มากขึ้น แต่คนยังมีบทบาทสำคัญในการตั้งโจทย์ ทำความเข้าใจบริบท และตัดสินใจว่าจะนำผลลัพธ์จากเทคโนโลยีไปใช้อย่างไร

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงเปิดโอกาสให้เกิดบทบาทงานที่เชื่อมระหว่างองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์กับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์ซัพพลายเชน ผู้วางแผนงานโดยใช้ข้อมูล หรือผู้ดูแลระบบบริหารคลังสินค้าและการขนส่ง เช่น Warehouse Management System (WMS) และ Transportation Management System (TMS)

เจาะ 3 สายอาชีพโลจิสติกส์ยุคใหม่ ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

สำหรับกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลและการจัดการระบบอัจฉริยะ ผศ.ดร.วันวิสา ยกตัวอย่าง 3 สายงานที่น่าสนใจ ได้แก่

1. Supply Chain Analyst — นักวิเคราะห์โซ่อุปทาน

ทำหน้าที่มองภาพรวมการดำเนินงานตลอดโซ่อุปทาน วิเคราะห์ว่ากระบวนการส่วนใดมีปัญหา เกิดความล่าช้า หรือมีต้นทุนสูง พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการจัดซื้อ การผลิต คลังสินค้า และการขนส่ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคู่ค้า

2. Logistics Data Analyst — นักวิเคราะห์ข้อมูลโลจิสติกส์

ทำหน้าที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การพยากรณ์ความต้องการสินค้า การวางแผนปริมาณสินค้าคงคลัง และการป้องกันปัญหาสินค้าขาดหรือมีมากเกินความจำเป็น เป็นสายงานที่ต้องอาศัยทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลควบคู่กับความเข้าใจกระบวนการโลจิสติกส์

3. Smart Warehouse Management — งานบริหารคลังสินค้าอัจฉริยะ

เกี่ยวข้องกับการบริหารพื้นที่จัดเก็บสินค้า การควบคุมสต็อก การจัดการกระบวนการหยิบและบรรจุสินค้าให้รวดเร็วและประหยัดต้นทุน โดยใช้ซอฟต์แวร์บริหารคลังสินค้าอย่าง WMS และมีความเข้าใจการทำงานของระบบอัตโนมัติ

ผศ.ดร.วันวิสา เน้นย้ำว่า ทั้ง 3 สายงานมีทักษะสำคัญร่วมกันคือ การคิดอย่างเป็นระบบ การใช้เหตุผล และความสามารถในการแก้ปัญหา โดยไม่จำเป็นต้องมีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ในระดับสูงเป็นพิเศษ เพราะปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ช่วยประมวลผล แต่บุคลากรต้องสามารถทำความเข้าใจข้อมูลและนำผลลัพธ์มาใช้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

นอกเหนือจากตำแหน่งงานด้านขนส่งและคลังสินค้าแล้ว ผศ.ดร.วันวิสา อธิบายว่า องค์ความรู้โลจิสติกส์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายธุรกิจ เพราะทุกองค์กรที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บุคลากร หรือข้อมูล ล้วนต้องอาศัยการวางแผนและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ภาคการผลิตที่ต้องวางแผนวัตถุดิบและการกระจายสินค้า ธุรกิจค้าปลีกที่ต้องจัดการระบบสั่งซื้อ การจัดเก็บสินค้าและการจัดผังร้านค้า รวมถึงธุรกิจนำเข้า–ส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร พิธีการศุลกากร และกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

ขณะที่อุตสาหกรรมการบินมีงานด้านการวางแผนปฏิบัติการบิน การควบคุมเที่ยวบิน และการจัดการความปลอดภัย ส่วนการพัฒนา Smart Mobility ยังเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะ เมืองอัจฉริยะ และพลังงาน ซึ่งต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์เป็นองค์ประกอบสำคัญ

ที่น่าสนใจคือ ศิษย์เก่าบางรายยังนำทักษะจากการเรียนโลจิสติกส์ เช่น การวางแผน การประสานงาน และการบริหารเวลา ไปต่อยอดสู่งานด้านทรัพยากรบุคคล การบริหารโครงการ รวมถึงธุรกิจอีเวนต์และนิทรรศการ แม้ตำแหน่งงานเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้ชื่อว่าโลจิสติกส์โดยตรง

อีกหนึ่งสาขาที่ ผศ.ดร.วันวิสา ให้ความสำคัญคือ Green Logistics หรือการจัดการโลจิสติกส์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เนื่องจากภาคธุรกิจมีความจำเป็นต้องลดผลกระทบจากกระบวนการดำเนินงานมากขึ้น

เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อม? 4 คำแนะนำสำหรับคนอยากเรียนโลจิสติกส์

สำหรับนักเรียนที่กำลังพิจารณาเลือกศึกษาต่อด้านโลจิสติกส์ ผศ.ดร.วันวิสา มองว่าสายงานนี้ยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะผู้ที่ชอบวางแผน ช่างสังเกต มีทักษะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สื่อสารได้ดี และสนใจเทคโนโลยี พร้อมแนะนำแนวทางเตรียมความพร้อม 4 ด้าน ได้แก่

1. ฝึกมองภาพรวมทั้งระบบ ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล เทคโนโลยี กระบวนการทำงาน และพฤติกรรมของคน เพื่อให้สามารถมองปัญหาและวางแผนการจัดการโลจิสติกส์ได้มากกว่าการรู้เฉพาะเรื่องขนส่ง

2. ใช้ AI เป็นเครื่องมือ แต่อย่าให้ AI คิดแทน ฝึกใช้ AI เพื่อค้นคว้าข้อมูล สรุปเนื้อหา และทดลองแก้โจทย์ต่าง ๆ ควบคู่กับการฝึกคิดวิเคราะห์และตรวจสอบผลลัพธ์ด้วยตนเอง

3. สะสมประสบการณ์ตั้งแต่ระหว่างเรียน เข้าร่วมกิจกรรม ฝึกงาน และสหกิจศึกษา เพื่อสัมผัสสภาพแวดล้อมการทำงานจริงก่อนสำเร็จการศึกษา โดยอาจารย์ระบุว่าวิทยาลัยมีเครือข่ายบริษัทด้านโลจิสติกส์กว่า 200 แห่ง ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาประสบการณ์ในสถานประกอบการ ส่วนผู้ที่สนใจสายการบินควรเริ่มสำรวจความสนใจของตนเอง และวางแผนพัฒนาความรู้รวมถึงใบรับรองที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ช่วงต้นของการเรียน

4. สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ ใช้โอกาสระหว่างเรียนทำความรู้จักอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ รุ่นพี่ และบุคลากรในอุตสาหกรรม เพราะเครือข่ายเหล่านี้อาจกลายเป็นที่ปรึกษาหรือเชื่อมโยงไปสู่โอกาสการทำงานในอนาคต

SPU เปิดพื้นที่เรียนรู้เทคโนโลยีควบคู่ประสบการณ์อุตสาหกรรม

ในด้านการจัดการเรียนการสอน ผศ.ดร.วันวิสา อธิบายว่า วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษาให้เข้าใจทั้งกระบวนการโลจิสติกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดโอกาสให้เรียนรู้แนวโน้ม AI และ Internet of Things (IoT) รวมถึงใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) จำลองสถานการณ์การจัดการคลังสินค้าและการวางเส้นทางขนส่ง

นอกจากนี้ ยังมีเวที The Professional Series ที่เชิญผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมมาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับนักศึกษา เพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในห้องกับความต้องการของโลกการทำงาน

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเตรียมบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น โดยไม่จำกัดความสามารถของผู้เรียนไว้กับงานขนส่งแบบเดิม แต่ส่งเสริมให้เข้าใจการบริหารระบบ การใช้ข้อมูล และการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อเปิดโอกาสต่อยอดสู่อาชีพที่หลากหลาย

ผศ.ดร.วันวิสา ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดสำคัญว่า “ความพร้อมทำงานไม่ได้เกิดในวันรับปริญญา แต่ค่อย ๆ สร้างจากทุกโอกาสระหว่างเรียน ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ”

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้

👁 ยอดวิว: 4

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

ปิดหลักสูตร SMART DRONE by SPU รุ่นที่ 1! โชว์โครงงานประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรน พร้อมสัมผัสนวัตกรรมขนส่ง–ระบบบินอัตโนมัติ สู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) โดยวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้

เรียนโลจิสติกส์ยุค AI อนาคตไปได้ไกลกว่าที่คิด! SPU เปิดโลกอาชีพจาก Supply Chain–Data สู่ Smart Logistics และธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม

เมื่อพูดถึงอาชีพด้านโลจิสติกส์ หลายคนอาจนึกถึงรถบรรทุก คลังสินค้า หรือการขนส่งเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง

นักศึกษา SPU สร้างชื่อบนเวทีนานาชาติ 2 ปีซ้อน! คว้ารองชนะเลิศอันดับ 2 ศึก ‘Belt & Road and BRICS 2026’ ประเทศจีน ชูศักยภาพ Data และ AI สู่โลกธุรกิจดิจิทัล

นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) สร้างชื่อบนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติอีกครั้ง หลังคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2