เมื่อความสนใจจากการศึกษาดูงาน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพด้านโดรน นักศึกษาวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ต่อยอดการเรียนรู้สู่การฝึกสหกิจศึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานไร้คนขับ ก่อนมีโอกาสร่วมภารกิจใช้โดรนลำเลียงสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม สะท้อนการประยุกต์ใช้ความรู้ด้าน Aviation Safety กับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่ และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เมื่อเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone กำลังเข้ามามีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การสำรวจ การเกษตร การขนส่ง ไปจนถึงภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย องค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการบินจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำงานในสายการบินหรือสนามบินอีกต่อไป แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่ได้อย่างหลากหลาย
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนภาพการเรียนรู้ดังกล่าว คือเรื่องราวของ นายเตชินร์ ทรงปัญญา นักศึกษาสาขาการจัดการความปลอดภัยการบิน วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) ที่เริ่มต้นความสนใจด้านโดรนจากการศึกษาดูงานกับอาจารย์ ก่อนนำความสนใจมาต่อยอดด้วยตนเอง จนตัดสินใจเข้ารับการฝึกสหกิจศึกษากับ บริษัท พัทยา โดรน แอนด์ โรโบติกส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (PATTAYA Drone and Robotics Center: PDRC) และได้รับโอกาสร่วมทีมผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากเครื่องจำลองการบินในวันศึกษาดูงาน สู่การค้นพบเส้นทางอาชีพที่สนใจ
เตชินร์เล่าว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักเทคโนโลยีโดรนเกิดขึ้นระหว่างการศึกษาดูงานกับอาจารย์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้ทดลองเครื่องจำลองการบินโดรน (Simulator) จากเดิมที่เคยมองว่าโดรนเป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพ แต่เมื่อได้สัมผัสและเรียนรู้เพิ่มเติม จึงเริ่มมองเห็นความหลากหลายของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ
แม้หลักสูตรที่เรียนในรุ่นของตนจะไม่มีรายวิชาเกี่ยวกับโดรนโดยตรง แต่ความสนใจครั้งนั้นทำให้เตชินร์เลือกศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง ทั้งประเภทของโดรน ลักษณะการใช้งาน และความแตกต่างของการฝึกทักษะสำหรับแต่ละภารกิจ เช่น การสำรวจความร้อนและการสำรวจพื้นที่ จนเริ่มสนใจเส้นทางอาชีพด้านการบินโดรนอย่างจริงจัง
“จากการไปดูงาน ทำให้ผมได้เห็นเส้นทางที่ผมอยากจะไป” เตชินร์กล่าว พร้อมอธิบายว่า การได้เห็นการทำงานของบุคลากรในแต่ละฝ่าย ช่วยให้สามารถพิจารณาความสนใจของตนเองและตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ต้องการพัฒนาต่อได้ชัดเจนขึ้น
ความสนใจดังกล่าวนำไปสู่การเลือกฝึกสหกิจศึกษากับ PDRC ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้เทคโนโลยีโดรนและกระบวนการปฏิบัติงานที่แตกต่างจากในห้องเรียน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมก่อนและหลังการบิน รวมถึงการทำงานร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญ

จากการฝึกสหกิจศึกษา สู่ภารกิจโดรนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ระหว่างการฝึกสหกิจศึกษา เตชินร์ได้รับโอกาสร่วมลงพื้นที่กับครูและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการบินโดรนของ PDRC เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยทีมปฏิบัติงานได้นำโดรนมาใช้ขนส่งและลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย
ภารกิจดังกล่าวทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานภายใต้สถานการณ์จริง ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลาและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชน โดยเตชินร์อธิบายว่า ความรู้และทักษะที่นำมาใช้ได้อย่างชัดเจนคือการทำงานเป็นทีม การพูดคุยวางแผนก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและอุปกรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ประสบภัยกำลังรอความช่วยเหลือ
ประสบการณ์ครั้งนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการตัดสินใจ การเตรียมตัว และการประสานงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เตชินร์มองว่าตนเองมีพัฒนาการมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ การได้สัมผัสการทำงานจริงยังช่วยให้เป้าหมายในอนาคตชัดเจนขึ้น โดยเตชินร์ตั้งใจสะสมประสบการณ์ พัฒนาทักษะ และศึกษาต่อเพื่อให้ได้รับใบรับรองที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านโดรน พร้อมมองถึงโอกาสในการรับงานบินโดรนด้วยตนเอง หรือพัฒนาเป็นธุรกิจขนาดเล็กในอนาคต

Aviation Safety ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สนามบิน แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีการบินยุคใหม่
ด้าน อาจารย์อรรถพล เลากุลศิริ อาจารย์ประจำสาขาการจัดการความปลอดภัยการบิน วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายว่า การเรียนรู้ด้านความปลอดภัยการบินไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียน เพราะอุตสาหกรรมการบินมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับที่เข้ามามีบทบาททั้งด้านการขนส่ง การเกษตร การสำรวจ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
การพานักศึกษาออกไปศึกษาดูงานและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในสถานที่ปฏิบัติงานจริง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้นักศึกษามองเห็นว่า องค์ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ปัจจัยมนุษย์ (Human Factors) การตัดสินใจ และกฎหมายการบิน สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างไร
สำหรับกรณีของเตชินร์ อาจารย์อรรถพลมองว่า สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงการได้รับโอกาสร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่คือกระบวนการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจากความสนใจเล็กๆ ในวันศึกษาดูงาน ก่อนที่นักศึกษาจะเลือกค้นคว้าและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การฝึกสหกิจศึกษากับบริษัทที่ดำเนินงานด้านโดรนโดยตรง
“นักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งที่สุดตั้งแต่เริ่มต้น แต่ต้องเป็นคนที่เปิดรับโอกาส กล้าที่จะเรียนรู้ และลงมือพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ” อาจารย์อรรถพลกล่าว
พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า บทบาทของอาจารย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสและสภาพแวดล้อมให้นักศึกษาได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง เพราะเมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน นักศึกษาจะมีแรงผลักดันในการพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานจริง
ภารกิจโดรนช่วยน้ำท่วม กับบทเรียนเรื่องความปลอดภัยที่ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา
อาจารย์อรรถพลอธิบายว่า การนำโดรนเข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นตัวอย่างที่สะท้อนการนำองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยการบินไปประยุกต์ใช้จริง เพราะการปฏิบัติงานลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งสภาพอากาศ กระแสลม สิ่งกีดขวาง พื้นที่ปฏิบัติการ ตลอดจนความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
ขณะเดียวกัน ปัจจัยมนุษย์ (Human Factors) ยังมีความสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี ทั้งการตระหนักรู้สถานการณ์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน เนื่องจากภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ได้อาศัยเพียงทักษะการบังคับโดรน แต่ต้องอาศัยการประสานงานและการวางแผนร่วมกับทีมปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมและการดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้านการบิน
“ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงทฤษฎีที่เรียน แต่เป็นแนวคิดที่ต้องนำไปใช้ในการทำงานจริง” อาจารย์อรรถพลเน้นย้ำ พร้อมมองว่าประสบการณ์ของเตชินร์เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้จากห้องเรียนกับภาคสนาม และพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นบุคลากรด้านการบินที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อสังคม

อาจารย์อรรถพล เลากุลศิริ
อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการความปลอดภัยการบิน วิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้
สำหรับโอกาสทางอาชีพในอนาคต อาจารย์อรรถพลมองว่า เทคโนโลยีโดรนกำลังขยายขอบเขตงานด้านการบินออกไปมากกว่าการทำงานในสายการบินและสนามบิน ไม่ว่าจะเป็นงานปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ การวางแผนภารกิจ การประเมินความเสี่ยง การบริหารความปลอดภัย และการกำกับดูแลการปฏิบัติการบิน รวมถึงการใช้งานโดรนในภาคการขนส่ง การเกษตร การสำรวจ และการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่อาชีพเหล่านี้ไม่ได้อาศัยเพียงความสามารถในการบังคับโดรน แต่ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบการทำงาน กฎหมายและข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย การวางแผนการบิน การประเมินความเสี่ยง ตลอดจนทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจ โดยแต่ละสายงานยังมีข้อกำหนดด้านทักษะและคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ นักศึกษาควรเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบอากาศยานอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจริง เพื่อให้สามารถปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง
เรื่องราวของเตชินร์จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงสามารถเปิดโอกาสให้นักศึกษาค้นพบความสนใจ พัฒนาทักษะ และมองเห็นเส้นทางอาชีพที่กว้างขึ้น ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ด้าน Aviation Safety เทคโนโลยี Drone และการประยุกต์ใช้ระบบขนส่งรูปแบบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของวิทยาลัยโลจิสติกส์ การบิน และสมาร์ทโมบิลิตี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในการเตรียมบุคลากรให้พร้อมเรียนรู้และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SmartMobility #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #FutureSkills #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #วิทยาลัยโลจิสติกส์การบินและสมาร์ทโมบิลิตี้ #การจัดการความปลอดภัยการบิน








