การเริ่มต้นธุรกิจอาจไม่ได้เกิดจากแผนที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก แต่เริ่มจากความสนใจ ความรู้ที่สะสม และการกล้ากลับมาลองใหม่อีกครั้ง เช่นเดียวกับเส้นทางของ นายสยุมพร วานิยพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นำความชอบและความรู้เรื่องเสื้อผ้าแบรนด์มือสองมาต่อยอดเป็นธุรกิจจริง จนปัจจุบันมียอดขายระดับ 6 หลักต่อเดือน
จุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น เมื่อสยุมพรเคยลองเปิดกระสอบเสื้อผ้ามือสองเพื่อขายเป็นครั้งแรก แม้ในตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่ หรือจะหาลูกค้าจากที่ไหน และสุดท้ายต้องหยุดไปเพราะขายไม่ได้ แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาได้สะสมความรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้าไว้กับตัวเอง โดยมีครอบครัวคอยสนับสนุนและให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
เมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1 โอกาสในการกลับมาลองขายของเกิดขึ้นอีกครั้งจากการร่วมกับเพื่อนขายสินค้าในกิจกรรม SPU Market Halloween หลังจบงาน เขากลับมามองต้นทุนที่ตัวเองมีอยู่ และพบว่าความรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้าที่สะสมมาตลอดสามารถนำมาต่อยอดได้ จึงเริ่มออกไปหาเสื้อผ้ามือสองมาจำหน่ายอย่างจริงจัง
สินค้าหลักของร้านเป็นเสื้อโปโลและเสื้อผ้าแบรนด์ต่าง ๆ เช่น POLO Ralph Lauren, Tommy และ Lacoste โดยมีกลุ่มลูกค้าหลากหลายตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน ไปจนถึงข้าราชการ ทหาร และตำรวจ
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการคัดเลือกสินค้า สยุมพรเลือกทั้งการคัดเสื้อเป็นรายตัวและการเปิดกระสอบ เพราะต้องการตรวจสอบสินค้าได้ด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องสภาพสินค้าและความถูกต้องของแบรนด์ ก่อนนำเสื้อทุกตัวไปซัก รีด และถ่ายรีวิวเพื่อสื่อสารกับลูกค้าผ่าน Facebook และ Instagram
จากเดิมที่เริ่มขายผ่าน Instagram ด้วยการโพสต์สินค้าเป็นรายตัวพร้อมราคา เขาค่อย ๆ ทดลองช่องทางใหม่ และหันมาใช้การ Live สดผ่าน TikTok รวมถึงการขายแบบประมูล โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 0 บาท เพื่อให้ลูกค้าเป็นผู้เสนอราคา ซึ่งช่วยให้สามารถระบายสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่การประมูลผ่าน Facebook จะกำหนดเวลาปิดประมูลในวันถัดไป
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญตลอดการขายคือ “ความเชื่อมั่นของลูกค้า” โดยจะแจ้งให้ลูกค้าทราบเสมอว่าสินค้าเป็นสินค้ามือสอง หากสินค้ามีตำหนิก็จะแจ้งรายละเอียด และร้านยังรับประกันเรื่องความแท้ของสินค้า หากพบว่าไม่ใช่ของแท้ยินดีคืนเงินทุกกรณี แนวทางนี้ทำให้มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสินค้าที่ขายได้ไม่ดีหรือขายไม่ออก เขาเลือกใช้วิธีระบายสินค้าออก ไม่ว่าจะเป็นการลดเพื่อเคลียร์สินค้า หรือแจกออกไป แทนที่จะปล่อยให้สินค้าค้างอยู่ โดยมองว่าการทำธุรกิจนี้เกิดจากทั้งความชอบและความต้องการทำงานในแบบของตัวเอง
แม้จะต้องดูแลธุรกิจควบคู่กับการเรียน แต่สยุมพรยังย้ำถึงหลักที่ได้รับจากครอบครัวว่า “การเรียนต้องมาก่อน” จึงแยกบทบาทของการเรียนและการขายของออกจากกันอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงสร้างการรับรู้ให้คนรู้จักร้านมากขึ้น และสามารถสร้างยอดขายได้ในระดับ 6 หลักต่อเดือน ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของนักศึกษาที่นำความรู้ ความสนใจ และประสบการณ์จากการลงมือทำจริงมาต่อยอดเป็นธุรกิจระหว่างเรียน
เมื่อมองย้อนกลับไปจากวันที่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ สิ่งที่สยุมพรอยากฝากถึงเพื่อนๆ ที่มี Idea แต่ยังไม่กล้าเริ่ม คือ “อยากจะทำอะไรก็ทำเลยครับ ลองผิดลองถูก ไม่มีใครว่า ค่อยๆ ทำไปทีละนิด” เพราะสำหรับเขา การเริ่มต้นและการได้ลองทำจริง คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของตัวเอง
#SPUSE #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #โอกาส #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills #SripatumUniversity









