Idea ดีอย่างเดียวไม่พอ ธุรกิจต้อง ‘ไปต่อได้จริง’ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU บ่มเพาะนักศึกษา จาก Project สู่การคิด–ตัดสินใจ–ลงมือแบบเจ้าของธุรกิจจริง

Idea ดีอย่างเดียวไม่พอ ธุรกิจต้อง ‘ไปต่อได้จริง’ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ SPU บ่มเพาะนักศึกษา จาก Project สู่การคิด–ตัดสินใจ–ลงมือแบบเจ้าของธุรกิจจริง

การเริ่มต้นธุรกิจอาจเกิดจาก Idea ที่น่าสนใจ แต่ในโลกจริง “Idea ดี” ยังไม่เพียงพอ หากยังไม่รู้ว่าลูกค้าต้องการจริงหรือไม่ สิ่งที่คิดสามารถพัฒนาเป็น Product หรือ Service ที่ใช้งานได้จริงเพียงใด และในมุมของธุรกิจ ตัวเลขต้นทุน ราคา รายได้ และเงินลงทุนมีความเป็นไปได้หรือไม่

คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU SE) จึงวางกระบวนการเรียนรู้ให้นักศึกษาไม่ได้หยุดอยู่เพียงการคิด Project หรือการนำเสนอ Idea แต่ต้องค่อยๆ พิสูจน์ว่า Project ของตัวเอง “ไปต่อได้จริง” ผ่านการทดสอบสมมติฐาน รับ Feedback จากผู้ใช้และคนภายนอก ปรับสิ่งที่ยังไม่ตอบโจทย์ มี Coach และ Mentor ช่วย Challenge วิธีคิด ตลอดจนเรียนรู้การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่ม

Mr. Anuj Krishna Shrestha หัวหน้าสาขาวิชาการเป็นเจ้าของธุรกิจและสร้างสรรค์นวัตกรรม อธิบายว่า หนึ่งในแนวทางการเรียนรู้ของ SPU SE คือ School of Hard Knocks ที่ให้นักศึกษาเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการจากการพัฒนา Project จริง ทดสอบสมมติฐาน และใช้ Feedback เป็นข้อมูลในการพัฒนางาน นักศึกษาต้องกล้ามองปัญหาหรือความยากที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ทำความเข้าใจว่าอะไรจำเป็นต้องเปลี่ยน และลงมือปรับเพื่อให้ Project เดินหน้าต่อ มากกว่ามองว่าสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผนคือความล้มเหลวของ Project

ตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นใน Co-Create Sustainability Lab โครงการระยะเวลา 3 วัน ร่วมกับ Ngee Ann Polytechnic (NP) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนักศึกษา SPU SE นำ Project ที่กำลังพัฒนาอยู่ รวมถึงปัญหาที่กำลังเผชิญ มาทำงานร่วมกับนักศึกษาสิงคโปร์ในทีมผสม ผ่านการ Mentoring การสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนมุมมองจากคนที่มาจากต่างบริบท เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเหมาะสมกับบริบทในประเทศไทย

หนึ่งใน Project คือ SisSpace แนวคิด Community ด้าน Wellness สำหรับผู้หญิง ที่นำเสนอกิจกรรมสุขภาวะขนาดเล็กในพื้นที่ Studio ที่เป็นมิตร แต่โจทย์สำคัญของทีมคือ จะสร้างความไว้วางใจและทำให้ผู้คนตัดสินใจเข้าร่วม รวมถึงอยากกลับมาใช้บริการอีกได้อย่างไร

เมื่อทำงานร่วมกับนักศึกษา NP ทีมจึงกลับมาทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย ปรับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมและแนวทางการสื่อสาร พร้อมพัฒนา Digital Booking Feature แบบง่ายเพื่อทำให้การเข้าร่วมกิจกรรมสะดวกขึ้น จาก Idea ที่มีความน่าสนใจในช่วงแรก จึงค่อยๆ ถูกพัฒนาให้กลายเป็น Service Concept ที่มีความเป็นรูปธรรมและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

SisSpace สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจาก Lab และต่อมาได้รับโอกาสเข้าเยี่ยมชม UN ESCAP เรียนรู้เกี่ยวกับองค์การสหประชาชาติ และนำเสนอ Community-Based Project ต่อผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ทำให้นักศึกษาได้ต่อยอดจากการแก้ปัญหาใน Project ไปสู่ประสบการณ์นำเสนอแนวคิดต่อผู้ฟังนอกมหาวิทยาลัย

บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า Idea ฟังดูน่าสนใจหรือไม่ แต่คือการกลับมาตั้งคำถามว่า อะไรจะทำให้คนเข้ามาใช้หรือมีส่วนร่วมกับสิ่งที่สร้างขึ้นจริง นักศึกษาต้องใช้ทั้ง Collaboration และ Feedback เพื่อค้นหาสิ่งที่ยังต้องปรับ และระบุสิ่งที่จำเป็นต้องนำไปทดสอบต่อ

อีกกลไกสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทของผู้สอนจากการเป็นเพียง Teacher สู่ Coach และ Mentor โดยแต่ละทีมมีอาจารย์ที่ปรึกษาหลักคอย Coaching และติดตาม Project อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การทำให้ Customer Problem ชัดขึ้น การทดสอบ Initial Idea การพัฒนา Prototype ไปจนถึงการทบทวน Feedback หาก Project ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาจารย์จะช่วยเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมในฐานะ External Mentor และยังมี Mentor Day เป็นอีกพื้นที่ให้นักศึกษานำโจทย์หรือปัญหาของ Project มาหารือและรับ Industry Feedback เพื่อพัฒนางานให้แข็งแรงขึ้น

คณะยังทำงานร่วมกับ Partner ภายนอกเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาเริ่มต้นและพัฒนา Project นอกห้องเรียน หนึ่งในตัวอย่างคือ LearnHack ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง SPU, ESG Global Leadership และ Adam House Philanthropy เปิดโจทย์ให้นักศึกษาออกแบบแนวทางการเรียนรู้ที่ดีขึ้น พร้อมใช้ Lovable พัฒนา Working Prototype โดยมี Mentor และ Coach สนับสนุนตลอดกระบวนการ

จากโจทย์ดังกล่าว นักศึกษา SPU SE ร่วมทีมกับนักศึกษาจากสถาบันอื่นพัฒนา Classloop แนวคิดแอปพลิเคชันที่ใช้ AI สนับสนุนการทำงาน ออกแบบมาเพื่อช่วยครูรับมือกับความแตกต่างด้านพื้นฐานความรู้ของนักเรียน และช่วยสนับสนุนความเข้าใจรวมถึงการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน โดยกระบวนการ Mentoring ช่วยให้ทีมสามารถนำปัญหาทางการศึกษาที่พบมาแปลงเป็น Working Prototype ที่จับต้องได้

ผลงานดังกล่าวทำให้ทีมได้รับ 1,000 Lovable Credits พร้อม Mentoring Sessions มูลค่า 27,000 บาท และได้รับโอกาสในการนำเสนอ Project ที่องค์การสหประชาชาติในเดือนพฤศจิกายน 2569 สะท้อนให้เห็นว่า Coaching, Partnership และ Collaboration สามารถช่วยให้ Idea พัฒนาไปสู่สิ่งที่เป็นรูปธรรม พร้อมเปิดประตูให้ Project เดินหน้าสู่โอกาสใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม หัวใจของระบบ Coach/Mentor ไม่ใช่การให้อาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำ Project แทนนักศึกษา เพราะตลอดกระบวนการ นักศึกษายังคงเป็นเจ้าของ Project ของตัวเอง อาจารย์และ Mentor ทำหน้าที่ช่วย Guide วิธีคิด ขณะที่นักศึกษาต้องเป็นผู้ตัดสินใจ สร้าง Solution และรับผิดชอบต่อการพัฒนาสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น

นอกจากการพิสูจน์ Idea ผ่านผู้ใช้และ Feedback แล้ว อีกหนึ่งคำถามสำคัญก่อนที่ Project จะเดินหน้าต่อคือ “ในเชิงการเงิน ธุรกิจนี้ไปต่อได้หรือไม่”

SPU SE จึงเริ่มพัฒนา Financial Literacy ตั้งแต่ Idea Phase ผ่านทั้ง Project Coaching และรายวิชา เช่น Financial & Accounting Management for Business และ Feasibility Study and Project Evaluation เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้การเชื่อมโยง Customer Demand เข้ากับ Investment, Costs และ Potential Revenue ของ Product หรือ Service ที่กำลังพัฒนา

ตั้งแต่ช่วงต้น นักศึกษาต้องเริ่มตอบคำถามทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น ต้องใช้เงินเท่าไรในการเริ่มต้น? ต้นทุนในการผลิตสินค้าหรือให้บริการเท่าไร? ลูกค้ายินดีจ่ายในราคาใด? ต้องขายจำนวนเท่าไรจึงจะครอบคลุมต้นทุน? และธุรกิจจะมีเงินสดเพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่? โดยใช้ Research และการทดสอบราคาในช่วงแรกช่วยตรวจสอบสมมติฐาน ก่อนนำทรัพยากรหรือเงินลงทุนเพิ่มเติมเข้าไปใน Project

กรณีของ WAKEZ แนวคิดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่พัฒนาโดยนักศึกษา ช่วยสะท้อนว่าเหตุใดเรื่องการเงินจึงต้องถูกคิดตั้งแต่ช่วงต้น เพราะนอกเหนือจากการพัฒนา Product Idea แล้ว ทีมยังต้องพิจารณาทั้งการจัดหาแหล่งวัตถุดิบ การพัฒนาสูตร ต้นทุนการผลิต ต้นทุน Packaging และระดับราคาที่ Target Customer ยินดีจ่าย ประเด็นเหล่านี้ถูกระบุเป็นสิ่งที่ต้องนำไป Validation ต่อ โดยมีทั้งการทดสอบ Demand และการจัดทำ Basic Feasibility Plan ก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงให้นักศึกษารู้จักคำนวณต้นทุน แต่คือการทำให้เข้าใจว่า Idea ที่น่าสนใจต้องมีเหตุผลทางการเงินรองรับด้วย เมื่อเห็นตัวเลขและข้อมูลตั้งแต่ต้น นักศึกษาจะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าอะไรควรนำไปทดลองต่อ อะไรควรปรับเปลี่ยน และจังหวะใดเหมาะสมที่จะลงทุนเพิ่ม

จาก SisSpace ที่ต้องกลับไปตอบโจทย์เรื่อง Trust และ Participation ผ่าน Feedback จากการทำงานร่วมกับนักศึกษาต่างประเทศ สู่ Classloop ที่ใช้ระบบ Coach–Mentor และ Partnership ช่วยเปลี่ยน Educational Problem ให้กลายเป็น Working Prototype และ WAKEZ ที่ต้องพิสูจน์ทั้ง Demand ต้นทุน ราคา และความเป็นไปได้ก่อนตัดสินใจลงทุนต่อ ทั้งสามกรณีสะท้อนภาพเดียวกันว่า การเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ได้เริ่มและจบที่การมี Idea ที่ดี

แต่คือการฝึกให้นักศึกษากล้าตั้งคำถามกับ Idea ของตัวเอง รับฟัง Feedback ตัดสินใจจากข้อมูล และรับผิดชอบต่อสิ่งที่เลือกจะพัฒนาต่อ เพื่อให้ Project ไม่ได้มีเพียงความน่าสนใจในห้องเรียน แต่มีเหตุผลเพียงพอที่จะ “ไปต่อได้จริง” ในโลกธุรกิจ

#SPUSE #คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #โอกาส #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #ส่งเสริมผลักดัน #FutureSkills #SripatumUniversity

👁 ยอดวิว: 7

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

วิศวกรรมไฟฟ้า SPU เปิดห้องเรียนภาคสนาม ฝึกคิดวิเคราะห์จากระบบไฟฟ้าจริง พัฒนาทักษะแก้ปัญหาแบบวิศวกรมืออาชีพ

สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน

คณะดิจิทัลมีเดีย SPU ผสานพลัง การออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและเกม × การออกแบบกราฟิก เปิดพื้นที่เรียนรู้ข้ามศาสตร์ในงาน Clinic to CANVAS เปลี่ยนความต้องการของแพทย์สู่โจทย์งานออกแบบ

คณะดิจิทัลมีเดีย (SDM) มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผสานการเรียนรู้ระหว่างสาขาการออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและเกม กับ