SPU มองอนาคตกฎหมายยุค AI มุ่งพัฒนามหาบัณฑิตใน 3–5 ปี สร้างบุคลากรพร้อมรับความท้าทายแห่งอนาคต

SPU มองอนาคตกฎหมายยุค AI มุ่งพัฒนามหาบัณฑิตใน 3–5 ปี สร้างบุคลากรพร้อมรับความท้าทายแห่งอนาคต

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ธุรกรรมดิจิทัล และการใช้ข้อมูลเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น วิชาชีพกฎหมายย่อมเผชิญโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนและแตกต่างจากเดิม ทั้งประเด็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อพิพาทที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมดิจิทัล ผศ.ดร.เอกพงษ์ สารน้อย รักษาการผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จึงเสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตรในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สามารถประยุกต์ใช้กฎหมายกับสถานการณ์จริง และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และกระบวนการยุติธรรม

ผศ.ดร.เอกพงษ์ ระบุว่า การพัฒนาหลักสูตรกฎหมายในอนาคตควรให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะกฎหมายดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และข้อพิพาททางธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์และตีความกฎหมายอย่างเป็นระบบ เนื่องจากการรับมือกับประเด็นกฎหมายรูปแบบใหม่ไม่ได้อาศัยเพียงความเข้าใจตัวบท แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงหลักกฎหมายเข้ากับบริบทของเทคโนโลยีและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างรอบด้าน

สำหรับแนวทางในระยะ 1–2 ปีแรก ผศ.ดร.เอกพงษ์ เสนอให้มุ่งปรับปรุงเนื้อหาและรูปแบบการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกับการทำงานจริงมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มความสำคัญกับการเรียนรู้จากกรณีศึกษาและการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปวิเคราะห์สถานการณ์และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางดังกล่าวมุ่งสร้างพื้นฐานให้ผู้เรียนมีทั้งความรู้เชิงวิชาการและทักษะที่จำเป็นต่อการปรับตัวในยุคดิจิทัล

ในระยะ 3 ปี แนวทางการพัฒนาควรมุ่งขยายความร่วมมือกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม องค์กรวิชาชีพ และภาคธุรกิจ พร้อมส่งเสริมงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหากฎหมายที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่ระยะ 4–5 ปี ควรมุ่งพัฒนาเอกลักษณ์ของหลักสูตรให้เป็นที่ยอมรับในด้านการผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้เชิงลึก มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และสามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสถานการณ์จริงเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาผู้เรียน

อย่างไรก็ตาม กรอบระยะเวลาและแนวทางดังกล่าวยังเป็นข้อเสนอสำหรับการพัฒนาหลักสูตรในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องนำไปหารือและกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการต่อไป โดยเป้าหมายสำคัญตามมุมมองของ ผศ.ดร.เอกพงษ์ ไม่ใช่เพียงการปรับเนื้อหาการศึกษาให้ทันสมัย แต่คือการพัฒนานักกฎหมายที่สามารถนำความรู้ไปสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพ แก้ไขปัญหากฎหมายที่ซับซ้อน และปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของคุณธรรมและหลักนิติธรรม เพื่อให้การศึกษากฎหมายสามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างยั่งยืน

#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะนิติศาสตร์ #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง #หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต

👁 ยอดวิว: 4

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

SPU มองอนาคตกฎหมายยุค AI มุ่งพัฒนามหาบัณฑิตใน 3–5 ปี สร้างบุคลากรพร้อมรับความท้าทายแห่งอนาคต

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ธุรกรรมดิจิทัล และการใช้ข้อมูลเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น วิชาชีพกฎหมายย่อมเผชิญโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนและแตกต่างจากเดิม

SPU ชูการศึกษากฎหมายระดับมหาบัณฑิต ตอบโจทย์คนทำงานด้วยองค์ความรู้เชิงลึกและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ

ในโลกการทำงานที่ปัญหาทางกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น การศึกษาต่อระดับปริญญาโทจึงไม่ได้มีความหมายเพียงการเพิ่มคุณวุฒิ แต่เป็นโอกาสในการพัฒนาความเชี่ยวชาญและยกระดับกระบวนการคิดเพื่อรองรับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม

หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต SPU เปิดมุมมองกระบวนการยุติธรรมผ่านประสบการณ์จริง ต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบวิชาชีพ

การเข้าใจกฎหมายอย่างลึกซึ้งไม่ได้เกิดจากการศึกษาตัวบทเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองเห็นกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่นำกฎหมายไปใช้จริง หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU)

นิติศาสตร์ SPU ผลิตมหาบัณฑิตกว่า 1,000 คน เชื่อมองค์ความรู้กฎหมายสู่ภาครัฐและเอกชน

หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) สะท้อนบทบาทการพัฒนาบุคลากรทางกฎหมายผ่านการจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดการศึกษาในปี