ทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงส่งผลต่อต้นทุน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทใหม่ของวิชาชีพบัญชีที่ต้องก้าวไกลกว่าการจัดทำรายงานทางการเงิน ในโอกาสที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นการกลับมาจัดการประชุมในประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 35 ปี
ผศ.ดร.ฐิตาภรณ์ สินจรูญศักดิ์ คณบดีคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) วิเคราะห์ว่า มี 3 ประเด็นสำคัญที่ควรจับตา ได้แก่ เสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินดิจิทัลและ AI ตลอดจนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และภาระหนี้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกระแสเงินสด ต้นทุนทางการเงิน และการตัดสินใจลงทุนขององค์กร ทำให้นักบัญชีจำเป็นต้องเข้าใจบริบทเศรษฐกิจโลกควบคู่กับข้อมูลทางการเงิน เพื่อสามารถวิเคราะห์ผลกระทบและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ผศ.ดร.ฐิตาภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินดิจิทัลกำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้กับวิชาชีพบัญชี โดยเฉพาะแนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลให้มีทั้งความปลอดภัยและการเข้าถึงอย่างทั่วถึง ขณะที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน นักบัญชีจึงต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูล ระบบควบคุมภายใน ความปลอดภัยทางดิจิทัล และจรรยาบรรณวิชาชีพควบคู่กัน อีกมิติที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแนวโน้มการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งทำให้งานบัญชีมีบทบาทมากขึ้นทั้งในการประเมินผลกระทบทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย
สำหรับการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาบัญชี คณบดีคณะบัญชี SPU มองว่า การประชุม IMF–World Bank 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้ความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจโลกกับการประกอบวิชาชีพ โดยนักศึกษาควรพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินให้สัมพันธ์กับปัจจัยเศรษฐกิจ ทั้งอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อประเมินผลกระทบต่อต้นทุน รายได้ กำไร และกระแสเงินสดของธุรกิจ พร้อมเรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในงานบัญชีและการตรวจสอบบัญชีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ละเลยความถูกต้อง ความปลอดภัยของข้อมูล และจริยธรรมทางวิชาชีพ ขณะเดียวกัน ความรู้ด้าน ESG การรายงานข้อมูลความยั่งยืน และธรรมาภิบาลองค์กร จะกลายเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้นักบัญชีเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเข้ากับความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างรอบด้าน สอดคล้องกับความคาดหวังขององค์กรและนักลงทุนในยุคที่เศรษฐกิจโลกให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความยั่งยืนมากขึ้น
“การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงและอนาคตของวิชาชีพบัญชี” ผศ.ดร.ฐิตาภรณ์ กล่าว พร้อมชี้ว่า นักบัญชีกำลังก้าวจากบทบาทผู้จัดทำข้อมูลทางการเงิน ไปสู่การเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญทางบัญชี ความเข้าใจธุรกิจ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าจากข้อมูล ด้วยเหตุนี้ คณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาชีพเข้ากับทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลก พร้อมส่งเสริมทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการยึดมั่นในจรรยาบรรณและหลักธรรมาภิบาล เพื่อเตรียมบัณฑิตให้พร้อมรับบทบาทใหม่ของวิชาชีพบัญชี สามารถสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร และแข่งขันในตลาดแรงงานระดับนานาชาติได้อย่างมีศักยภาพ
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ศรีปทุม #SPU #Sripatum #SripatumUniversity #คณะบัญชี #SPUเรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง










