IMF–World Bank 2026 กับจุดเปลี่ยนวิศวกรยุคใหม่ : จากผู้สร้างระบบ สู่ผู้พัฒนาโครงการที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่า ปลอดภัย และยั่งยืน

IMF–World Bank 2026 กับจุดเปลี่ยนวิศวกรยุคใหม่ : จากผู้สร้างระบบ สู่ผู้พัฒนาโครงการที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่า ปลอดภัย และยั่งยืน

การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ไม่ได้สะท้อนเฉพาะทิศทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มการลงทุน เทคโนโลยี และความต้องการกำลังคนในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพจิตร ผาวัน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มองว่า มี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การลงทุนเพื่อการพัฒนาและสร้างงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้ ซึ่งทั้งหมดกำลังทำให้บทบาทของวิศวกรเปลี่ยนจากผู้ที่ออกแบบและสร้างระบบ ไปสู่ผู้ที่ต้องสามารถพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ปลอดภัย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

สำหรับนักศึกษาทั้ง 6 สาขาของคณะวิศวกรรมศาสตร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มองว่าแต่ละสาขามีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับทิศทางการลงทุนของโลก ดังนี้

  • วิศวกรรมโยธา ควรจับตาโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรับมือภัยพิบัติ เมืองอัจฉริยะ และวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ
  • วิศวกรรมไฟฟ้า เชื่อมโยงกับพลังงานสะอาด Smart Grid ระบบกักเก็บพลังงาน และ Data Center
  • วิศวกรรมระบบราง ควรติดตามระบบรางอัจฉริยะ การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ และการขนส่งคาร์บอนต่ำ
  • วิศวกรรมเครื่องกล มีประเด็นสำคัญเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เครื่องจักรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
  • วิศวกรรมอุตสาหการ เชื่อมโยงกับการใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตอย่างยั่งยืน
  • วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มีบทบาทจาก AI หุ่นยนต์อัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

โดยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มองว่าโครงการในอนาคตจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายสาขามากขึ้น จึงเป็นโอกาสของวิศวกรที่สามารถเชื่อมโยงความรู้และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

นอกจากความรู้เฉพาะทางแล้ว นักศึกษายังต้องมีพื้นฐานวิศวกรรมที่แข็งแรง ควบคู่กับทักษะด้าน AI การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยแต่ละสาขามีทักษะที่ควรพัฒนาเพิ่มเติมแตกต่างกัน เช่น วิศวกรรมโยธาควรเรียนรู้ BIM, Digital Twin และ AI สำหรับงานก่อสร้าง วิศวกรรมไฟฟ้าควรต่อยอด Smart Grid, Energy Analytics และ Cybersecurity วิศวกรรมระบบรางควรเข้าใจ IoT และ Predictive Maintenance วิศวกรรมเครื่องกลควรพัฒนา Simulation, Digital Twin และ Energy Optimization วิศวกรรมอุตสาหการควรให้ความสำคัญกับ Data Analytics, AI Optimization และ Process Mining ขณะที่วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติควรต่อยอด AI, Computer Vision และ Intelligent Automation พร้อมกันนี้ ทักษะภาษาอังกฤษ การสื่อสาร และการเรียนรู้ด้วยตนเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะอนาคตไม่ได้ต้องการเพียงวิศวกรที่ใช้ AI เป็น แต่ต้องรู้ด้วยว่าจะนำ AI ไปแก้ปัญหาอะไร และสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้อย่างไร

ในส่วนของ วิศวกรรมอุตสาหการ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มองว่าจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น เพราะภาคอุตสาหกรรมในอนาคตไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านต้นทุนและผลผลิต แต่ยังต้องแข่งขันด้านเทคโนโลยี ความยืดหยุ่น และความยั่งยืนด้วย โจทย์ใหม่จึงครอบคลุมตั้งแต่การใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ การบริหารต้นทุนควบคู่กับการลดคาร์บอน การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่สามารถรับมือความเสี่ยงได้ และการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้วิศวกรอุตสาหการไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปรับปรุงกระบวนการผลิต แต่จะมีบทบาทในการออกแบบและบริหารระบบอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพจิตร ยังเน้น 3 ทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลและความคุ้มค่า และการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เนื่องจากโครงการในอนาคตต้องพิจารณาทั้งต้นทุน ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย เทคโนโลยี และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน วิศวกรจึงต้องสามารถมองภาพรวม สื่อสารกับผู้อื่น และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและจริยธรรมวิชาชีพ

สำหรับประเด็นที่อยากให้นักศึกษาแต่ละสาขานำไปศึกษาต่อ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์เสนอให้เลือกเรื่องที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นโครงงานหรือนวัตกรรมได้จริง โดยวิศวกรรมโยธาควรศึกษา Resilient Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานที่รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิศวกรรมไฟฟ้าควรศึกษา Smart Grid & Energy Storage วิศวกรรมระบบรางควรศึกษา Smart & Green Rail วิศวกรรมเครื่องกลควรศึกษา Energy Efficiency วิศวกรรมอุตสาหการควรศึกษา AI-driven Productivity และวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติควรศึกษา Intelligent Automation พร้อมฝากแนวคิดให้นักศึกษานำแนวโน้มระดับโลกมาตั้งคำถามกับบริบทของประเทศไทยว่า “ประเทศไทยมีปัญหาอะไรที่วิศวกรสามารถช่วยแก้ไข และเราจะใช้ความรู้สร้างคุณค่าได้อย่างไร”

ท้ายที่สุด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มุ่งเตรียมวิศวกรรุ่นใหม่ให้มีทั้งความรู้ทางวิศวกรรม ทักษะดิจิทัล และความสามารถในการแก้ปัญหาจริง เพราะโลกอนาคตไม่ได้ต้องการเพียงวิศวกรที่สร้างสิ่งต่างๆ ได้ แต่ต้องการวิศวกรที่รู้ว่า จะสร้างอะไร สร้างเพื่ออะไร และสร้างอย่างไรให้คุ้มค่า ปลอดภัย และยั่งยืน

#เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #FutureSkills #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #2026AnnualMeetings #2026IMFWBG #AM2026Thailand #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #วิศวกร

👁 ยอดวิว: 8

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

นักศึกษา SPU ดัน ‘MeLearn’ แพลตฟอร์ม AI เพื่อการศึกษา เข้าร่วม Start Smart 2026 ต่อยอดแผนธุรกิจ เตรียมความพร้อมสู่การขอทุน TED Fund ระดับ POC

นักศึกษาคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เจ้าของโครงการ “MeLearn” แพลตฟอร์ม

เปลี่ยนไอเดียให้เป็นผลงานจริง! EVENT SPU เตรียมเปิดประสบการณ์เรียนรู้ ผ่านโจทย์จริงจากแบรนด์ดัง Hero ส่งต่อแนวคิดรักษ์โลก SDG 11

คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการสร้างสรรค์อีเวนต์ และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU)