วิศวกรยุค Humanoid ต้องเป็น ‘System Integrator’ เชื่อมหลายศาสตร์ให้ระบบทำงานได้จริง

วิศวกรยุค Humanoid ต้องเป็น ‘System Integrator’ เชื่อมหลายศาสตร์ให้ระบบทำงานได้จริง

การเข้ามาของ Robotics และ AI กำลังทำให้ขอบเขตการทำงานของวิศวกรเปลี่ยนไป จากอดีตที่วิศวกรแต่ละสาขาอาจรับผิดชอบงานตามความเชี่ยวชาญของตัวเองอย่างชัดเจน วันนี้ระบบหนึ่งระบบกลับประกอบด้วยเทคโนโลยีจากหลายศาสตร์ที่ต้องทำงานร่วมกัน ทำให้ความสามารถในการมองเห็น “ทั้งระบบ” กลายเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของวิศวกรยุคใหม่

ผศ.ดร.วนายุทธ์ แสนเงิน หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มองว่า ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า วิศวกรที่ทำงานกับ Robotics และ AI จะต้องขยับไปสู่การเป็น Integrated Engineer หรือ System Engineer มากขึ้น หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ ไม่ได้รู้เพียงว่าส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบทำงานอย่างไร แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าแต่ละส่วนของระบบเชื่อมต่อกันอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ทุกส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้จริง

Humanoid Robot หนึ่งตัวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะเบื้องหลังการเคลื่อนไหวเพียงหนึ่งภารกิจ ต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลายศาสตร์พร้อมกัน ตั้งแต่วิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุม การเขียนโปรแกรม AI การมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบ Sensor การสื่อสารข้อมูล ไปจนถึงการออกแบบให้ Robot สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

ผศ.ดร.วนายุทธ์ ยกตัวอย่างว่า หากต้องการให้ Humanoid เดินไปหยิบวัตถุหนึ่งชิ้น งานที่ดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับมนุษย์กลับต้องผ่านกระบวนการจำนวนมากสำหรับ Robot ตั้งแต่การมองเห็นและระบุว่าวัตถุอยู่ตรงไหน วางแผนเส้นทางว่าจะเดินไปอย่างไร รักษาสมดุลระหว่างการเคลื่อนที่ คำนวณการขยับแขนและมือ ไปจนถึงควบคุมแรงในการหยิบจับให้เหมาะสม โดยทุกส่วนต้องทำงานเชื่อมโยงกันในเวลาใกล้เคียงกับเวลาจริง

นี่คือเหตุผลที่ทักษะ System Integration หรือความสามารถในการเชื่อมระบบหลายส่วนให้ทำงานร่วมกันได้ มีความสำคัญมากขึ้นในโลกวิศวกรรม เพราะต่อให้แต่ละองค์ประกอบทำงานได้ดีเมื่อแยกออกจากกัน แต่หากเชื่อมเข้าด้วยกันแล้วไม่สามารถทำงานเป็นระบบได้ เทคโนโลยีนั้นก็ยังไม่สามารถนำไปใช้จริงได้

การเขียนโปรแกรมหรือ Coding จึงยังคงสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของวิศวกรในอนาคต เพราะเมื่อ Robot หรือระบบ Automation เกิดปัญหาหน้างานจริง มักไม่มีข้อความบอกอย่างชัดเจนว่า Error เกิดจากส่วนใด ปัญหาอาจมาจาก Sensor อ่านค่าผิด ระบบไฟฟ้ามีความผิดปกติ กลไกมีข้อจำกัด เครือข่ายส่งข้อมูลล่าช้า หรือ Software ประมวลผลไม่ถูกต้องก็ได้

วิศวกรจึงต้องสามารถมองภาพรวม วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ และหาสาเหตุของปัญหาให้เจอ ไม่ใช่เพียงเชี่ยวชาญเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ขณะเดียวกัน การทำงานลักษณะนี้ยังทำให้ทักษะการทำงานร่วมกับคนต่างสาขามีความสำคัญมากขึ้น เพราะการสร้างระบบหนึ่งระบบอาจต้องอาศัยทั้งวิศวกรเครื่องกล ไฟฟ้า หุ่นยนต์ ซอฟต์แวร์ และผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ทำงานร่วมกัน

ในมุมของ ผศ.ดร.วนายุทธ์ สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการมากขึ้นจึงไม่ใช่คนที่สามารถทำทุกอย่างเพียงลำพัง แต่คือคนที่มีพื้นฐานแข็งแรง เข้าใจข้อจำกัดของแต่ละศาสตร์ สื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญต่างด้านได้ และสามารถนำเทคโนโลยีหลายส่วนมาประกอบกันจนกลายเป็นระบบที่แก้ปัญหาได้จริง

ภาพของวิศวกรในอนาคตจึงไม่ได้มีเพียงบทบาทของ “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” แต่ต้องมีความสามารถในฐานะ Integrator หรือผู้เชื่อมโยงเทคโนโลยี มากขึ้น เพราะในวันที่ Hardware, Software และ AI ทำงานร่วมกันอย่างแยกไม่ออก คนที่สามารถมองเห็นทั้งระบบและทำให้แต่ละส่วนเชื่อมถึงกันได้ จะกลายเป็นกำลังสำคัญของโลกวิศวกรรมยุคใหม่

#เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #FutureSkills #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #ส่งเสริมผลักดัน #โอกาส #ศรีปทุม #SripatumUniversity #SPU #สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

👁 ยอดวิว: 7

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts