ความคิดสร้างสรรค์อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ “แตกต่าง” แต่ในโลกธุรกิจ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ หากสิ่งที่สร้างขึ้นไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่มีคุณภาพ หรือมองไม่เห็นทางไปต่อในตลาด วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงใช้เวที The University Pastry Chef Championship ภายใต้โครงการ DIT x Iron Chef Thailand เป็นมากกว่าสนามแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ให้นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญได้ทดสอบวิธีคิดของตนเองกับโจทย์ที่เชื่อมความสร้างสรรค์เข้ากับความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
โจทย์การแข่งขันกำหนดให้ผู้เข้าร่วมใช้ กล้วยหอมทอง มะพร้าวน้ำหอม และกุ้งขาวแวนนาไม มาพัฒนาเป็นเพสตรี้หรือเบเกอรีรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Local Ingredients, World Class Experience: ยกระดับวัตถุดิบไทย สู่เบเกอรีระดับโลก”
เมื่อทุกทีมเริ่มต้นจากวัตถุดิบชุดเดียวกัน สิ่งที่ถูกทดสอบจึงไม่ใช่เพียงทักษะการทำขนม แต่คือ วิธีตีโจทย์ ว่าใครจะมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่จากสิ่งที่เหมือนกัน และสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างได้อย่างไร
นี่คือจุดที่สนามแข่งขันทำหน้าที่คล้าย Market Test ทางความคิด เพราะไอเดียไม่ได้ถูกพิจารณาแค่ในมิติของ “ทำได้หรือไม่” แต่ต้องคิดต่อว่า ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพเพียงพอหรือไม่ แตกต่างตรงไหน ผู้บริโภคจะสนใจอะไร และมีความเป็นไปได้ที่จะต่อยอดในเชิงพาณิชย์มากน้อยเพียงใด
สำหรับนักศึกษาธุรกิจเรือสำราญ นี่คือการขยับจากการสร้างผลงานเพื่อให้เสร็จตามโจทย์ ไปสู่การเรียนรู้ว่า Product Idea ที่ดีต้องตอบคำถามหลายชั้นพร้อมกัน ตั้งแต่คุณภาพของสิ่งที่ทำ ความชัดของความแตกต่าง ไปจนถึงเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นควรได้รับความสนใจจากตลาด
การแข่งขันกับนักศึกษาจากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศยังทำให้สนามนี้กลายเป็น Benchmark ทางความคิด เพราะวัตถุดิบเดียวกันสามารถถูกตีความออกมาได้หลายรูปแบบ นักศึกษา SPU จึงไม่ได้เห็นเพียงผลงานของตัวเอง แต่ได้เห็นวิธีคิดของคนอื่นว่าโจทย์เดียวกันสามารถแตกออกเป็นความเป็นไปได้แบบใดได้บ้าง
ตรงนี้มีความหมายมากกว่าการเปรียบเทียบว่าใครทำได้ดีกว่า เพราะ Benchmark ที่แท้จริงคือการทำให้ผู้เรียนกลับมาถามตัวเองว่า สิ่งที่เราคิดแตกต่างพอหรือยัง เข้าใจผู้บริโภคมากพอหรือไม่ และยังมีพื้นที่ไหนที่สามารถพัฒนาได้อีก
อีกหนึ่งมิติสำคัญของเวทีคือ การเชื่อมการแข่งขันเข้ากับโอกาสทางตลาด โดยทีมชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโอกาสร่วมคิดพัฒนาเมนูและกิจกรรมทางการตลาดกับ Café Amazon, Punthai, Inthanin, Coffee World, Mezzo, Karun และ After You
โครงสร้างดังกล่าวทำให้นักศึกษาเห็นชัดว่า เส้นทางของความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้จบลงเมื่อกรรมการตัดสิน แต่สามารถเดินต่อไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริบทเชิงพาณิชย์ได้ หากไอเดียนั้นมีศักยภาพมากพอ
สำหรับผู้เรียน ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะได้รับโอกาสดังกล่าว แต่คือการได้เห็น ตรรกะของตลาด ว่าไอเดียที่จะเดินต่อได้ต้องมีมากกว่าความแปลกใหม่ ต้องมีทั้งคุณภาพ ความชัดเจนของผลิตภัณฑ์ ความเข้าใจลูกค้า และความเป็นไปได้ที่จะถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ณัฐกฤตา นันทะสิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ นักศึกษาได้ใช้การแข่งขันเป็นพื้นที่ทดลองความรู้ เรียนรู้จากโจทย์ภายนอกห้องเรียน และนำสิ่งที่เห็นจากคู่แข่งและรูปแบบการแข่งขันกลับมาพัฒนาวิธีคิดของตนเอง
นี่คืออีกหนึ่งรูปแบบของ #ประสบการณ์จริง ที่ CATH SPU ใช้เปลี่ยนสนามแข่งขันให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ เพราะสิ่งที่มีค่ากว่าผลแพ้ชนะคือการทำให้ผู้เรียนเห็นว่า ไอเดียหนึ่งจะมีน้ำหนักในโลกธุรกิจได้ ต้องผ่านการตั้งคำถามมากกว่าความคิดสร้างสรรค์เพียงด้านเดียว
จาก “ทำได้” ไปสู่ “ทำให้แตกต่าง” และจาก “แตกต่าง” ไปสู่ “ทำให้ตลาดมองเห็นคุณค่า” คือระยะทางที่นักศึกษาต้องเรียนรู้หากต้องการพัฒนาความคิดให้เดินต่อจากห้องเรียนไปสู่โลกธุรกิจจริง
สำหรับวิทยาลัยการบินฯ SPU การส่งนักศึกษาเข้าสู่เวทีลักษณะนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดโอกาสให้แข่งขัน แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียน ทดสอบวิธีคิดกับมาตรฐานภายนอก เห็นคู่เทียบจริง และเรียนรู้ว่าความคิดสร้างสรรค์จะมีมูลค่าเมื่อสามารถเชื่อมกับผู้บริโภคและโอกาสทางธุรกิจได้
#มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU #SPUCATH #CATH #ธุรกิจเรือสำราญSPU #TheUniversityPastryChefChampionship #DITxIronChefThailand #IronChefThailand #MarketTest #Benchmark #ProductIdea #CommercialPotential #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #FutureSkills












