เมื่อภาษาเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม ศิลปศาสตร์ SPU ฝึกนักศึกษาญี่ปุ่นฯ เปลี่ยน “การพูดได้” สู่การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน

เมื่อภาษาเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรม ศิลปศาสตร์ SPU ฝึกนักศึกษาญี่ปุ่นฯ เปลี่ยน “การพูดได้” สู่การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน

ภาษาอาจเริ่มต้นจากคำศัพท์ ไวยากรณ์ และบทสนทนา แต่คุณค่าของภาษาในโลกจริงเกิดขึ้นเมื่อสามารถทำให้คนที่มีพื้นฐานต่างกัน “เข้าใจกัน” ได้ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงใช้กิจกรรม “สาวม้ารวมใจ 2 Umatsuri – Uma Musume Community Event in Thailand” เป็นสนามให้นักศึกษาเปลี่ยนความรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมจากห้องเรียน ไปสู่การสื่อสารกับผู้คนจริงในบริบทที่มีทั้งความสนใจ ความคาดหวัง และพื้นฐานที่หลากหลาย

บทบาทของนักศึกษาจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การ “พูดภาษาญี่ปุ่นให้ถูก” แต่ต้องก้าวไปถึงการทำให้ผู้ร่วมงานเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาษา ทั้งความหมาย บริบท และวัฒนธรรมที่เชื่อมอยู่กับกิจกรรม การสื่อสารในสถานการณ์จริงจึงต้องคิดพร้อมกันทั้งว่า กำลังพูดอะไร พูดกับใคร และจะถ่ายทอดอย่างไรให้ผู้ฟังเข้าใจความหมายได้ตรงกัน

บูท “ศาลเจ้าโทเรเซ็น” เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำความรู้ทางวัฒนธรรมออกมาใช้จริง ผ่านการอธิบายการไหว้ศาลเจ้า การเขียนแผ่นไม้ขอพรเอมะ และการเสี่ยงเซียมซีญี่ปุ่นหรือโอมิคุจิ นักศึกษาต้องถ่ายทอดทั้งขั้นตอนและความหมายให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจได้ง่าย ทำให้ความรู้ที่เคยอยู่ในบทเรียนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมได้จริง

นี่คือจุดที่ทักษะภาษาเชื่อมเข้ากับ Cross-Cultural Communication อย่างชัดเจน เพราะการอธิบายวัฒนธรรมหนึ่งเรื่องให้คนต่างพื้นฐานเข้าใจ ต้องอาศัยมากกว่าความถูกต้องของคำศัพท์ แต่รวมถึงความเข้าใจบริบท การเลือกวิธีอธิบาย ความมั่นใจ และความสามารถในการปรับการสื่อสารตามปฏิกิริยาของผู้ฟัง

ขณะเดียวกัน การปฏิบัติงานใน MANHATTAN CAFE เปิดอีกมิติของการใช้ภาษาในโลกการบริการและธุรกิจ นักศึกษาได้ฝึกตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การสื่อสารกับลูกค้า การให้บริการ การทำงานร่วมกับทีม ไปจนถึงการจำหน่ายจริง ทำให้เห็นว่าภาษาไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ส่งข้อมูล” แต่ยังสามารถใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้คนได้

สองบูทจึงทำให้การเรียน ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ มีความหมายกว้างกว่าการเรียนให้สนทนาได้ เพราะในโลกจริง ภาษา วัฒนธรรม การบริการ และการทำงานกับผู้คนต้องทำงานร่วมกัน การสื่อสารที่ดีจึงต้องเชื่อมความรู้กับความเข้าใจมนุษย์ และปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ประสบการณ์จาก Umatsuri ยังทำให้นักศึกษาได้ใช้ Future Skills ควบคู่กับทักษะภาษา ทั้ง Communication, Teamwork และ Adaptability ผ่านการรับผิดชอบหน้าที่จริง ทำงานกับเพื่อนจริง และรับมือกับผู้ร่วมกิจกรรมจริง ทำให้ทักษะภาษาไม่ได้ถูกฝึกแบบแยกส่วน แต่ถูกนำไปใช้ร่วมกับทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกอาชีพ

นี่คืออีกหนึ่งภาพของ Learning by Doing ในแบบศิลปศาสตร์ SPU ที่ไม่ได้เพียงนำผู้เรียนออกจากห้องเรียน แต่เปิด #โอกาส ให้ภาษาและวัฒนธรรมถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ที่ต้องคิด สื่อสาร ตัดสินใจ และสร้างความเข้าใจกับผู้คนจริง ผ่าน #ประสบการณ์จริง ที่ช่วยให้นักศึกษาเห็นว่าความสามารถทางภาษาสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการสื่อสารขั้นพื้นฐาน

เพราะในโลกที่ผู้คนต่างภาษาและต่างวัฒนธรรมต้องเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันมากขึ้น ความสามารถในการ “พูดได้” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ความสามารถในการ ทำให้คนเข้าใจความหมาย เข้าใจบริบท และเข้าใจกัน คือสิ่งที่เปลี่ยนภาษาให้กลายเป็นทักษะวิชาชีพที่มีคุณค่า

Umatsuri จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ให้นักศึกษาภาษาญี่ปุ่นฯ SPU ได้ใช้ภาษา แต่เป็นสนามจริงที่เปิดให้พวกเขาได้ฝึกบทบาทของ “ผู้เชื่อมภาษา วัฒนธรรม และผู้คน” — อีกหนึ่งความพร้อมสำคัญสำหรับการทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรมและโลกธุรกิจที่การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมมีความหมายมากขึ้นทุกวัน

#คณะศิลปศาสตร์SPU #ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ #JBCSPU #Umatsuri #UmaMusumeThailand #CrossCulturalCommunication #FutureSkills #LearningByDoing #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #โอกาส #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SPU

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

วิทยาลัยการบินฯ SPU ส่ง DEK THAI CATH-Club ทำงานจริงกับ PRADA THAILAND เปิดประสบการณ์มาตรฐานลักชัวรีระดับโลก เรียนรู้จากมืออาชีพ–ต่อยอดสู่โลกงานบริการระดับสากล

วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดโอกาสทางวิชาชีพให้นักศึกษา

SPUIC เชื่อม Learning Design–Playful Pedagogy ปรับวิธีสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้ทันโลก

เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว การปรับการศึกษาไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงจากการเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไปในหลักสูตร เพราะคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ผู้เรียนจะเรียนรู้อย่างไร” วิทยาลัยนานาชาติ

ศิลปศาสตร์ SPU ส่งนักศึกษาญี่ปุ่นฯ ทดสอบตัวเองนอกคลาส เปลี่ยนผลการแข่งขันเป็นแผนพัฒนาที่ชัดขึ้น

การเรียนภาษาไม่ได้พัฒนาได้ไกลจากการ “รู้มากขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสามารถในการมองกลับมาที่ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า วันนี้ทำได้แค่ไหน