จาก Japanese Pop Culture สู่ Business Insight ศิลปศาสตร์ SPU ฝึกนักศึกษาภาษาญี่ปุ่นฯ อ่านคอมมูนิตี้–เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย–ออกแบบประสบการณ์จริง

จาก Japanese Pop Culture สู่ Business Insight ศิลปศาสตร์ SPU ฝึกนักศึกษาภาษาญี่ปุ่นฯ อ่านคอมมูนิตี้–เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย–ออกแบบประสบการณ์จริง

การเข้าใจภาษาอาจทำให้สื่อสารกับผู้คนได้ แต่ในโลกธุรกิจ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องไปไกลกว่านั้น คือการเข้าใจว่า ผู้คนสนใจอะไร เข้ามามีส่วนร่วมเพราะอะไร และประสบการณ์แบบไหนที่ทำให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับกิจกรรมหรือแบรนด์ได้จริง สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จึงใช้กิจกรรม “สาวม้ารวมใจ 2 Umatsuri – Uma Musume Community Event in Thailand” เป็นพื้นที่ให้นักศึกษาเรียนรู้คอมมูนิตี้ญี่ปุ่นร่วมสมัยผ่านผู้ร่วมงานและสถานการณ์จริง

การปฏิบัติงานผ่าน 2 บูท ได้แก่ “ศาลเจ้าโทเรเซ็น” และ “MANHATTAN CAFE” เปิดให้นักศึกษาได้สัมผัสสองมิติที่ต่างกันแต่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การถ่ายทอดวัฒนธรรมและความหมาย ไปจนถึงการบริการ การบริหารจัดการหน้าบูท การสื่อสารกับลูกค้า และการจำหน่ายจริง

จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “จัดบูทอย่างไรให้เสร็จ” แต่คือการเรียนรู้ว่า การสร้างกิจกรรมสำหรับคอมมูนิตี้เฉพาะต้องเริ่มจาก ความเข้าใจผู้คน นักศึกษาต้องสังเกตว่าผู้เข้าร่วมสนใจอะไร มีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมแบบไหน และรูปแบบการสื่อสารหรือบริการใดช่วยสร้างประสบการณ์ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ในบูท MANHATTAN CAFE นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการบริการตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การแบ่งหน้าที่ การบริหารพื้นที่ การสื่อสารกับลูกค้า ไปจนถึงการจำหน่ายจริง ทำให้คำว่า “ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ” ไม่ได้หยุดอยู่ที่การใช้ภาษาในเชิงธุรกิจ แต่เชื่อมไปถึงการเข้าใจ ผู้รับสาร ลูกค้า และบริบทที่การสื่อสารกำลังเกิดขึ้น

ขณะที่บูท ศาลเจ้าโทเรเซ็น เปิดอีกมิติของการสร้างประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งการไหว้ศาลเจ้า การเขียนแผ่นไม้ขอพรเอมะ และการเสี่ยงเซียมซีญี่ปุ่นหรือโอมิคุจิ นักศึกษาจึงได้ฝึกนำองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมมาถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจและสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้จริง

สองบูทจึงทำให้ผู้เรียนเห็นชัดว่า ภาษา วัฒนธรรม ธุรกิจ และการบริการไม่ได้ทำงานแยกออกจากกัน แต่เชื่อมต่อผ่าน “ประสบการณ์ของผู้คน” การเข้าใจกลุ่มเป้าหมายจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารมีความหมายมากกว่าการส่งสารออกไปเพียงฝ่ายเดียว

ประสบการณ์ใน Umatsuri ยังเปิดมุมมองให้นักศึกษาเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง ภาษา–วัฒนธรรม–คอมมูนิตี้–การบริการ–กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถต่อยอดไปยังสายงานด้านการสื่อสาร ธุรกิจบริการ การจัดกิจกรรม การท่องเที่ยว และงานที่ต้องทำงานร่วมกับผู้คนต่างวัฒนธรรม

สำหรับคณะศิลปศาสตร์ SPU นี่คืออีกหนึ่งรูปแบบของ Learning by Doing ที่ไม่ได้เพียงพานักศึกษาออกจากห้องเรียน แต่พาเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ต้อง สังเกตคน เข้าใจบริบท สื่อสารกับผู้ร่วมงาน และตัดสินใจจากสถานการณ์จริง เปิด #โอกาส ให้ผู้เรียนเห็นว่าองค์ความรู้ด้านภาษาสามารถเชื่อมต่อกับโลกธุรกิจได้ผ่านความสามารถในการ “เข้าใจคน”

เพราะในโลกธุรกิจ การรู้ภาษาอาจช่วยเปิดบทสนทนา แต่สิ่งที่ทำให้การสื่อสารสร้างคุณค่าได้จริง คือการเข้าใจว่า กำลังสื่อสารกับใคร เขาต้องการอะไร และจะสร้างประสบการณ์ที่เหมาะกับเขาได้อย่างไร Umatsuri จึงเป็นอีกหนึ่งสนามจริงที่ทำให้นักศึกษาภาษาญี่ปุ่นฯ SPU ได้เปลี่ยนความรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมให้กลายเป็น Business Insight ที่จับต้องได้จากผู้คนจริง

#คณะศิลปศาสตร์SPU #ภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ #JBCSPU #Umatsuri #UmaMusumeThailand #JapanesePopCulture #Community #BusinessCommunication #LearningByDoing #FutureSkills #ประสบการณ์จริง #โอกาส #SPU

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

SPUIC เชื่อม Learning Design–Playful Pedagogy ปรับวิธีสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้ทันโลก

เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว การปรับการศึกษาไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงจากการเพิ่มเนื้อหาใหม่เข้าไปในหลักสูตร เพราะคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ผู้เรียนจะเรียนรู้อย่างไร” วิทยาลัยนานาชาติ

ศิลปศาสตร์ SPU ส่งนักศึกษาญี่ปุ่นฯ ทดสอบตัวเองนอกคลาส เปลี่ยนผลการแข่งขันเป็นแผนพัฒนาที่ชัดขึ้น

การเรียนภาษาไม่ได้พัฒนาได้ไกลจากการ “รู้มากขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสามารถในการมองกลับมาที่ตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า วันนี้ทำได้แค่ไหน

ศิลปศาสตร์ SPU ใช้สนามแข่งขันจริงเป็น Benchmark ให้นักศึกษาญี่ปุ่นฯ เห็นจุดพัฒนา–ตั้งเป้าใหม่ให้ชัดกว่าเดิม

การเรียนภาษาให้พัฒนาไปได้ไกล ไม่ได้อาศัยเพียงการรู้ว่าตัวเอง “ทำได้” แค่ไหน แต่ต้องรู้ด้วยว่า