วิทยาลัยการบินฯ SPU ชูโมเดล Smart Tourism ไทยบนเวที Travel & Tech Asia 2026 ใช้ AI–AR–VR ยกระดับมรดกวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูงและยั่งยืน

วิทยาลัยการบินฯ SPU ชูโมเดล Smart Tourism ไทยบนเวที Travel & Tech Asia 2026 ใช้ AI–AR–VR ยกระดับมรดกวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูงและยั่งยืน

วิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมเสนอโมเดลและทิศทางอนาคตการท่องเที่ยวไทยบนเวที Travel & Tech Asia 2026 ผ่านการเสวนาและบรรยายพิเศษหัวข้อ “Immersive Experience Technologies Transform Cultural Tourism and Sustainability” หรือ “เทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟปฏิวัติการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน” ชูการประยุกต์ใช้ AI, Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR) และข้อมูลดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว สร้างคุณค่าให้ชุมชน และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ณ Main Stage, Plenary Hall ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

DSC01687

การถ่ายทอดองค์ความรู้ครั้งนี้นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ อวิรุทธา คณบดีวิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปณต อัศวชัย หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและไมซ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งร่วมเสนอภาพการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม จากการบริหารจัดการจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่เข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และคุณค่าที่ผู้คนได้รับจากเมือง ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว

หัวใจของ Smart Tourism ไม่ได้อยู่ที่การนำเทคโนโลยีไปติดตั้งในสถานที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบที่ใช้ดิจิทัลยกระดับทั้ง “ประสบการณ์” และ “ความยั่งยืน” ผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้รอยต่อ ข้อมูลแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบประสบการณ์เฉพาะบุคคล และการบริหารทรัพยากรให้สอดคล้องกับพื้นที่

แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนโจทย์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จากการแข่งขันด้วยจำนวนผู้มาเยือน ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย สร้างรายได้คุณภาพ และรักษาคุณค่าของพื้นที่ในระยะยาว เพราะเทคโนโลยีไม่ควรลดทอนวัฒนธรรมให้เหลือเพียงฉากสำหรับการถ่ายภาพ แต่ต้องช่วยให้ผู้คนเข้าใจเรื่องราว ความหมาย และอัตลักษณ์ของสถานที่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

DSC01488

หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว คือการใช้ AR สร้างสื่อเสมือนจริงเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ วัดท่าสุทธาวาส จังหวัดอ่างทอง โดยนำเรื่องราวจากจิตรกรรมฝาผนังมาถ่ายทอดผ่านภาพเคลื่อนไหวและเนื้อหาดิจิทัล ช่วยให้ผู้เยี่ยมชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับองค์ความรู้ได้โดยไม่ต้องสัมผัสโบราณวัตถุหรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่จริง

AR จึงไม่ได้เข้ามาแทนที่สิ่งดั้งเดิม แต่ช่วยทำให้คุณค่าของสิ่งดั้งเดิมปรากฏชัดขึ้น เปลี่ยนการรับชมแบบทางเดียวให้เป็นประสบการณ์ที่ผู้เยี่ยมชมมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมผ่านอุปกรณ์ที่คุ้นเคย พร้อมสร้างคุณค่าทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และการอนุรักษ์ในเวลาเดียวกัน

DSC01603

SPU CATH ยังนำเสนอผลงานที่นำเทคโนโลยีไปแก้โจทย์จริงของชุมชน ทั้งการพัฒนา AI Chatbot สำหรับวิสาหกิจชุมชนศูนย์ตุ๊กตาชาววัง อำเภอบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ถ่ายทอดเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการสร้างแบรนด์ชุมชนผ่าน Digital Storytelling

อีกหนึ่งผลงานคือการพัฒนา VR Tour 360° สำหรับตลาดน้ำบางพลี เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และมรดกของชุมชนผ่านประสบการณ์เสมือนจริง ช่วยขยายการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ส่งต่อเรื่องราวของพื้นที่ และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ชุมชนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและนวัตกรรมของนักศึกษา

ผลงานด้าน AI, AR และ VR เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้มีคุณค่าเพียงการสร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่สามารถช่วยแก้ปัญหาด้านการเข้าถึงข้อมูล การสื่อสารอัตลักษณ์ การออกแบบประสบการณ์ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการและชุมชน โดยไม่ละทิ้งรากฐานทางวัฒนธรรมของพื้นที่

อีกหนึ่งแนวคิดที่ถูกนำเสนอคือ Dark Sky Tourism การท่องเที่ยวที่เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม ผ่านเซนเซอร์ IoT สำหรับควบคุมระดับแสง ระบบติดตามการใช้พลังงานเพื่อลดมลภาวะทางแสง และ Data Analytics Dashboard สำหรับวิเคราะห์การประหยัดพลังงานและความหนาแน่นของผู้เยี่ยมชม

DSC01610

แนวคิดนี้สะท้อนว่า แหล่งท่องเที่ยวอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มสิ่งใหม่เสมอไป แต่ต้องรู้จักใช้ข้อมูลเพื่อบริหารทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างประสบการณ์ที่สมดุลระหว่างนักท่องเที่ยว ชุมชน และระบบนิเวศ

สำหรับประเทศไทย Smart Tourism จึงไม่ควรเป็นเพียงโครงการระยะสั้น แต่ต้องพัฒนาเป็นทิศทางระยะยาวของอุตสาหกรรม ทั้งการยกระดับสู่ High-Value Tourism การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย การพัฒนาโครงการนำร่องในรูปแบบ Tourism Sandbox ตลอดจนการเสริม Data Literacy และทักษะดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง

บทบาทของมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิตบัณฑิต แต่ต้องเป็นพื้นที่เชื่อมองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม นักศึกษา ชุมชน และโจทย์ของอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนแนวคิดในห้องเรียนให้กลายเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

สำหรับนักศึกษา การทำงานผ่านโครงการจริงด้าน AI, AR, VR และ Smart Tourism ช่วยพัฒนาทั้งการคิดเชิงออกแบบ การวิเคราะห์ข้อมูล การเล่าเรื่องดิจิทัล การเข้าใจผู้ใช้ การทำงานร่วมกับชุมชน และการประยุกต์เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจและสังคม สะท้อนแนวทางเรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง ของมหาวิทยาลัยศรีปทุมอย่างเป็นรูปธรรม

DSC01562

การร่วมเสนอองค์ความรู้บนเวที Travel & Tech Asia 2026 จึงตอกย้ำบทบาทของวิทยาลัยการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะพื้นที่สร้างนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมบริการที่เชื่อมเทคโนโลยี วัฒนธรรม ชุมชน และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมออกแบบอนาคตการท่องเที่ยวไทยให้สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ของประเทศ

SPU CATH ยังคงเดินหน้าสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์จริง เชื่อมความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมผลักดันนักศึกษาให้เปลี่ยนองค์ความรู้เป็นผลงานที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน เพื่อสร้างมืออาชีพรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เพียงพร้อมเข้าสู่โลกการทำงาน แต่พร้อมร่วมสร้างทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

#SPUCATH #TravelAndTechAsia2026 #AITourism #SmartTourism #ImmersiveTechnology #CulturalTourism #SustainableTourism #HighValueTourism #DarkSkyTourism #Hospitality #เรียนกับตัวจริง #ประสบการณ์จริง #มหาวิทยาลัยศรีปทุม #SripatumUniversity

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

Most Popular

Categories

News

Related Posts

ตอกย้ำแนวคิด เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง วิทยาลัยการบิน SPU จัดพิธีประดับปีก สร้างความพร้อมให้นักศึกษาสู่โลกอาชีพ

ติดปีกตั้งแต่ปีหนึ่ง: ธุรกิจการบิน SPU วางรากฐานมืออาชีพให้นักศึกษารหัส 68