ในโลกที่ “ทักษะภาษา” ไม่ได้จบแค่การสื่อสาร แต่ถูกคาดหวังให้สร้างคุณค่าได้จริงในสังคม การเรียนรู้จึงต้องก้าวพ้นตำรา และลงไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้คน เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในพื้นที่จริง
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดพื้นที่การเรียนรู้ในลักษณะนั้น ผ่านโครงการ Samurai Curry Project Thailand ครั้งที่ 10 ความร่วมมือกับ บริษัท สไปซ์อัพ (ประเทศไทย) จำกัด ที่นำ “ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น” มาผสานกับการทำงานจริง การเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก และการคืนคุณค่าให้สังคม ระหว่างวันที่ 5–15 สิงหาคม 2568

โครงการเริ่มต้นจากบทบาทที่เรียบง่ายแต่มีความหมาย นักศึกษาสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ (JBC) ทำหน้าที่ล่ามภาษาญี่ปุ่น ณ บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ ก่อนจะต่อยอดสู่การทำงานร่วมกับนักศึกษาญี่ปุ่นในพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัตถุดิบ การลงมือทำอาหาร และการจำหน่ายทาโกะยากิจริงในบริบทตลาดชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ภาษาไม่ใช่แค่การแปล แต่คือการเจรจา เข้าใจผู้คน และตัดสินใจหน้างาน
มากกว่าการฝึกทักษะภาษา โครงการนี้ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้โครงสร้างธุรกิจขนาดเล็ก การทำงานข้ามวัฒนธรรม และการสร้างความไว้วางใจในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางสถานการณ์จริงที่ไม่มีสคริปต์ล่วงหน้า นี่คือทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ แต่ห้องเรียนทั่วไปให้ไม่ได้
ตลอดโครงการมีคณาจารย์ชาวญี่ปุ่นและไทยร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ในฐานะผู้สอน แต่ในฐานะ “โค้ชหน้างาน” ที่ช่วยถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงกลับสู่การเรียนรู้เชิงระบบ โดยเฉพาะการเชื่อมภาษา วัฒนธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าด้วยกัน
รายได้จากการจำหน่ายอาหารถูกส่งต่อเป็นเงินบริจาค เพื่อใช้ในสวัสดิการสังคมในประเทศไทย ตอกย้ำแนวคิดว่า การเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะผู้เรียน แต่ต้องส่งผลกลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม
Samurai Curry Project ครั้งที่ 10 จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แต่เป็นภาพสะท้อนแนวคิดการจัดการเรียนการสอนของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่มอง “ภาษา” เป็นเครื่องมือสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับโลกจริงอย่างแท้จริง







